บริบทตำบลตาลชุม

ตำบลตาลชุมมีพื้นที่ทั้งหมด 8,571 ไร่ สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบ มีแม่น้ำน่านไหลผ่านพื้นที่บางส่วนของตำบล  ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มสามารถทำการเกษตรได้ทุกฤดูกาล ประชาชนโดยทั่วไปมีอาชีพด้านการเกษตร เช่น ทำนา ทำสวนลำไย ทำไร่ข้าวโพด ซึ่งมีบางหมู่บ้านที่มีแม่น้ำน่านไหลผ่าน สามารถนำน้ำจากแม่น้ำมาใช้โดยเครื่องสูบน้ำพลังไฟฟ้า ช่วยในด้านการเกษตรและปลูกพืชผักหมุนเวียนได้ทุกฤดูกาล นอกจากนั้นมีการโยกย้ายไปรับจ้างขายแรงงานต่างจังหวัด และไปค้าขายเป็นครั้งคราว

วิถีการดำเนินชีวิตแบบล้านนา อยู่อย่างเรียบง่าย ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในชุมชน เช่น ในงานประเพณีขึ้นบ้านใหม่ งานบวช งานแต่งงาน งานศพ และมีการช่วยเหลือกันในการประกอบอาชีพ เช่น ทำนา ทำสวน และมีการแบ่งปันอาหารหรือผลผลิตด้านการเกษตรซึ่งกันและกัน (พืชผักสวนครัว  อาหารพื้นบ้าน) มีการเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่รุ่นต่อไป โดยการถ่ายทอดสู่บุตรหลาน และมีการจัดเวทีชุมชนเพื่อวิเคราะห์จุดเด่น  จุดด้อย และการแสวงหาทางออกและโอกาสในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่ชุมชนประสบอยู่  มีการมอบหมายภาระความรับผิดชอบกันเองในพื้นที่   มีการคัดเลือกคณะกรรมการดำเนินการขับเคลื่อนกระบวนการ    การกำหนดมาตรการทางสังคมในระดับ หมู่บ้านและตำบล   เพื่อจัดการกับปัญหาต่างๆ เช่นปัญหาสิ่งเสพติด สุรา การพนัน เป็นต้น

และนอกจากนี้ตำบลตาลชุม  ยังมีต้นทุนของระบบบริการสุขภาพใน รพ.สต. ที่ดี ได้แก่ การมีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง มีนายก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และมีประธานสภา อบจ.น่าน ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ตำบลตาลชุม ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ รพ.สต.เช่น มีหมอพื้นบ้าน(หมอสมุนไพร) ปราชญ์ชาวบ้าน ที่เป็นต้นแบบมีชมรม อสม. ที่เข้มแข็ง  และนอกจากนี้ยังมี หน่วยงานราชการในพื้นที่ เช่น โรงเรียน  ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนและการเรียนรู้ตามอัธยาศัย องค์การบริหารส่วนตำบล และกองทุนสุขภาพพื้นที่ระดับตำบล ให้ความสำคัญทางด้านสุขภาพ  มีการสนับสนุนที่ดี ทางด้านสุขภาพ และมีการกำหนดแผนสุขภาพตำบล ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานทางด้านสุขภาพ

 

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาลชุม

อยู่ห่างจากโรงพยาบาลเวียงสา 14 กิโลเมตร  ประชาชนในพื้นที่ใช้เวลาเดินทางถึงสถานบริการประมาณ 5 - 10 นาที การคมนาคมสะดวกด้วยถนนลาดยาง รับผิดชอบ 7 หมู่บ้าน 1,114 หลังคาเรือน มีประชากร 4,004 คน แยกเป็น ชาย 1,972 คน หญิง 2,032 คน มีโรงเรียนประถมศึกษาในเขตรับผิดชอบ จำนวน 4 แห่ง โรงเรียน มัธยมศึกษา  จำนวน 1 แห่ง และมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนขององค์การบริหารส่วนตำบลตาลชุม 1 แห่ง มีวัดที่ให้การอบรมขัดเกลาจิตใจของประชาชน จำนวน 5 วัด

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาลชุม เป็นพื้นที่นำร่องด้านสาธารณสุข ในระดับ อำเภอ จังหวัด  เช่นเป็นศูนย์แพทย์ชุมชน ระหว่าง ปี 2550 – 2552  มีแพทย์ ปฏิบัติงานประจำ วันจันทร์ - วันศุกร์เป็นพื้นที่ หมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดโรคมะเร็ง ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด ปี 2553 ทำให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และระบบบริการ มีการให้บริการทั้งเชิงรับและเชิงรุก มีการให้บริการแพทย์แผนไทย เริ่ม ปี 2548 และให้บริการทันตกรรมตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งเป็นแห่งแรก ของสถานีอนามัยในอำเภอเวียงสา และปัจจุบัน มีแค่ 2 แห่ง ในพื้นที่อำเภอเวียงสา

