เราไม่ควรนุ่งกางเกงขาสั้นไปติดต่อทำธุระที่กระทรวง ..ความเชื่อมั่นคือสิ่งสำคัญ

...........หลังพูดคุยกับอาเสร็จ ก็แวะไปเยี่ยม พี่เปี๊ยกวงเอราวัณ (เจ้าของเพลง ม.21 ไม่รู้จำกันได้มั้ย) นั่งเล่นกับพี่เปี๊ยกเสร็จมานั่งเล่นเน็ตต่อเกือบบ่ายสามแล้วไม่ไปดีกว่าไว้วันอังคารค่อยไปสัมภาษณ์บอกกับตัวเองอย่างนั้น แล้วก็เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาดื้อๆ...ประมาณบ่ายสามนิดๆ เก็บของใส่กระเป๋าสะพายหยิบกางเกงขายาวที่เตรียมมาตัวเดียวมาเปลี่ยนปรากฏว่าใส่ไม่ได้เอวมันเล็กไป...ไม่ได้ใส่นานไม่รู้ว่าจะใส่ไม่ได้ก็ใส่กางกางขาสั้นไปอย่างนั้นแหละคิดแล้วก็ให้ฝนไปส่งที่คิวรถตู้บ้านกรีนฯ แล้วก็เห็นเบอร์พี่กาญโทรเข้ามาแต่ไม่ได้รับ เลยโทรกลับ พี่กาญถามว่าจะมาสัมภาษณ์รึป่าว อาจารย์ยังไม่กลับ ก็ยืนยันบอกกับพี่เขาว่าไป

.....นั่งคิดบนรถตู้มาว่าเอางัยดี ถ้าเราใส่กางเกงขาสั้นไป..นึกถึง คริส การ์ดเนอร์ ในเรื่อง pursuit of happyness (ไม่ได้เขียน happiness นะ) ที่ใส่เสื้อผ้าที่เปื้อนไปด้วยสีทาบ้านไปสัมภาษณ์...(หนังดีมาก เป็นแรงบันดาลใจให้ผมเลยเรื่องนี้) แล้วก็ใช้ไหวพริบในการสัมภาษณ์ได้ดีมากจนได้โอกาสเข้าทดลองงานในบริษัทโบรคเกอร์ ...อืม ไม่ดีกว่า สนุกกับหนังได้ แต่ไม่เห็นต้องอินขนาดนั้น...

......หาซื้อกางเกงขายาวใส่ดีกว่าเหลือเงินติดตัวอยู่สองพัน ตัวละ 199 จะพอมีมั้ยนะ...เอาตัวนี้แล้วกัน คนขายบอกไปลองใส่ในห้องน้ำได้เลย เออ...เผื่อใส่แล้วไปเลยล่ะน้องจะรู้มั้ยเนี่ย..คิดในใจ  ....450 บาท ลดได้เหลือ 400 บาท พี่กาญโทรมาอีกว่าถึงไหน บอกว่าอาจารย์รออยู่ พี่กาญเป็นคนที่เก็บอารมณ์ดีมากจะห้าโมงเย็นแล้วยังไปไม่ถึงอีกเป็นผมเป็นอาจารย์คงไม่รอ

.....นั่งมอไซค์ ปากซอยไรนะจำไม่ได้อยู่ตรงข้ามเยื้องๆ เซ็นจูรี่ เข้าไปในกระทรวงถึงตึกกรมส่งเสริมอุตฯ พี่กาญบอกขึ้นลิฟท์มาถึงชั้น 4 พี่จะรออยู่ขวามือ น้ำเสียงพี่แกยังใจดีอยู่อีก...

