เมื่อวันครูที่ผ่านมา ผู้เขียนได้พาครูชาวบ้านมาเที่ยวชม กล้วยไม้ช้างกระ ที่วัดป่ามัญจาคีรี อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ท่านครูทั้งหลายได้เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนกล้วยไม้ช้างกระจะมีมากมายเมื่อเดินเข้ามาหน้าวัดก็จะได้กลิ่นหอมอ่อนอ่อนของดอกกล้วยไม้แต่วันนี้เข้ามาแล้วไม่ค่อยได้กลิ่น ครูอีกท่านหนึ่งเลยบอกว่า เราอาจจะดังกิ้น(จมูกไม่ได้รับกลิ่นเหมือนเดิม ภาษาอิสาน)แล้วก็ได้จึงไม่ได้กลิ่นหอมที่เคยได้กลิ่นผู้เขียนก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้
แต่ที่น่ายินดีอีกประการหนึ่งก็คือผู้เขียนได้พบกับ กลุ่มนักวิจัยระดับปริญญาโท จาก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ศึกษาเรื่องความหลากหลายทางพันธุกรรมของกล้ายไม้ช้างกระ
ด็อกเตอร์สุดารัตน์บอกว่ากล้วยไม้ช้างกระ หากดูให้ชัด ชัด จะมองเห็นว่ามีหลากหลายสายพันธ์มากในหนึ่งช่อ อาจจะมีหลายสี บางช่อมีกระ น้อย บางช่อมีกระมาก บ้างสีอ่อน บ้างสีเข้ม
กล้วยไม้จะไม่มีอาหารเลี้ยงต้นอ่อนจะคอยแต่ ธรรมชาติเท่านั้นโดยมีมดเป็น ผู้ผสมเกษร อาศัย เฉพาะเชื้อราและความชื้น ทำให้ขยายพันธุ์ช้า นักวิจัยจึงต้องช่วยผสมเกษร
ผู้เขียนได้ดูนักวิจัย จะใช้ไม้เล็กๆเหมือนไม้จิ้มฟันเขี่ยเปิดปากดอกเป็นยางเหนียวเหนียวเอาเกษรตัวผู้เข้าไปในช่องเล็กที่เขี่ยเปิดไว้เป็นการผสมภายในดอกธรรมชาติน่าอัศจรรย์จริงจริง วิธีเลือกดอกที่จะทำการผสมต้องเป็นลักษณะ เหมือนในภาพบานครึ่งตูมครึ่งจะเป็นช่อที่เหมาะสมที่สุด คะ..ช่วยกัน รักษากล้วยไม้บ้านเรา นะคะ ธรรมชาติใช้เวลานานมากจึงให้เราเห็น ความสวยงามเช่นนี้......
ได้ทั้งชื่มชมดมดอมความงามของดอกกล้วยไม้ ได้ทั้งความรู้เพิ่มเติม การศึกษาตามอัธยาศัยจริงๆ ค่ะ