รพ.สต.ปิงหลวง ตั้งอยู่ที่บ้านดอนมูล ตำบลปิงหลวง อำเภอนาหมื่น มีระยะทางห่างจากโรงพยาบาลแม่ข่าย (รพ.นาหมื่น) 22 กิโลเมตร
นอกจากให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนในเขต ต.ปิงหลวง จำนวน 10 หมู่บ้าน มีประชากรรวม 2,995 คน แบ่งเป็นชาย 1,547 คน หญิง 1,448 คน และยังให้บริการครอบคลุมพื้นที่ ต.เมืองลี อีก 2 หมู่บ้านคือ บ.นาคา และ บ.หมอ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ติดกับ ต.ปิงหลวง
บุคลากรสาธารณสุข
รพ.สต.ปิงหลวง มีบุคลากรปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง จำนวน 7 คน ดังนี้
- พยาบาลวิชาชีพ จำนวน 2 คน เป็นผู้อำนวยการ รพ.สต. 1 คน และทำหน้าที่รักษาพยาบาล 1 คน (ไม่มีพยาบาลเวชปฏิบัติ)
- เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน จำนวน 1 คน (ไม่มีนักวิชาการสาธารณสุข)
- เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข จำนวน 1 คน
- ผู้ช่วยเหลือคนไข้ จำนวน 1 คน
- ลูกจ้างแพทย์แผนไทย จำนวน 1 คน
- คนงาน จำนวน 1 คน ทำหน้าที่ดูแลสวน และดูแลความสะอาดภายในสำนักงาน
นอกจากนี้ ต.ปิงหลวง มีอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ที่คอยสนับสนุนงานด้านสาธารณสุขมูลฐาน จำนวน 59 คน
แม้จะเป็นรพ.สต.เล็กๆ ห่างไกล ที่ยังไม่มีบุคลากรครบตามเกณฑ์ แต่ด้วยความมุ่งมั่นและพลังในการที่จะพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้มีคุณภาพ เป็นที่พึ่งของชุมชนได้ จึงได้นำเอาทุนทางสังคมที่มีอยู่มาพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วย สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมีสสอ.นาหมื่น รพ.นาหมื่น และภาคีเครือข่ายต่างๆ เข้ามาสนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ทุนชุมชนที่เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนางานด้านสาธารณสุข
ชุมชนให้ความร่วมมือ (จิตอาสา) โดยเฉพาะมีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง
มีเครือข่ายหมอพื้นบ้านที่มีความรู้เรื่องการใช้ยาสมุนไพรรักษาอาการเจ็บป่วยในเบื้องต้น อาทิ หมอพื้นบ้าน แสวง สุทธิ บ.ต้นต้อง ต.ปิงหลวง
มีกลุ่มประชาชนผู้สนใจทำกิจกรรมด้านสุขภาพในชุมชน อาทิ กลุ่มออกกำลังกายของชมรมผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ประกอบอาหารตามหลักสุขอนามัย ภายใต้โครงการ “ชาวนาหมื่นปลอดภัย ร่วมใส่ใจสุขาภิบาลอาหาร”
มีวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง และมีสถานปฏิบัติธรรมในชุมชน สำหรับฝึกสมาธิและฟังเทศน์ตามคำสอนของพุทธศาสนา
มีกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล ซึ่งผ่านการประเมินในระดับ A
โครงการเด่น/นวัตกรรม “หมู่บ้านจัดการสุขภาพบ้านต้นต้อง (ต้นต้องโมเดล)”
ที่มาของการดำเนินโครงการ
สืบเนื่องจากประชาชนมีการรวมกลุ่มเลี้ยงสุราหลังเลิกงานเพื่อเป็นการตอบแทนให้แก่ผู้ที่ไปช่วยงานด้านการเกษตรกรรม ซึ่งนับเป็นปัญหาอันดับต้นที่ประชาชนในหมู่บ้านโดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านมีความต้องการที่จะลดปัญหานี้ โดยการนำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์มาใช้ในการดำเนินโครงการ ฯ จากข้อมูลพบว่าประชาชน ลดการดื่มสุราหลังเลิกงานในช่วงเวลาตอนเย็น ทำให้หมู่บ้านใกล้เคียงได้เห็นความเปลี่ยนแปลง (ผู้นำและประชาชนในหมู่บ้านถูกกระตุ้นให้มีการทำกิจกรรม) จึงมีความต้องการจะให้เจ้าหน้าที่ลงไปดำเนินการในหมู่บ้านของตนบ้าง โครงการดังกล่าวจะพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องโดยควรมีเจ้าหน้าที่และประชาชนทำกิจกรรมร่วมกัน และจะมีการดำเนินกิจกรรมหมู่บ้านจัดการสุขภาพในพื้นที่เพิ่มเติมอีก 4 แห่ง คือ บ้านปิงใน, บ้านมะค่างาม, บ้านห้วยเย็น และบ้านน้ำลีใต้