 

........อาจารย์(ชื่อไรเลยไม่ได้ถาม) ซักถามผมหลายอย่าง (หง่า มันบอกเขาไม่ค่อยถามอะไรหรอก เอ๊ะ ยังไง?) เช่น

-ก่อนหน้าเคยทำอะไรมาบ้าง(เอ่อ..ก็ตอบไว้ในแบบประเมินแล้วนี่ครับ) "ผมทำร้านเน็ตแล้วก็ร้านถ่ายรูปและล้างอัดภาพแล้วก็ทำเพลงครับ"

-ว่างงานนานแล้วหรือยัง...."ก็ไม่นานครับน่าจะเกือบปีแล้วครับ" ตื่นเต้นนิดๆเพิ่งเซ้งร้านให้แม่แล้วให้น้องทำต่อได้ไม่กี่เดือน

-จบช่างสำรวจ ทำร้าน เล่นดนตรี มันไม่เข้ากันเลยกับสิ่งที่คุณจะทำ...ใช่ครับ

-มีเงินเก็บ 300,000 บาท ตอนผมอายุเท่าๆกันผมยังเก็บไม่ได้ขนาดนี้....เอ? ผมไม่ได้บอกว่าเป็นเงินเก็บนี่ครับ(นึกในใจ) ในแบบประเมินบอกเป็นเงินส่วนตัว อีกอันเป็นเงินที่คิดว่าจะกู้สถาบันการเงิน(ประมาณเนี้ย) เงินส่วนตัวผมคิดว่าเป็นเงินที่ไม่ได้กู้ธนาคาร อาจจะยืมเพื่อนหรือญาติพี่น้องก็ได้...."อันที่จริงผมน่าจะเก็บได้มากกว่านี้อีกครับ" ผมตอบ

-กล้าได้กล้าเสียมั้ย การลงทุนมีความเสี่ยงนะ...."กล้าครับ"

-อาจารย์บอกว่าหนึ่งล้านไม่น่าจะพอกับการผลิตรถ "ไหนจะต้องทำโรงงาน ไหนจะต้องสต็อกสินค้าอย่างที่คุณบอก"...ใช่ครับ (ผมใช้คำนี้บ่อยมาก เพราะมัน "ใช่"จริง) ผมควรจะระบุไปว่า หนึ่งล้านเนี่ยค่าคิดค้นรถต้นแบบและวางแผนการผลิตมากว่านะ

-อาจารย์ให้เล่าคอนเซ็ปท์ของรถ พอดีผมปรินท์ภาพรถต้นแบบใส่กระดาษ A4 มาใบก็หยิบให้ดู อาจารย์ก็บอกว่ารูปทรงก็ โอเค นะ ผมสังเกตดูอากัปกิริยาของอาจารย์ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองรึป่าวว่าโปรเจ็คท์ของผมมีความน่าสนใจในสายตาคนระดับอาจารย์ในกระทรวงอุตสาหกรรม

-ที่นี่เราสอนคุณทำธุรกิจนะ ไม่ได้สอนวิธีการผลิตรถ ...ครับผมเข้าใจครับ  ตอนนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้วรถผมจะผลิตแบบไหน ต้นแบบยังไม่เสร็จเลย

-จากที่คุณทำมา(แบบประเมิน) ก็เป็นโครงการที่น่าสนใจนะ แต่คุณจะต้องหาข้อมูลมาเพิ่มเติมในรายละเอียดต่างๆ .....ผมว่าแล้วโครงการผมน่าสนใจ(หุ หุ) อาจารย์ถามเรื่องการทำตลาดเรื่องกระบวนการผลิตซึ่งผมยังต้องหาความรู้อีกเยอะ ดูแล้วผมว่าโครงการผมมีอนาคตที่ดีอยู่แล้ว ผมเชื่อ ว่าผมมีสิ่งล้ำค่าอยู่ในมือ เหลือก็แค่เพียงทำให้มันเป็นจริง และผมต้องวางตัวเองให้อยู่บนเส้นทางที่จะไปให้ถึงความสำเร็จที่ผมประมาณการณ์ไว้

-คุณเป็นคนยังไง เดี๋ยวก่อน..มีคำถามหนึ่ง อาจารย์ถามว่า อะไรที่คุณฝันอยากจะทำจริงๆ ....ผมตอบว่า "ผมชอบท่องเที่ยว"(หมายถึงท่องเที่ยวธรรมชาติและสถานที่ที่สวยงาม) อาจารย์คงคิดว่ามันจะเกี่ยวกันได้ยังไง ผมก็อธิบายตามความคิดของผมไปเรื่องทำศูนย์รถเช่าตามสถานที่ท่องเที่ยว

