เป็นครั้งแรกในชีวิต..ที่เคยได้บวช..(อย่างตั้งใจและไม่ตั้งใจ)..และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เล่าเรียน "พุทธประวัติ"ไม่ใช่อย่างเคยๆในสมัยเด็กๆที่ต้องจำๆๆเพื่อนำไปตอบคำถามตอนสอบๆเสร็จลืมหมด๕๕๕..ขี้เกียจจำต่อไป..ไม่ได้เรียนเพื่อคิดหรือเพิ่มทักษะในการเรียนรู้...ที่เรียนสุดทางของความคิดในกรอบของผู้ส่งให้เรียนและกรอบที่วางไว้ให้เรียนอย่างกว้างๆ.เรียนๆๆแข่งกันเรียน..ชิงดีชิงเด่นกันเรียนเรียนเพื่อให้ไปยืนอยู่แนวหน้าของคำว่าเกียรติยศความมั่งคั่งสูงส่ง(ในจิตใจ)..ที่ไม่ใครได้มี...เรียนมาแทบตายในอดีต..๕๕..
..วันหนึ่งในการเรียนในวัตรทรงธรรมกัลยาณี..ยายธีได้ยิน..ถึงเรื่อง"ป่าเลย์ไลก์"ในพุทธกาล.....เรื่องที่ติดอยู่ในความทรงจำคือ...ป่านี้ ชื่อป่า เลย์ไลก์ ป่านี้เป็นที่หลบลี้ความวุ่นวายจากการ ทะเลาะวิวาทใหญ่โต ของหมู่สงฆ์...ซึ่งสาเหตุของการทะเลาะวิวาทก็มีอยู่นิดเดียว..คือเรื่อง ..ไม่คว่ำขัน..น้ำล้างก้น ของ สงฆ์องค์หนึ่งเท่านั้นเอง ..."ห้าม"ก็ไม่ฟังแถมยังถูกไล่ให้ไม่ให้เข้ามายุ่ง...อ้ะๆๆ...ในสมัยพุทธกาล...
ในกาลครั้ง..นี้..เลยทำให้ยายธีคิดไปว่า..น่าจะมีที่สักแห่ง..ที่เปิด..ให้เป็นที่พักใจ..เพื่อปลีกวิเวก...ดังป่าเลย์ไลก์ในครั้งนั้น...และที่เหมาะๆ..เห็นว่าจะเป็นป่าของยายธีนั่นเอง..(ใครเห็นด้วยยกมือขึ้น..อ้ะ)
ยกมือด้วยคนหนึ่งครับ
ในชีวิตของผมเห็นชีวิตตัวเองและคนอื่น ๆ
ปัญหาความเบาะแว้งมักเกิดจากเรื่องเล็กน้อยหยุมหยิมแล้วลุกลามเป็นเรื่องใหญ่โต
และกวาดสิ่งที่เคยผ่านมาให้เป็นเชื้อเพลิงเผาให้วอดวาย
ใช่ครับ น่าจะมีสถานที่แห่งนี้ แค่เอาไว้พักใจ และให้กำลังใจกันและกัน
เอาที่บล็อกของยายธีดีไหมครับ
คุณยายสบายดีนะครับ
แม้พระพุทธเจ้ายังทรงต้องหนี....นับประสาอะไรกับปุถุชนอย่าง
เรา....เบื่อการทะเลาะเต็มทีแล้วอยากไปอยู่ป่าเลไลยก์ด้วยครับ
สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านที่รัก...สวัสดีค่ะคุณพิสูจน์และคุณทิมดาบ...ยายธีดีใจจริงๆ..สองคนมีสี่มือแล้ว...รวมยายธี..ตอนนี้ หกแล้ว...ไชโย..สองวันที่แล้ว..ไปแอบมองป่า..เลย์ไลก์..ในความฝัน...ที่กำลังเริ่มแสดง พลานุภาพในธรรมชาติ...(หากปราศจากผู้คนที่ต้องการผลประโยชน์จากป่า...นอกจากผู้พักพิง).....เวลากำลังเคลื่อนตัวและกำหนด จิต..วิณญาณ..เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและติดตาม..เจ้าค่ะ..ยายธี