สิ่งที่อยากให้เกิด ได้แก่ การลด ละ และเลิกการดื่มสุราหลังเลิกงานตอนเย็น
กิจกรรมที่ดำเนินการ
1. เวทีประชาคม ค้นหาและคัดเลือก เรียงลำดับปัญหา มีทีมบูรณาการเป็นวิทยากรกระบวนการ
2. จัดทำ SLM การแก้ไขปัญหา “เหล้า”
3. ผู้เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขปัญหาในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ
4. เวทีประชาชนหมู่บ้านกำหนดมาตรการในชุมชน ได้แก่การไม่เลี้ยงเหล้าหลังเลิกงาน การจำหน่ายเหล้าตามที่กฎหมายกำหนดไว้ การงดเหล้าเข้าพรรษา เป็นต้น
ผลที่เกิดขึ้นและความสำเร็จ พบว่าประชาชนเลิกดื่มเหล้า 5 คน และไม่ดื่มสุราหลังเลิกงาน รวมทั้งมีมาตรการทางสังคมที่เกิดขึ้น เช่น ไม่มีงานเลี้ยงหลังเลิกงานในช่วงเย็น ไม่จำหน่ายสุราให้กับผู้ที่เมาสุรา
มีผลให้เกิดมาตรการทางสังคมของหมู่บ้านต้นต้อง ได้แก่
1. ไม่มีงานเลี้ยง (สุรา) หลังเลิกจากการทำงานในเวลาตอนเย็น
2. ไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่เมาสุรา
3. ไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
4. จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามเวลาที่กำหนด
5. ปฏิบัติตามนโยบายสาธารณะของอำเภอนาหมื่น เรื่องการบริโภคสุรา ได้แก่ วัดปลอดเหล้า, โรงเรียนปลอดเหล้า, องค์กร สำนักงาน ปลอดเหล้า, งานศพปลอดเหล้า และงานบวช “ไม่แจก ไม่ริน ใครกินรินเอง”
ความภาคภูมิใจ ได้แก่ ชาวบ้านให้ความร่วมมือ สนใจ โดยเฉพาะแม่บ้าน ผู้นำชุมชน (ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมูบ้าน) หมู่บ้านต้นต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดื่มสุรา สามารถเป็นหมู่บ้านต้นแบบด้านสุขภาพในชุมชนได้
ปัจจัยเงื่อนไขความสำเร็จ ได้แก่
1. ผู้นำชุมชนให้ความสำคัญและเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนในหมู่บ้าน
2. อสม. เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินงาน
3. เป็นปัญหาที่ประชาชนในหมู่บ้านมีความต้องการที่จะแก้ไข
4. ประชาชนมองเห็นความสำคัญของปัญหา และให้ความร่วมมือ
5. ปัจจัยด้านปัญหาครอบครัวและการตระหนักถึงปัญหาสุขภาพ
6. ควรจะมีมาตรการทางสังคมเกิดขึ้นในหมู่บ้าน
บทเรียนที่ได้รับ ได้แก่ การดำเนินโครงการต่าง ๆ ในชุมชน ต้องดูบริบทของชุมชน เช่น ความร่วมมือของบุคคลต้นแบบ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน
สิ่งที่จะดำเนินการต่อเนื่องในปี 2554 ได้แก่ การดำเนินการโครงการดังกล่าวในหมู่บ้านเป้าหมาย 4 หมู่บ้าน (บ้านปิงใน, บ้านมะค่างาม, บ้านห้วยเย็น และบ้านน้ำลีใต้)
..................................................................
บทเรียนเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ของการพัฒนาสุขภาพในระดับพื้นที่ กำลังพัมนาไปอย่างต่อเนื่อง และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ เพื่อไปสู่เป้าหมายการพึ่งตนเองของชุมชน.....นี่ภาระอันยิ่งใหญ่ของบุคลากรสาธารณสุข รพ.สต.ปิงหลวง ภาระที่เปลี่ยนเป็นพลังในการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพที่น่าชื่นชมยิ่งนัก
......................................................
ขอขอบคุณ บุคลากร รพ.สต.ปิงหลวง, ทีมบูรณาการเชิงรุก อ.นาหมื่น ที่เอื้อเฟื้อบทความและรูปภาพ
อ้างอิง ทีมบูรณาการเชิงรุกอำเภอนาหมื่น. สรุปบทเรียนการพัฒนารพ.สต.ตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 รพ.สต.ต้นแบบ, 2554
เป็นมาตรการที่ดีมากค่ะ เลยขอเป็นกำลังใจให้ทำสำเร็จทั้งอำเภอนะคะ