ณ ห้องนอนของพ่อกับแม่ บ้านนาคู จ.กาฬสินธุ์

วันอังคารที่ ๒๕ เดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔

กราบสวัสดีค่ะครู

                วันนี้ ไปถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องชุดทดสอบเสตียรอยด์ในยาแผนโบราณที่ รพ.สน.บ้านเมืองใหม่ (ที่ทำงานของน้องนี) แต่ด้วยมีเพื่อนร่วมทางถึงสามคนแล้วคนละจุด ทำให้การเดินทางเราล่าช้ากว่าที่นัดกันไว้ ใจติ๋ววูบกังวลขึ้นมาระลึกถึงศีลข้อสี่ เพราะนัดกันที่เวลาเก้าโมงเช้า แต่แปดโมงกว่า ๆ ยังถึงขอนแก่น ก่อนถึงเวลานัดสิบห้านาที จึงโทรไปหาพี่แดง (ผู้จัด) เอ่ย “ขอโทษ” แต่ท่านก็น่ารักบอกว่า “ทางนี้ก็ทะยอยมากันอยู่” ด้วยศักยภาพของคนขับ ก็ทำให้เราไปถึงช้ากว่านัดหมายแค่สามนาที พอไปถึงทีม อสม. กว่าสามสิบคนก็พรั่งพร้อมเข้ามาในห้องประชุมหลังจากที่ไปนั่งผิงแดดรอ อากาศเช้านี้สบาย ๆ มากค่ะ แม้จะหนาวนิด ๆ แต่ติ๋วจะรู้สึกว่าหนาวมาก การเปิดการประชุมดำเนินการไป ผู้ใหญ่ของแต่ละที่เปิดงานและกล่าวถึงแนวทาง เสร็จเรียบร้อย ติ๋วและพี่อ้อก็เริ่มงาน ก่อนบรรยายก็จะหาอุบายในการ “เปิดใจคนฟังก่อนค่ะ” สร้างความคุ้นเคย แม้หลายคนจะเคยเห็นหน้าเห็นตากันบ้างแล้ว แต่กว่าครึ่งก็ยังไม่รู้จัก ครูค่ะเรื่องที่ติ๋วไปถ่ายทอด ทำง่าย แต่โจทย์ที่ติ๋วถามตนเองคือ “ทำอย่างไร ถึงจะทำให้ชาวบ้านตระหนักและนำไปใช้ประโยชน์หรือเกิดประโยชน์อย่างสูงสุด” ไม่ใช่แค่สอนแบบ จุ่ม ๆ เท ๆ หยด ๆ อ่านผล มีคนอาสาขอกลับไปเอาตัวอย่างที่บ้านใกล้ ๆ จึงอนุญาตอย่างไม่ลังเล ระหว่างรอก็เล่าเรื่องราวแลกเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

            มารับรู้กับตนเองว่า “เปิดใจผู้ฟังสำเร็จตอนที่เล่าเรื่องผู้ป่วยที่ตายจากพิษของเสตียรอยด์” พอเปิดใจได้การถ่ายทอดก็ค่อย ๆ ดำเนินไป แต่ด้วยกลุ่มใหญ่แล้ววิทยากรมีกันแค่สองคนกับพี้อ้อ ดูจะหนักเอาการเหมือนกันค่ะครู ตัวอย่างที่ชาวบ้านนำมา เขาเล่าว่า กินกันทั่วหมู่บ้าน และหมู่บ้านใกล้เคียง ตรวจเจอแบบ จะ จะ หลายคน งง ๆ ลุกขึ้นมาช่วยกันหาทางแก้ไข รู้สึกดีมากเลยค่ะครู ชุดทดสอบมาชี้ให้เห็นปัญหา แล้วคนในพื้นที่ก็ช่วยกันแก้ไข ชุดทดสอบนี้เราให้เวลาเยอะค่ะ เป้าหมายการถ่ายทอดไม่ใช่แค่ใช้เป็น แต่ให้ตระหนักถึงปัญหา อีกสองชุดที่ตั้งใจจึงพูดเพียงชุดเดียวสั้น ๆ และให้ข้อมูลกับทีมไว้ จากที่ตั้งใจว่า จะแค่เที่ยง ดูแล้วเวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงบ่ายสอง

ระหว่างพักเที่ยง หลังทานข้าวเที่ยงเสร็จ ก็แวะ ลงไปชมสวนสมุนไพรกับน้องนี การเดินกับดิน ดูต้นไม้ใบหญ้าเขียว ๆ ดูกำลังจะฟื้นกลับมาได้เร็วขึ้นกว่าการอยู่ภายในอาคารค่ะครู

ติ๋วยอมรับว่า “ตลอดเช้าใช้พลังงานไปเยอะ” แล้วดูเหมือนต่อเนื่องยาวนาน แต่พอมองไปที่แววตาของ “ผู้ฟัง” ก็ทำให้รู้สึกชื่นใจ เขามีความสุขที่ได้รับรู้ข้อมูล มีความสุขที่ได้เรียนรู้ เพื่อจะนำไปใช้ประโยชน์

                มาวันนี้เข้าใจครูอย่างสุดซึ้งเกี่ยวกับการทำงานกับผู้คน ที่หลากหลาย หากจะเพียงแค่สอน ๆ  ๆตามหน้าที่ให้จบ ๆ ไป ก็ใช้พลังงานนิดเดียว แต่ไม่ค่อยมีใครได้อะไร แถมจะช้ำอีกด้วย แต่เมื่อเราตระหนักว่า ถ่ายทอดด้วยความเป็นมนุษย์ ใส่ใจและเข้าใจคนฟัง มองให้เห็นว่า “เขาต้องการอะไร หรืออะไรจะเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดกับเขา” แม้รับรู้ว่าทำเช่นนั้นแล้วเราจะเหนื่อยมากขึ้นก็ยินดี

                เป็นบรรยายกาศที่เป็นกันเองแบบธรรมชาติ แถมบ่าย ๆ มีหมอลำถึงสามคน ลุกขึ้นมาร้องหมอลำให้ฟัง ชาวบ้านที่นี่น่ารักมาก ๆ เลยค่ะครู ยอมรับค่ะว่า “เหนื่อย” แต่ก็เป็นการเหนื่อยที่ให้ความปีติสุขอยู่ภายในใจ

                รับรู้ได้ในตัวติ๋วเองว่า “หัวจิตหัวใจแบบนี้ได้รับการบ่มเพาะจากได้ถูกหิ้วไปทำงานกับครูในที่ต่าง ๆ มา” หากแม้ไม่ได้รับการบ่มเพาะจากครูคงจะไม่มีวันนี้ค่ะ...................รักครูค่ะ

 

ปล.กลับจากรพ.สน.บ้านเมืองใหม่ ระหว่างทางแม่โทรหาบอกว่า “พรุ่งนี้ แม่ น้าราญและพี่แดงจะขอติดรถไปกรุงเทพด้วย พอมาถึงขอนแก่นจึงขับรถกลับกาฬสินธุ์ค่ะ” ไม่เช่นนั้นทั้งสามท่านจะต้องนั่งรถโดยสารมาขอนแก่นเพื่อขึ้นรถกับติ๋วตอนเช้าเพื่อไปกรุงเทพพร้อมกัน “จึงน้อมรับโอกาสอย่างไม่ลังเลสงสัย”