 

โครงสร้างและบุคลากรด้านสาธารณสุข

มีบุคลากรที่ให้บริการทางด้านสุขภาพ ครบตามเกณฑ์ขั้นต่ำของ รพ.สต. จำนวน 4 คน (พยาบาลเวชปฏิบัติ จำนวน 1 คน) ดังนี้

1. นายจักรพันธ์  ศรีวิไชย           ตำแหน่ง          นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ (รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล)

2. นางหัตถาภรณ์  คำนามะ        ตำแหน่ง          พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ (พยาบาลเวชปฏิบัติ)

3. นางสาวสุธีรา  หลายแห่ง        ตำแหน่ง          พยาบาลวิชาชีพ (ลูกจ้างนักเรียนทุน)

4. นางพิมพ์ใจ    เมฆสาคร         ตำแหน่ง          เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขชำนาญงาน

          นอกจากนี้ยังมีลูกจ้างชั่วคราว จำนวน 4 ตำแหน่ง ดังนี้

1. น.ส.มาลินี  แซ่กือ                ตำแหน่ง          นักการแพทย์แผนไทย(ลูกจ้างของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก)

2. นางนงลักษณ์  คะโน             ตำแหน่ง          ผู้ช่วยเหลือคนไข้

3. นางภักวิพร  พันน้อย            ตำแหน่ง          พนักงานผู้ช่วยทันตกรรม

4. นางวันดี  ด้วงลา                 ตำแหน่ง          ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย

 

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพบ้านนากอก

          บ้านนากอก ตำบลตาลชุม อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน  มีหลังคาเรือน 185 หลังคาเรือน จำนวนประชากร 604 คน แยกเป็นชาย 298 คน หญิง 306 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

          สถานะสุขภาพของประชาชน  สาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง 2 คน(3.31 ต่อพันประชากร) โรคหลอดเลือดและหัวใจ 1 คน โรคมะเร็งเต้านม 1 คน โรคตับแข็ง 1 คน  สาเหตุการป่วยที่สำคัญได้แก่  โรคความดันสูง  48 คน(79.47 ต่อพัน ปชก.) โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง 10 คน(16.56 ต่อพัน ปชก.) โรคเบาหวาน 9 คน(14.9 ต่อพัน ปชก.)

และจากการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพ จัดอยู่ในกลุ่มปกติ ร้อยละ 48.51 กลุ่มเสี่ยงต่อสุขภาพ ร้อยละ 37.58 กลุ่มป่วยเรื้อรัง ร้อยละ 10.60 และกลุ่มโรคเรื้อรังที่มีภาวะแทรกซ้อน ร้อยละ 3.31

ในกลุ่มเสี่ยงต่อสุขภาพพบว่ามีพฤติกรรมดื่มสุรา  ร้อยละ 32.16 สูบบุหรี่ 9.25 อ้วนลงพุง ร้อยละ 28.63  มีสารพิษตกค้างในกระแสโลหิต(ในระดับไม่ปกติ) ร้อยละ 12.78

ร่วมเรียนรู้สู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ

          จากข้อมูลสถานะสุขภาพและพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ นำไปสู่การเรียนรู้ร่วมกันของคนในชุมชนและภาคีร่วม ได้แผนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของคนในชุมชน ได้แก่

  1. การปลูกและรับประทานพืชผักปลอดสารพิษ ประกอบด้วย การปลูกพืชผักพื้นบ้าน ผักสวนครัว รั้วกินได้ การใช้สารชีวภาพทดแทนสารเคมี  ส่งเสริมการรับประทานพืชผักปลอดสารพิษ  การจัดตั้ง “สารวัตรอาหาร” เป็นผู้ประกอบอาหารในงานประเพณีของหมู่บ้าน ให้มีความสุกสะอาดปลอดภัย ผลการดำเนินงานพบว่า
  2. การดูแลสุขภาพตามแนวคิดธาตุเจ้าเรือน  ผลการดำเนินงานพบว่า มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 193 คน ซึ่งเน้นการรับประทานอาหาร พืชผักปลอดสารพิษที่ถูกกับธาตุเจ้าเรือน
  3. การลดพุง มีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม 26 คน(จาก 65 คน) ประกอบด้วย การเสริมสร้างความรู้เรื่องสุขภาพกาย  การจัดสถานที่ออกกำลังกายในชุมชน  ส่งเสริมการออกกำลังกายด้วย ฮูล่าฮูป เดิน วิ่ง การรับประทานอาหารที่ปลอดภัย(เน้นพืชผักปลอดสารพิษ มากกว่าอาหารที่เป็นไขมัน เนื้อสัตว์) ผลการดำเนินงานพบว่า รอบเอวลดลงในระดับปกติ 21 คน ร้อยละ 80.77

