ดร.ป๊อป ภูมิใจและปลื้มใจที่ครอบครัวของกรณีศึกษา ดช. ภ. มีทุกขภาวะสมองพิการอายุ 1 ปี 8 เดือน ที่จุดประกายความคิดให้อาจารย์และนักศึกษากิจกรรมบำบัดและนักศึกษา ป. โท มัณฑนศิลป์ ได้ร่วมกันออกแบบ ซื้อวัสดุยาง-ไม้ เลื่อยไม้ ตอกตะปู เย็บหมอนรองคอ ปะกาวบุยาง รวมระยะเวลาการสร้างสรรค์ผลงานนี้ 3 วัน หลังจากไปเยี่ยมกรณีศึกษาวันที่ 4 ม.ค. 54 ซึ่งมีภาวะหลับตอนกลางวันตลอดเวลา ร้องไห้เมื่อปลุกและจัดท่าฝึกพัฒนาการ ไม่ยอมนอนตอนกลางคืน ที่สำคัญมีที่นั่งและรถเข็นเด็กที่เล็กเกินไปจนไม่สามารถนำมาเป็นสื่อกิจกรรมบำบัดได้

วันที่ 27 ม.ค. 54 ทีมงานได้ขนย้ายไปมอบให้กับกรณีศึกษา และดร. ป๊อป ชวนทีมงานทดสอบว่า น้องจะนั่งได้ดีขึ้นโดยคอชันขึ้นตรง ไม่ลื่นไถลตัว กางแขนและไหล่ทรงตัวได้นานขึ้นกว่า 1 ชม. พร้อมได้กระตุ้นให้ตื่นตัวมากขึ้นขณะนั่งเก้าอี้มหัศจรรย์ โดยปิดแสงนีออน เปิดเปลือกตาซ้ายสลับตาขวาเบาๆ (ลูบน้ำเย็นข้างขวาที่อ่อนแรงกว่าบ้าง) มีการกระตุ้นบีบเสียงของเล่นที่ชอบ เสียงคุณป้าที่หัวเราะดังสนุกสนาน สัมผัสและพูดคุยของคุณแม่ นักกิจกรรมบำบัดใช้ไฟสีแดงไม่กระพริบวางไปมาในระดับสายตา ตามด้วยไฟหมุนหลายสี และสายไฟพลาสติกไฟสีเย็น น้องสามารถลืมตาได้เป็น 3 ช่วงๆ ละ 5 นาที และไม่หลับตาง่วงนอนใดๆ จากนั้นก็ดื่มน้ำจากช้อนได้ พร้อมแนะนำท่าอุ้มไม่ให้น้องแหงนคอและกดศรีษะให้ตั้งตรงพร้อมปิดริมฝีปากให้กลืนน้ำ ดูแล้วน้องทำได้ดีจริงๆ นั่นคือ นักกิจกรรมบำบัดและนักมัณฑนศิลป์ได้ประดิษฐ์เก้าอี้ที่เป็นสื่อบำบัดหนึ่งที่ดี นับเป็นการดัดแปรสิ่งแวดล้อมที่มีคุณค่าและเข้าถึง "ใจ" ของครอบครัวผู้ดูแล "กายและจิต" ของน้องได้อย่างน่าประทับใจ
ท้ายนี้ ผมจึงขอสรุปโครงการ "กิจกรรมบำบัดอาสา" ที่กำลังดำเนินการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจุดพลังความดีของการช่วยเหลือสังคมด้วยความรู้ทางวิชาชีพกิจกรรมบำบัด ซึ่ง "เก้าอี้มหัศจรรย์ข้างต้นเป็นผลงานหนึ่งของโครงการข้างต้นครับ
โครงการ "กิจกรรมบำบัดอาสา"
รูปแบบ: เป็นโครงการใหม่ที่สร้างสรรค์พัฒนาจิตสังคมไทยให้เกิดระบบการพัฒนาเด็กระหว่างผู้ปกครอง ผู้ช่วยเหลือ แพทย์ นักกิจกรรมบำบัด และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ด้วยการฝึกทักษะการพัฒนาเด็ก 6 สัปดาห์ที่คลินิกและการเยี่ยมบ้านจนกว่าเด็กจะสามารถเข้าโรงเรียนได้ โดยเป็นการให้บริการวิชาการของอาจารย์นักกิจกรรมบำบัดจิตสังคม (อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลไทย) โดยไม่คิดค่าตอบแทนใดๆ แต่มุ่งมั่นที่จะเผยแพร่วิชาชีพ "กิจกรรมบำบัด" ศาสตร์ที่กำลังจะเลือนหายไปในวงการทางการแพทย์ไทย เพราะไม่มีการส่งต่อในระยะแรกของการวินิจฉัยเด็ก จนทำให้เด็กเกิดความบกพร่องทางร่างกาย และ/หรือ จิตสังคม พิการ อย่างเรื้อรัง จนยากแก่การบำบัดฟื้นฟู และเป็นการสร้างจิตสำนึกของสังคมไทยให้เข้าใจและพัฒนากระบวนการกิจกรรมบำบัดอาสามาเยี่ยมบ้านเพื่อช่วยประเมินและฝึกทักษะชีวิตของเด็กทีมีความต้องการช่วยเหลืออย่างเป็นพิเศษให้พัฒนาเป็นพลเมืองดีของสังคมไทยให้ได้ใกล้เคียงเด็กทั่วไปมากที่สุด