-อาจารย์มีคำถามเยอะนะ "ไอ้หง่ามันไม่ได้บอกกูอย่างนี้นี่หว่า" ผมคิดในใจแต่ก็ไม่ได้รู้สึกเครียดอะไร ผมว่าสนุกดีนะ ผมรู้สึกว่าอาจารย์มองผมแง่ดีกว่าที่จะคิดกับผมในแง่ลบมั้ง

-คุณเป็นคนยังไง ทำไมถึงคิดว่าคุณจะทำได้...ทีนี้หล่ะ ได้เลยครับอาจารย์! "ผมต้องทำให้ได้ ผมอยากเปลี่ยนชีวิต ผมมีความกระตือรือร้น " ผมไม่ได้บอกอาจารย์ว่า ผมต้องการพิสูจน์ตัวเอง ผมทำเพราะความสำเร็จของผมจะทำให้ผมได้ทุกอย่างที่ผมปรารถนา(ไม่เฉพาะเรื่องชอบท่องเที่ยวเท่านั้น) บารัค โอบามา เคยบอกว่า "เงินไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกสิ่ง แต่สามารถสร้างความแตกต่างได้"  ผมจะได้เลี้ยงดู"นีโอ" ลูกชายของผม ผมจะหลุดจากข้อกล่าวหาหากสามารถใกล่เกลี่ยให้แม่ของนีโอยอมจดทะเบียนกับผมซึ่งอาจจะต้องใช้เงินก้อนโต ผมทำในสิ่งที่ทำให้ผมมีความมั่งคั่ง เพราะผมจะบรรลุเป้าหมายไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอะไร เพราะผมมีแรงบันดาลใจจากแม่และที่สำคัญ ผมคือ"ปาป๊ะของนีโอ"

 

.....อาจารย์ให้การบ้านผม โดยมีแบบฟอร์มการเขียนแผนธุรกิจฉบับเต็มๆ 32 หน้ากระดาษ เพราะเข้าใจว่าผมจะเริ่มเรียนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ผมงงเล็กน้อยแล้วก็บอกอาจารย์กับพี่กาญว่า ที่จริงผมต้องการเริ่มเรียนวันที่ 29 มกราคมนี้เลย พี่กาญดูใบลงทะเบียนแล้วก็สลับผมกับผู้สมัครท่านอื่น พี่แกคิดว่าผมจะเรียนกุมภาพันธ์ ผมคิดว่าเราคงสื่อสารกันบกพร่องนิดหน่อย(มั้ง)

.....พี่กาญขอเก็บเงินอีกหนึ่งพันบาทเป็นค่าสัมนากลุ่ม..(อีกแล้ว ไอ้หง่าไม่ได้บอกกูอีกแล้วว่ามีค่าใช้จ่ายด้วย พันนึง) "พร้อมจะจ่ายตอนนี้เลยมั้ยคะ" ...พร้อมครับผม "นี่มาจากโคราชเลยเหรอ" พี่กาญถาม เหมือนกับที่พี่ๆ ใน GenX Academy เคยถามผมเมื่อปี 2545

....สรุป ผมมีเวลา 4 วัน เขียนแผนธุรกิจยาว 32 หน้า(ซึ่งคงจะยาวกว่านี้) ผมยกเลิกนัดที่จะไปหา หง่าหลังสัมภาษณ์เสร็จ(ก็คงไม่มีอะไรนอกจากไปกินข้าว นั่งคุยกันจนดึก) เดินทางกลับโคราช คิดหาวิธีหาเงินค่าเรียนดีกว่า 555 (แล้วเดือนนี้จะได้ไปหานีโออีกรอบมั้ยเนี่ย.........)

 

........ผมนั่งรถทัวร์กลับบ้านพร้อมกับความเชื่อมั่นตลอดทาง ผมมีการบ้านต้องทำอีกเยอะ