ผมมีทุกข์ คนอื่นก็มีทุกข์ แต่ต่างกันตรงที่ ผมใช้หลักธรรมมานำใจให้ไกลทุกข์ และท่านอื่น ๆ ล่ะ ใช้วิธีใดนำใจให้ใกลทุกข์ครับ

       ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่ผ่านมา เรื่องเก่าจบไป เรื่องใหม่เข้ามา สิ่งต่าง ๆ ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามวัฎฎ ทุกคนย่อมต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงกันทั้งหมดทั้งสิ้น... ผมก็เช่นกัน

       อะไร ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปหมดครับ เปลี่ยนแล้วดีก็มีมาก เปลี่ยนแล้วทำให้ทุกข์ก็ไม่น้อย แต่สิ่งที่เปลี่ยนแล้วทุกข์ตลอดวันทำงาน ก็คงหนีไม่พ้น การเปลี่ยน ผบคบช.  (ขออนุญาตใช้อักษรย่อเลียนแบบข่าว ก็อตซิบนะคับ เพื่อความสบายใจของตัวเอง)

       สิ่งที่ได้รับรู้จากคนอื่นมาว่าจะต้องเจออะไรบ้างนั้นสร้างความประหวั่นพรั่นพรึงแต่ก็มิได้เก็บมาเป็นสิ่งที่จะบั่นทอนตัวเอง แต่สิ่งที่ได้ประสบด้วยตัวเอง อย่างที่ คำพระเคยพูดในทำนองว่า ทุกอย่างเป็น ปัจจัตตัง ต้องเจอกับตัวเองนั้น ผมได้เจอมาแล้ว  และก็กำลังทบทวนว่า ได้เจออะไรมาบ้าง เจอแล้วรู้สึกอย่างไร เจอแบบนี้จะรับมืออย่างไร แล้วต้องทำตัวอย่างไรต่อไปดี...

        ผมคงเป็นคนที่โชคดีที่หลาย ๆ ครั้ง ผมสามารถถามตัวเองว่า ขณะนี้เรารู้สึกอย่างไร จะควบคุมตนเองได้อย่างไร แล้วไตร่ตรองว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปจึงจะดีที่สุด...  อันนีี้ผมขอยกเครดิตให้กับ "ธรรม"  ที่เคยได้สดับตรับฟัง ได้ไตร่ตรอง ได้ปฏิบัติตาม และได้สนทนาธรรมกับผู้มีธรรมทั้งหลาย  ผมจึงรู้สึกว่าเป็นคนโชคดีที่อย่างน้อย ๆ เมื่อมีอะไรมากระทบจิตให้รู้สึก โกรธ หงุดหงิด หรือไม่พอใจแล้ว สามารถควบคุมอารมณ์และความรู้สึกได้เร็ว และปล่อยวางลงไปได้เร็วกว่าอดีตที่ผ่านมา ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับตัวเอง

          จึงอยากมาแบ่งปันเพื่อยืนยันว่า การฟังธรรม การไตร่ตรอง การใคร่ครวญ และการประพฤติปฏิบัติธรรมนั้น ไม่มีวันที่จะเสียเปล่า แต่จะเป็นการสะสมสิ่งที่ได้รับไปเรื่อย ๆ วันละนิดละหน่อย ไม่สูญสลายไปไหน  วันหนึ่งหากเราอยากนำมาใช้ เราก็จะสามารถหยิบมาใช้ได้ตลอดเวลา ยิ่งใช้ยิ่งดี ยิ่งใช้ยิ่งได้ จริง ๆ นะครับ แต่อย่าคาดหวังว่าจะมีอานิสงไปถึงขนาดเงินทองไหลมาเทมา หรือเกิดเป็นเทวดาหรอกนะครับ ผมคิดว่า แค่เราระลึกถึงธรรมแล้วนำใจให้เราหลุดจากความทุกข์ นี่ก็เป็นสุดยอดแล้วล่ะครับ

          ผมมีทุกข์ คนอื่นก็มีทุกข์ แต่ต่างกันตรงที่ ผมใช้หลักธรรมมานำใจให้ไกลทุกข์ และท่านอื่น ๆ ล่ะ ใช้วิธีใดนำใจให้ใกลทุกข์ครับ