เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2554 ผมและทีมงานนักวิชาการชุมชน ที่ประกอบด้วย พี่ยอด(พิพัฒฯ พึ่งสว่าง: อดีตหัวหน้า Plan ขอนแก่น) ท่านนายกจ๋อย(ธนบดี กุมพิทักษ์:อดีตนายก อบต.บ้านผือ อ.หนองเรือ) และคุณจำเนียร (นักวิชาการ สสจ.ขอนแก่น) ได้ข้าร่วมประชุมคณะทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน ตำบลป่ามะนาว อ.บ้านฝาง ซึ่งทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า "แรงงานชุมชน แม้จะอยู่ห่างไกลสังคมเมือง ก็ยิ่งมีปัญหาและได้รับผลกระทบจากระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม" ดังข้อมูลที่ได้จากที่ประชุมคณะทำงานพื้นที่ดังกล่าว
“ป่ามะนาว” ตำบลที่ตั้งอยู่ห่างจาก อ.บ้านฝางกว่า 15 กิโลเมตร พื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ดิน และแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ประชากรส่วนใหญ่จึงมีอาชีพด้านเกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกพืชไร่ และพืชผักต่างๆหลังจากฤดูการทำนา ซึ่งปัจจุบันได้มีธุรกิจการเกษตรเข้าไปส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธ์พืชผักต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมการผลิตนับร้อยกว่าครัวเรือน นอกจากแรงงานภาคเกษตร ก็ยังมีแรงงานอาชีพเย็บผ้า และกลุ่ม “โคเชต์”หรือการถักทอผ้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานที่รับงานมาทำที่บ้าน รวมประมาณ 70 คน
ปัญหาการใช้สารเคมีที่ไม่เหมาะสมและผลกระทบทั้งต่อแรงงานและชุมชน จึงเป็นปัญหาที่สำคัญของพื้นที่ มีแกนนำแรงงานกล่าวว่า “มันจำเป็นต้องใช้เพราะห้วหน้า(นายทุน/แกนนำกลุ่ม)เขาจัดซื้อมาให้ บางคนอาจใช้มากกว่า 5 ชนิดพร้อมกัน บางครั้งรับยาจำนวนพอๆกับปุ๋ยเคมีด้วยซ้ำไป” ส่วนผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมก็นับว่ามีความรุนแรงเช่นเดียวกัน คณะทำงานฯบางคนกล่าวว่า “แค่ลงห้วยก็แพ้แล้ว ปูปลาก็หาอยู่หากินยาก จนพึ่งพาหาอาหารจากห้วยหนองบ่ได้แล้ว” ปัญหาดังกล่าวแม้ว่าท้องถิ่นและหน่วยงานต่างๆเข้าใจปัญหาแต่ก็ยังขาดกระบวนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดผลกระทบทั้งต่อแรงงานและชุมชนมาเรื่อยๆ ส่วนกลุ่มเย็บผ้าก็พบว่ามีปัญหาด้านสุขภาพบ้างแต่ก็ยังมีไม่มากนัก ส่วน“สวัสดิการ”ก็เป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยังห่างไกลจากแรงงานและคณะทำงานฯในพื้นที่ แม้ในชุมชนจะมีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การออมทรัพย์ กลุ่มฌาปนกิจ ซึ่งมีเป้าหมายเฉพาะด้าน ขาดการพัฒนาเพื่อให้เกิดการช่วยเหลือกันตามปัญหาในวิถีชีวิตและการทำงานอย่างบูรณาการ
บริบทของปัญหาแรงงานในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องการใช้สารเคมีในการเกษตร จึงเป็นประเด็นสำคัญที่คณะทำงานที่มีทั้งผู้บริหารท้องถิ่น เจ้าหน้าที่และผู้นำหมู่บ้านยอมรับร่วมกันว่า เป็นปัญหาสำคัญที่สุดและกระบวนการดำเนินงานยังไม่จริงจังสักที การรวมตัวกันของภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งจากท้องถิ่น ชุมชน สถานีอนามัย สำนักงานเกษตรอำเภอ และหน่วยงานราชการต่างๆ น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาได้ ซึ่งเห็นได้จากความสนใจและความต้องการในการทำงานทุกฝ่าย รวมทั้งบรรยากาศความสัมพันธ์ที่ง่ายและเป็นกันเองของท้องถิ่นและชุมชน ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานต่างๆสำเร็จไม่ยากนัก