ที่มาของโครงการ: จากหน้าที่ประธานสาขากิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการประชาสัมพันธ์วิชาชีพผ่านการเขียนหนังสือของสำนักพิมพ์แสงดาว เรื่อง "กิจกรรมบำบัดพัฒนาชีวิต" "เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นดอกเตอร์" "การจัดการตนเองเมื่อเป็นมะเร็ง" และ "จิตสำนึก ฝึกสมอง หลังอัมพาต" ในระยะเวลา 3 ปี ทำให้คุณพ่อคุณแม่ของลูกที่มีความบกพร่องทางร่างกาย และ/หรือ จิตสังคม จนถึงพิการในหลายรูปแบบ ได้รับรู้ความสำคัญในการให้บริการของนักกิจกรรมบำบัด และติดต่อมาขอคำปรึกษาว่า "จะช่วยเหลือลูกให้มีความสุขหลังพิการได้อย่างไร...เพราะผ่านมาหลายหมอ หลายนักบำบัดแล้ว ยังไม่เห็นผลอะไรที่ดีขึ้น"
ผมจึงเริ่มจากการวิจัยจากงานประจำทางคลินิกด้วยกรอบความคิด "การจัดการความคิดของผู้ปกครอง/ผู้ช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการช่วยเหลือพิเศษ" โดยเน้นความสมดุลของการปรับสิ่งแวดล้อมของการฝึกทักษะชีวิตที่บ้าน โรงเรียน ชุมชน และที่คลินิก ให้กระตุ้นศักยภาพ (ความสุขความสามารถ) ในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตของเด็กให้พร้อมต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มากที่สุด
จากกรณีศึกษา 5 ราย อายุ 3 เดือน-2 ปี คุณพ่อคุณแม่มีทัศนคติต่อการเข้าร่วมวิจัยข้างต้นและประสบความสำเร็จ คือ เด็ก 2 ราย อยู่ต่างจังหวัด ไม่สามารถมาติดตามผลที่คลินิกได้ครบถ้วน (โทรศัพท์ติดตามผลแล้ว มีความก้าวหน้า 40% จากทักษะที่มีอยู่ก่อนให้บริการในคลินิก) อีก 3 ราย มีการพัฒนาของเด็กที่ดีขึ้น (60% จากทักษะที่มีอยู่ก่อนให้บริการในคลินิก) ภายใน 6 สัปดาห์ที่คลินิกกิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล และดีขึ้นถึง 80% จากทักษะที่มีอยู่ก่อนให้บริการในคลินิก ภายใน 3 สัปดาห์ของการเยี่ยมบ้านโดยประเมินและสาธิตการฝึกทักษะชีวิตของเด็ก พร้อมให้กำลังใจให้ความรู้จนมั่นใจว่า ผู้ปกครอง/ผู้ช่วยเหลือ ฝึกกิจกรรมบำบัดที่บ้านได้ จากนั้นก็ได้นำเผยแพร่ทางสื่อมวลชนและเวปไซด์ ก็มีผู้ปกครองและแพทย์สนใจความสำเร็จนี้มากขึ้น ทำให้ผมริเริ่มโครงการ "กิจกรรมบำบัดอาสา" โดยลงทุนขับรถไปเยี่ยมบ้านด้วยตนเอง หรือพร้อมนักศึกษากิจกรรมบำบัดฝึกงาน และใช้เวลาอย่างน้อย 3 ชม.ต่อครั้ง เพื่อให้บริการกิจกรรมบำบัดให้ครอบคลุมตามกรอบความคิดสากลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปัจจุบันมีกรณีศึกษาอยู่ในโครงการฯ มากกว่า 15 ราย และพักอาศัยอยู่ไกลจากคลินิกมากๆ ที่ศาลายา จ. นครปฐม เช่น พระประแดง บางนา มีนบุรี เป็นต้น และด้วยภารกิจอาจารย์ ม.มหิดล ที่ต้องทำทั้งงานสอน งานวิจัย งานบริหาร งานบริการวิชาการ และงานคลินิก ก็อาจไม่มีโอกาสได้ดำเนินโครงการนี้ได้เต็มที่นัก จึงอยากให้สังคมไทยเห็นคุณค่าของโครงการนี้และสนับสนุนการพัฒนาระบบกำลังทรัพยากรบุคคลและทุนสนับสนุนให้เป็นโครงการที่ยั้งยืนต่อไปในอนาคต
การเผยแพร่ความสำเร็จที่ผ่านมา ออกรายการ "ชีวิตเลือกได้" ออกรายการ "One World" และออกรายการ "วิทยุเพื่อคนพิการ"
ตัวอย่างเวปไซด์ที่เผยแพร่ http://gotoknow.org/blog/otpop/418974 และ http://gotoknow.org/blog/otpop/401911 และ http://portal.in.th/otpop/pages/12830/
ติดตามโครงการดีๆ เพื่อจุดประกายสังคมไทย รวมทั้งโครงการกิจกรรมบำบัดเยี่ยมบ้านเพื่อจิตสังคม ของ ดร. ป๊อป ที่จะถ่ายทอดทั่วโลกในวันที่ 8 ก.พ.นี้ คลิกอ่านที่ http://www.ignite.in.th/
ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ กำลังทำรายงานเรื่องนี้อยู่
ขอบคุณครับ