การเรียนแบบบูรณาการ

การเรียนรู้แบบบูรณาการ

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542  หมวดที่  4  มาตรา  23  กำหนดไว้ว่า  “  การจัดการศึกษา  ทั้งการศึกษาในระบบ  การศึกษานอกระบบ  และการศึกษาตามอัธยาศัยต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้  คุณธรรม  กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการตามความเหมาะสมในแต่ละระดับการศึกษา….  และใน มาตรา 24(4)  ได้กำหนดไว้ว่า “  การจัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ  อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน  รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม  ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในทุกวิชา “

การบูรณาการ  หมายถึง  การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงศาสตร์  หรือเนื้อหาสาขาวิชาต่าง ๆ  ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันมาผสมผสานเข้าด้วยกัน  เพื่อให้เกิดความรู้ที่มีความหมาย  มีความหลากหลาย  และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิติประจำวัน

สาเหตุที่ต้องบูรณาการหลักสูตรและการเรียนการสอน

สาเหตุที่จะต้องบูรณาการหลักสูตรและการเรียนการสอน  มีดังนี้

๑.    วิถีชีวิตจริงของคนเรามีเรื่องราวต่าง ๆ  ที่มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน  ไม่ได้แยกออกจากกันเป็นเรื่อง ๆ

๒    ผู้เรียนจะเรียนรู้ได้ดีขึ้นและเรียนรู้อย่างมีความหมาย  เมื่อมีการบูรณาการเข้ากับชีวิตจริงโดยเรียนรู้ในสิ่งที่ใกล้ตัวแล้วขยายกว้างไกลตัวออกไป

๓.    การขยายตัวของความรู้ในปัจจุบัน  ขยายไปอย่างรวดเร็วมาก  มีเรื่องใหม่ ๆ  เพิ่มขึ้น

มากมาย  จึงจำเป็นที่จะต้องเลือกสาระที่สำคัญและจำเป็นให้ผู้เรียนในเวลาที่เท่าเดิม

๔.   ไม่มีหลักสูตรวิชาใดเพียงวิชาเดียวที่สำเร็จรูป  และ สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงได้

๕.   เนื้อหาวิชาต่าง ๆ  ที่ใกล้เคียงกัน  หรือเกี่ยวข้องกัน  ควรนำมาเชื่อมโยงกันเพื่อให้ผู้เรียนรู้อย่างมีความหมาย  ลดความซ้ำซ้อนเชิงเนื้อหาวิชา   ลดเวลา  แบ่งเบาภาระของครูผู้สอน

๖.    เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ใช้ความรู้  ความคิด  ความสามารถ และทักษะที่หลากหลาย

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ   เมื่อผู้สอนสามารถกำหนดเรื่อง  และสร้างเครือข่ายของเรื่องที่โยงความสัมพันธ์และหลอมรวมจุดประสงค์  ให้เป็นเรื่องที่สมบูรณ์  หรือ  บางท่านอาจเรียกว่าหนึ่ง หน่วยการเรียน (Thematic  Units)  ผู้สอนจะต้องออกแบบการสอนที่เหมาะสมกับเรื่องดังกล่าว  ไม่สามารถจะกล่าวได้ว่า  เทคนิคการสอนใดเหมาะสมที่สุด  ผู้สอนแต่ละคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน  มีวิธีสอนหรือเทคนิคการสอนให้ท่านได้ศึกษามากมาย  เช่น  Storyline  Method,   

การเรียนรู้โดยโครงงาน,  การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม  การเรียนรู้แบบมายา  ฯลฯ  ไม่ว่าจะบูรณาการแบบใดก็ตาม ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จะต้องสอดคล้องกับมาตรา  24  พ.ร.บ. การศึกษา

แห่งชาติ  พ.ศ. 2542  และ จะต้องคำนึงถึงหลักสำคัญ  ดังนี้

๑.  การจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง  โดยกระตุ้นให้ผู้เรียนกระตือรือร้นมีส่วนร่วมในกระบวนการาจัดการเรียนการสอน

๒.  การส่งเสริมให้นักเรียนได้ร่วมทำงานกลุ่มด้วยตนเอง  โดยส่งเสริมให้มีกิจกรรมกลุ่มลักษณะต่าง ๆ  อย่างหลากหลาย และส่งเสริมให้ผู้เรียนมีโอกาสได้ลงมือทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเอง

๓.  การจัดประสบการณ์ตรงให้แก่นักเรียน  โดยให้ผู้เรียนมีโอกาสได้เรียนรู้จากสิ่งที่เป็นรูปธรรม  เข้าใจง่าย  ตรงกับความเป็นจริง  สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างได้ผล  และส่งเสริมให้มีโอกาสได้ปฏิบัติจริงจนเกิดความสามารถและทักษะจนติดเป็นนิสัย

๔.   การจัดบรรยากาศในชั้นเรียนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกกล้าคิดกล้าทำ  โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนมีโอกาส ที่จะแสดงออก ซึ่งความรู้สึกนึกคิดของตนเองต่อสาธารณชน หรือ  เพื่อนร่วมชั้นเรียน  ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน

๕.   การปลูกฝังจิตสำนึก  ค่านิยม  และจริยธรรม ที่ถูกต้องดีงาม   ให้ผู้เรียนสามารถจำแนกแยกแยะความถูกต้องดีงาม และความเหมาะสมได้  สามารถขจัดความขัดแย้งได้ด้วยเหตุผล  มีความกล้าหาญทางจริยธรรม  และแก้ไขปัญหาด้วยปัญญา และสามัคคี

        การนำเสนอการเรียนรู้แบบบูรณาการ  ดังกล่าว  เป็นเพียงแนวทางหนึ่งที่ผู้จัดการเรียนรู้ควรนำสู่

การปฏิบัติจริงตามสไตล์ของแต่ละบุคคล  ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเหมือนกันก็ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ  อาทิเช่น  ตัวผู้เรียน  สถานที่  เนื้อหา  กิจกรรม  เป็นต้น  แต่อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุด ใคร่ขอเสนอแนะไว้  คือ  การศึกษา  และวิเคราะห์หลักสูตร  ซึ่งเป็นบันไดขั้นต้นที่จะนำไปสู่การเรียนรู้แบบบูรณาการ