พาพ่อหาหมอ(2)
เมื่อ 17 ม.ค. ไปเยี่ยมพ่อช่วงเช้า เปรียบเทียบกับเมื่อเย็น 16 ม.ค. พบว่า มือข้างขวาที่เคยมีแรงบีบ เช้าวันที่ 17 ม.ค. ไม่มีแรงแล้ว แนะนำให้พ่อพยายามใช้อีกมือช่วยดัด และฝึกขยับนิ้วด้วยการสั่งการผ่านทางสมองด้วยตนเอง ซึ่งพบว่ามีความเคลื่อนไหวได้เพียงเล็กน้อย เท้าข้างซ้ายยกได้ กระดิกนิ้วเท้าได้ พูดได้แบบลิ้นคับปากนิดหน่อย สามารถใช้ความพยายามยันตัวเองลุกนั่งได้
สำหรับประเด็นที่หลังจากเข้าห้องฉุกเฉิน ทำการตรวจรักษา เอกซเรย์สมองเสร็จ ทำไมไม่ให้นอนที่ รพ.สงขลานครินทร์ อาจารย์หมอ.... บอกว่า แผนกอายุรกรรม มีเตียงเพียง 100 เตียงเท่านั้น เมื่อเตียงไม่ว่างก็ไม่รู้จะทำอย่างไร อาจารย์หมอ เสริมอีกประเด็นว่า ไม่เห็นด้วยที่จะรับคนไข้ฉุกเฉินจาก 3 จ.ช.ต. เพราะแม้รับมาก็ไม่สามารถรับเป็นคนไข้ในได้ หน้าที่เช่นนี้เป็นของกระทรวงสาธารณะสุข โดยตรง การตรวจรักษาในเบื้องต้นเสร็จแล้วส่งกลับ รพ.ปัตตานีจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว กรณีที่เมื่อออกจากห้องฉุกเฉินแล้วสามารถเข้ารักษาเป็นคนไข้ในได้ทันที นับว่าเป็นความโชคดีมากๆ เพราะต้องสอดคล้องกับเตียงที่ว่างลงพอดี
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
muekzero(กศน พังงา) · 18 ม.ค. 2554
เบดูอิน · 18 ม.ค. 2554
นาย เพชร พรหมสูตร์ · 18 ม.ค. 2554
cuties · 18 ม.ค. 2554
ขอบคุณ ครูผาน้อยครับ เมื่อช่วงเที่ยงผมไปเยี่ยม (มีพี่สาว หลาน และแม่เฝ้า) พบว่าวันนี้อาการดีขึ้นมาก พูดได้ชัดขึ้น ลุกขึ้นนั่งเองได้ พลิกตัว ขยับแข้ง ขาได้ มีแต่มือขวาที่ยังกำ-แบ-กระดิกนิ้วไม่ได้ ทานข้าวได้เอง ไม่ต้องป้อน หมอให้ระวังอย่าให้สำลักข้าว ผมว่าอาการคงดีขึ้นเป็นลำดับครับ วันนี้เป็นวันที่ 3 ครบ 72 ช.ม ที่หมอเฝ้าดูอาการ หลังจากนี้ท่านว่าจะให้ทำกายภาพบำบัดครับ
เมื่อวานอ่านเจอบทความของโรงพยาบาล ...... (จำไม่ได้แล้ว) ลงพิมพ์ในหนังสือเดลินิวส์ ฉบับวันที่ 16 หรือ 17 ม.ค. 54 บอกว่า โรคนี้หากเกิดอาการปากเบี้ยว ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลด่วนที่สุด ภายใน 2-3 ช.ม. หากยิ่งเร็ว การฟื้นฟูก็จะง่ายขึ้นเป็นเท่าทวี
วันนี้ 8 มิ.ย 54 พ่อมีอาการดีขึ้นมาก มีเรื่องเล่าก่อนถึงวันนี้เยอะเลย
เรื่องแรก หลังจากออกจากห้องฉุกเฉินมานอนอยู่ รพ.ประจำจังหวัดประมาณ 5 คืน ได้เตียงที่โรงพยาบาลใหญ่ พยาบาลทางโน้นแจ้งมาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดว่าเตียงที่จองไว้ได้แล้ว ให้ย้ายคนไข้ไปได้ หลังจากเตรียมตัวเก็บของ จะทำหนังสือส่งตัว พยาบาลโทรมาบอกว่า อาจารย์หมอไม่รับ ไม่สามารถย้ายได้ ให้รักษาต่อที่เดิม
เรื่องที่สอง มีอยู่อย่างน้อย 2 ครั้ง ที่พ่อมีอาการวูบ หมอเลยสั่งให้ออกจากห้องพิเศษไปนอนที่ห้องรวม นัยว่าเพื่อระวังอาการ เตียงที่ขนาบซ้าย-ขวาเป็นคนไข้หนัก แถมมีคนไข้หนักตายเตียงติดๆ กัน ตกลงทั้งพ่อและคนเฝ้าไข้มิพักนอน ขณะเดียวกันพ่อก็ไม่มีอาการวูบใดๆ ท้ายที่สุดหมอสั่งให้ออกจากโรงพยาบาล
กลับไปถึงบ้าน พ่อพยายามเป็นคนไข้ที่ดี พยายามช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง เดินไม่ได้ก็พยายามกระเถิบ มือขวาที่ไม่มีแรง พยายามเอามือซ้ายช่วยยกขึ้น/ลง และบีบนวด ผมซื้อไม้เท้า 4 ขา ให้ เป็นอลูมิเนียม น้ำหนักเบามากๆ พ่อขยันฝึกเดินมาก บางทีนอนไม่หลับ ห้าทุ่มเที่ยงคืนเปิดไฟสว่างไสว ลงมาเดินให้เหงื่อพอซึม กลับไปอาบน้ำนอน ท่านบอกว่าสบาย
เรื่องยาและการไปตามหมอนัด พ่อเป็นคนมีวินัยในการกินยา และเชื่อฟังหมอ เขาสอนกายภาพบำบัดแค่ 2-3 ครั้ง หลังจากนั้นพ่อทำเองทุกวัน ไม่ต้องไปห้องกายภาพบำบัด
วันนี้ 8 มิถุนายน 2554 รวมเวลา 4 เดือนเศษ จะครบ 5 เดือน ในวันที่ 16 มิ.ย. 54 พ่อเดินไปไหนมาไหนในระยะประมาณ 300-500 เมตร (ไปกลับ บ้านพ่อ - บ้านผม - บ้านพี่สาว) วันละหลายๆ เที่ยว
เมื่อวาน (21 พย.54) พ่อยังคงไปหาหมอตามนัดทุกครั้ง และเป็นคนความจำดีมาก คือจะจำเองว่าหมอนัดวันไหน ก็จะเรียกลูกๆ มาย้ำ ว่าถึงเวลาหมอนัด เดี๋ยวนี้การตรวจเลือดสะดวกกว่าเดิมอีก คือจะมีหลาน(พยาบาล)มาเอาเลือดไปส่ง รพ.ปัตตานีเอง ไม่ต้องไปเข้าคิวให้เจาะเลือดส่ง LAB เวลาอดอาหาร-นั่งรถและรอคิว จึงลดลง ถึงวันไปฟังผลอย่างเดียวครับ สุขภาพโดยทั่วไปดีมา เดินโดยใช้ไม้เท้าไปได้ทั่วบ้านลูกๆ แถมถางหญ้าสับปะรดที่ปลูกอีกประมาณ 1 ไร่ ได้ด้วย ผมไม่ห้ามให้ท่านทำหรอกครับ เพราะเป็นการออกกำลังกายของท่าน