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน ปัจจัยความสำเร็จต้อง ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การสำรวจข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพ  การวางแผนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่สอดคล้องกับปัญหา  วิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเป็นวิธีการของชุมชน โดยประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการดูแลสุขภาพ  นอกจากนี้ภาคีเครือข่ายทั้งในและนอกพื้นที่ต้องมีส่วนร่วม สนับสนุนการดำเนินงาน เช่น รพ.สต./เกษตร/พัฒนากร/โรงเรียน/อปท.

          จัดตั้งเป็นโรงเรียนนวัตกรรมสุขภาพชุมชนบ้านนากอก ขึ้น มีหลักสูตรการถ่ายทอดอยู่ 3 หลักสูตร ได้แก่ อาหารปลอดภัย  (ผู้พิทักษ์อาหาร), เบาหวานและความดัน (เตือนภัยแก้ไขปัญหาสุขภาพโดยสมดุลธาตุทั้ง 4 ตามหลัก 8 อ), ไร้พุง(ห่วงสุขภาพลดพุง)

ผลสำเร็จของงาน        

- ครัวเรือนปลูกผักไว้บริโภคทุกหลังคาเรือน

- จัดกิจกรรมครัวเลี้ยงปลอดภัย มีการกำหนดเขตประกอบอาหารมีผู้พิทักษ์อาหาร

- ประชาชนใช้หลักการป้องกันโรคด้วยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก คือ 8 อ. ได้แก่ อิริยาบถ การกายบริหารฤาษีดัดตน, อาหาร การรับประทานอาหารให้ถูกกับธาตุเจ้าเรือน, อากาศ การปรับที่อยู่อาศัย, อโรคยา ฝึกการนอนอย่างมีคุณภาพ, อาจิณ  การฝึกการขับถ่าย, อุเบกขา การฝึกควบคุมอารมณ์, อุดมปัญญา การทำสมาธิ ทำบุญตักบาตร, อาชีพ การปฏิบัติตัวตามอายุ ตามวัย

 

จุดเด่นของของการพัฒนา และปัจจัยเงื่อนไขความสำเร็จของการพัฒนา รพ.สต.

1. คณะกรรมการพัฒนา รพ.สต.ที่มีความเข้มแข็ง เป็นในพื้นที่ทำให้ทำงาน เข้ากับชุมชนได้ดี เข้าใจถึงปัญหาต่างๆในชุมชน และสามารถทำงานได้อย่างมีระบบระเบียบ ทำงานกับประชาชนได้ประดุจเหมือนญาติมิตรของตน และมีระบบ นโยบายที่สอดคล้องกับชุนชนทำให้ทำงานได้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

2. ความเป็นองค์กร ด้านสุขภาพ เป็นหน่วยบริการด้านสุขภาพของตำบลตาลชุม   ที่ให้บริการแบบองค์รวมและผสมผสาน  สามารถดูแลให้ความครอบคลุม  ด้านการส่งเสริมสุขภาพ  การป้องกันโรค   การรักษาพยาบาล  การฟื้นฟูสภาพ   และการคุ้มครองผู้บริโภค

3. เป็นพื้นที่นำร่อง ด้านสาธารณสุข เช่น เป็นศูนย์แพทย์ชุมชน  เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต้นแบบ เป็นหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพฯ   มีงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงาน ทำให้มีการพัฒนาบุคลากร และสถานบริการ มีการปรับปรุงพัฒนาให้มีมาตรฐาน เป็นลำดับแรกๆ

........................................................................

หมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และโรงเรียนนวัตกรรมสุขภาพชุมชน เป็น นวัตกรรมสุขภาพของชุมชน คิด และริเริ่มจากชุมชน สอดคล้องกับวิถีชุมชน เป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนในการที่จะพึ่งตนเองทางด้านสุขภาพ โดยมีบุคลากรสาธารณสุขของรพ.สต.เป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้

...............................................................................

ขอขอบคุณ บุคลากร รพ.สต.ตาลชุม, ทีมบูรณาการเชิงรุก อ.เวียงสา ที่เอื้อเฟื้อบทความและรูปภาพ

อ้างอิง ทีมบูรณาการเชิงรุกอำเภอเวียงสา. สรุปบทเรียนการพัฒนารพ.สต.ตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 รพ.สต.ต้นแบบ, 2554