เมื่อปีใหม่ 2554 ได้ไปเยี่ยมคารวะอาจารย์ทวิ ปัญญาวงศ์ แห่งโรงเรียนส่วนบุญชโยปถัมภ์ จังหวัดลำพูน อาจารย์ได้พาไปทานอาหารรสเด็ดขึ้นชื่อของที่นี่ เป็นร้านปลาจุ่ม ชื่อร้านอะไรจำไม่ได้แล้ว เข้าไปในถนนซอยแถวๆข้าง สถานีรถไฟลำพูนครับ

ปลาจุ่มของที่นี่
ใช้เนื้อปลาช่อนสไลด์จากปลาช่อนตัวโตๆ เป็นชิ้นพอคำ (ก้าง
ครีบและหัวปลาเอาไปต้มต่างหาก) จุ่มลวกกะน้ำซุปหอมหวานจากน้ำต้มกระดูก
พร้อมผักต่างๆ กับเห็ดหลายชนิด หรือหากชอบวุ้นเส้นก็เข้ากันดี
ทั้งหมดทานกับน้ำจิ้มรสเด็ดมีน้ำจิ้มเขียวและน้ำจิ้มหวานให้เลือก
อาจารย์ทวิ บอกว่า เคล็ดลับของความอร่อย อยู่ที่การทำน้ำซุปและน้ำจิ้มครับ น้ำซุปต้องได้จาการต้มกระดูกหมูเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ช.ม. จนน้ำหวานจากกระดูกหมูออกมา ปรุงหวานเค็มด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ ห้ามใช้น้ำปลาเด็ดขาดเพราะจะคาว หลังจากนั้นใส่เครื่องปรุง ประกอบด้วย ตะใคร้ทุบพอแตก ใบมะกรูดฉีกเป็นซีก ข่าอ่อนฝานบางๆ หากเป็นข่าแก่จะบุบพอช้ำก็ได้ (ผมรู้มาว่า ข่า+ตะใคร้+ใบมะกรูด เป็นสูตรดับคาวของอาหารไทยโดยเฉพาะครับ)ตั้งน้ำซุบบนหม้อไฟจนเดือด
สำหรับผัก
ก็ใช้ผักกาดขาวเป็นตัวยืน ผักคืนช่าย ต้นหอม ผักบุ้ง ผักชี โหระพา
เห็ดต่างๆ ที่สังเกต ไม่เห็นมีกะหล่ำปลี ทั้งๆ
ที่เป็นของหาง่ายและราคาถูก ใน 1 หม้อนี้มีไข่ไก่สดให้ 2
ฟองด้วย ซึ่งหากใส่ไข่ลงในน้ำซุป จะทำให้น้ำซุปข้นขึ้นอีก
แต่ถามบางคนที่ร่วมโต๊ะด้วยนะครับ เพราะบางคนไม่ทานไข่
เห็ดต่างๆ ประกอบด้วยเห็ดฟาง เห็ดหอม เห็ดหูหนู เห็ดหูหนูขาว(กินเกือบหมดแล้ว) และเห็ดกระดุม(ที่ในรูปจะเห็นแต่โคน)