มองให้ลึก กว่าที่กว่าผักชี

   

  บันทึกหน้าหน้านี้"ตาสว่าง"ขอบันทึกสิ่งที่ต้องขอบอก ความ ในใจ " ตาสว่าง"เขียนหนังสือเพื่อบอกความในใจต่อ ก็เป็นสิทธินะคะ

          .... ความไม่เข้าใจต่อโครงการฯมีอย่างต่อเนื่องแต่ชาวโรงเรียนในฝันมีความอดทนเราคิดว่าสิ่งเราทำมาถูกทาง โครงการต้องการแสดงให้เห็นการพัฒนาทั้งระบบโรงเรียนเพื่อคุณภาพนักเรียน เราเป็นแนวทางหนึ่งที่จะร่วมพัฒนา ประเด็นการประเมิน

การประเมินเป็นนวัตกรรมหนึ่งที่เรา

พบโดยบังเอิญ  มีคำพูดที่พูดต่อๆกันมาก 

        การประเมินเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานในโครงการ การประเมินเป็นการยืนยันว่าโรงเรียนที่ขอประเมิน..สามารถเป็นต้นแบบการพัฒนาทั้งระบบโรงเรียนได้หรือไม่ ประเมินแล้วเชื่อมั่นได้สักเท่าไหร่ "ตาสว่าง"บอกได้ว่า ได้จัดโรงเรียนเป็นเกรด มีความเชื่อมั่นและเห็นการพัฒนาต่อเนื่อง 45 % (จำนวนรร.)...ไม่ท้อ คิดว่า อยากให้กำลังใจทุกคน ทุกโรงเรียน

          โรงเรียนในโครงการ นับจากเข้าร่วมโครงการฯควรพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากพื้นฐานเดิม กิจกรรมการพัฒนาหลักๆ มีเสนอแนะไว้มากมาย เรามีคู่มือให้อ่าน ให้ศึกษาเป็นแนวทาง (น่าเสียดายที่หลายท่านไม่ได้อ่านไม่ได้ศึกษา คู่มืออาจหายไปแล้ว) หลายคนเมื่อคิดจะขอประเมินก็ตกใจตื่นเต้น กลัว (ธรรมชาติคนเราหวั่นการประเมิน) ซึ่งถ้าดำเนินการอย่างเข้าใจต่อเนื่องก็จะเฉยๆธรรมดามาก ท่ามกลางการโกลาหนในการเตรียมการประเมิน ก็มีเสียงนินทา ว่าเป็นผักชี 

             "ตาสว่าง" คิดว่าคำนินทามองเราตื้นไป การซ้อมประเมินมีความหมาย มีความลึก กว่าผักชี อยากชวนคิดว่าลึกกว่าผักชีคือ การเปลี่ยนแปลง ความเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนทั้งความคิดและการกระทำ

                1.เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม ( ผักชีที่เหี่ยวในการประเมินกรรมการจะเห็นเขียนบอกเป็นข้อเตือน ไม่ใช่กรรมการไม่รู้ โง่ บางโรงเรียนยืมเด็กโรงเรียนอื่นมาให้ประเมินก็ทราบค่ะ) ยิ่งซ้อมประเมินหลายรอบ หลายครั้ง ยิ่งดี เป็นการสะท้อนว่า กว่าท่านกำหนดกิจกรรมได้ ท่านต้องคิด ท่านต้องศึกษา ท่านต้องหาตัวอย่าง ท่านต้องพยายามทำ ทำไป (บ่นไป) การบางคนเกลียดการประเมิน ไม่ชอบกรรมการยิ่งอาจารย์ชัดเจน อยากให้ไปไกลๆ (แต่ไม่โกรธ) เพราะในที่สุดท่านก็ทำได้ ท่านสอนผ่านกิจกรรมได้ ท่านใช้ ICTได้ ท่านให้เด็กลงมืออปฏิบัติได้ ทดลองได้ ให้นักเรียนค้นคว้าได้ นักเรียนนำเสนอได้ ท่านเป็นผู้กำกับการแสดงเป็น ท่านสอนกระบวนการคิด วิเคราะห์ ได้ (อบรมนับครั้งไม่ถ้วนไม่แน่ใจว่าทำได้) การเป็นโรงเรียนในฝัน ท่านก็ใช้จริง ทำได้จริง (ชัดที่คำถาม คำตอบที่เป็นเหตุป็นผล) จัดอบรม อีกสักเท่าไหร่ หมดเงินกี่พันล้านก็ทำมาแล้ว "ตาสว่าง" ก็เห็นว่าไม่เป็นรูปธรรมเท่าที่ครูโรงเรียนในฝันทำได้

