สมุนไพรไทยเป็นแนวทางที่ถูกต้องต่อสุขอนามัย

สังคมไทยเป็นสังคมที่อ่อนไหวมาก ชอบเลียนแบบชาติที่มีความเจริญทางวัตถุอย่างชาวตะวันตก ดังนั้นหากฝรั่งตาน้ำข้าวใช้อะไรก็นำมาใช้ตาม โดยขาดการใคร่ครวญไตรตรองให้รอบครอบก่อน แต่เมือเขาเลิกใช้กลับไม่ยอมเลิกตาม เพราะไปติดในเวทนาของสิ่งนั้น เช่น ฟองในสบู่ น้ำยาล้างจาน ฯลฯ ซึ่งเจ้าสารเคมีที่ทำให้เกิดฟองนั้นไม่เป็นประโยชน์ใด ๆ ต่อผลิตภัณฑ์นั้นเลย แต่กลับจะมีโทษมากกว่า เช่น ฟองในน้ำยาล้างจาน ตอนนี้ที่อเมริกาเขาเลิกใช้กันแล้ว เพราะมีการวิจัยว่าน่าจะเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง แต่บ้านเรายังตะบี้ตะบันใช้กันอยู่ทุกยี่ห้อเลย เวลาไปทานอาหารนอกบ้าน ท่านสังเกตให้ดีนะครับ ภาชนะที่ใส่อาหารมาให้ท่านรับประทานนั้นล้างสารเคมี(สารให้เกิดฟอง)หมดจดหรือไม่ ลองทำง่าย ๆ อย่างนี้นะครับ นำอุปกรณ์ไปล้างด้วยน้ำจากขวดน้ำดื่ม เขย่าแล้วเอามือลูปไปให้ทั่ว ท่านจะเห็นว่ามีคราบสารเคมีลอยเหนือน้ำ หากมีมากก็จะเป็นฟองขึ้นมาอีก เพราะลูกจ้างที่ล้างจานนนั้นทำงานหนักมาก จึงล้างอุปกรณ์ด้วยน้ำนิ่ง(ในกะละมัง)อุปกรณ์ที่ล้างตอนท้าย ๆ จะไม่ปราศจากสารเคมีเลย เพราะความเข้มข้นของสารเคมีในน้ำกับบนผิวของอุปกรณ์มันเท่ากัน จึงละลายออกมาไม่ได้ หากเราบริโภคเข้าไปทุกวัน ๆ ก็จะสะสมในร่างกายสิบปียี่สิบปี่ก็จะแสดงผลออกมา แล้วเราจะยังคงใช้สารเคมีเหล่านี้อยู่หรือ? เลี่ยงมาใช้สมุนไพรไทยดีกว่าครับ ทำไม่ยากเลย ไม่เสียตังค์มากด้วย เราทำอาหารประจำวันจะมีเศษผักเหลืออยู่เสมอ ให้ล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก หมักด้วยน้ำที่ละลายน้ำตาลไว้แล้วทิ้งไว้หนึ่งถึงสามเดือน แล้วนำมาใช้แทนน้ำยาล้างจาน ใช้ขบวนการล้างจานจากตอนที่แล้ว รับรองจานชามของท่านจะสะอาดปราศจากสารเคมีใด ๆ