         แต่ก็รู้สึกไม่สบายใจที่มีคนจำนวนไม่น้อยที่เห็นว่าการสอน การเรียนต้องอยู่ในห้อง ในตำราเท่านั้น ดังนั้นจะมีคำพูดว่ามัวแต่ทำกิจกรรมไม่ได้สอน ไม่ได้เรียน อย่าท้อนะคะ

          2. แต่การซ้อมต้องเปิดโอกาสให้เด็กทุกคน ให้เด็กจำนวนมากได้ร่วมเรียนรู้ในกิจกรรมที่ท่านออกแบบ

        .....      "อาจารย์ วิชานี้หนูเลือกเด็กไม่ได้ เด็กเก่งๆเขาเลือกไปหมด หนูต้องฝึกเด็กใหม่ เด็กพวกนี้ครูวิชาอื่นเขาไม่เอาแล้ว" เมื่อ"ตาสว่าง" ประเมิน  นักเรียนตอบได้ ทำได้ อาจไม่คล่องนัก ขอบอกว่าสุดยอดๆๆ ครูยิ้มเมื่อรับคำชม และบอกต่อว่าถ้ามีเวลามากกว่านี้จะดีกว่านี้ ....แล้วจะเอาอะไรอีกคะ ท่านจะอบรมอีกกี่ครั้งจะได้เท่านี้....

           3. " ตาสว่าง" อ่านคู่สร้างคู่สม (ในร้านทำผม )พบเรื่องโดนใจมาก "อ.พูนศักดิ์ ติวเตอร์กลับใจ ท่านเป็นอดีตผู้บรืหารโรงเรียนสาธิตประสานมิตร(มัธยม) เคยเป็นติวเตอร์ที่มีรายได้งามมาก คำพูดท่าน โดนใจมากๆ

      "ครูในฝัน ที่เราต้องการคือครูแบบไหน มีหน้าที่อะไร ทำเพื่อใคร "

      " ครูต้องสอน ทั่วถึง และเต็มที่" ท่านเปรียบการสอน เข้าใจง่ายแทบไม่ต้องอธิบายเลย ครูต้องเหมือน " ครูสอนว่ายน้ำ ที่ต้องสอนให้ลูกศิษย์ ทุกคนว่ายน้ำได้ ช่วยตัวเองได้ คนที่เก่งก็ส่งแข่งขัน" อธิบายคำว่าทั่วถึงเต็มที่ได้

        อีกตอน "เราชื่นชมกับเด็กเป็นนักกีฬาได้เหรียญทอง แต่เด็กคนอื่นสุขภาพไม่ดี" (แล้วครูจะเป็นเหมือนครูสอนว่ายน้ำได้อย่างไร)

 "การสอนกวดวิชาเหมือนใส่ชุดลิเก เป็นเทพเป็นเจ้า แต่พอเล่นเสร็จ เราถอดชุดออกใช่ไหม ถอดออกมันก็ไม่ใช่เทพแล้ว"

               หาอ่านนะคะเป็นฉบับแรกที่ซื้อเป็นสมบัติ

       

                  มันลึกกว่าผักชี    (มีต่อ)