วันที่ ๒๘ ธ.ค. ๕๓ คณะกรรมการกิจการสภา มหาวิทยาลัยมหิดล ประชุมเพื่อหาทางทำงานในลักษณะที่ทำให้สภามหาวิทยาลัย และคณะกรรมการกิจการสภา มีบทบาท add value ให้แก่มหาวิทยาลัย ช่วยกันคิดและสร้างสรรค์เรื่องดีๆ
ตกลงกันว่าคณะกรรมการย่อยของสภาฯ ไม่ทำหน้าที่ในลักษณะเพิ่มขั้นตอนการทำงาน คือต้องทำงานแบบไม่เพิ่ม bureaucracy จึงไม่ทำหน้าที่กลั่นกรองเรื่องให้แก่สภาฯ แต่จะทำหน้าที่คิดระบบที่ช่วยให้มีการกลั่นกรองเรื่องอย่างรอบคอบโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ ก่อนนำเสนอสภามหาวิทยาลัย โดยเรื่องบางกลุ่มเป็นการเสนอเพื่อทักท้วง ไม่ใช้เวลามาก ช่วยให้การประชุมสภาฯ กระชับขึ้น มีเวลาสำหรับพิจารณาเรื่องเชิงรุก เชิงสร้างสรรค์มากขึ้น และทำให้สภาประชุมกันเพียง ๒ เดือนต่อครั้ง
คณะกรรมการกิจการสภา และคณะกรรมการย่อยอีก ๒ ชุด (ได้แก่คณะกรรมการคุณภาพการบริหารและธรรมาภิบาล และคณะกรรมการพัฒนานโยบายของมหาวิทยาลัย) จะเน้นการทำหน้าที่แบบ proactive หรือทำหน้าที่ในช่วง “ต้นน้ำ” (upstream) คือช่วยคิดระบบ ที่ทำให้มีการดำเนินการกลั่นกรองเรื่องที่นำเข้าสู่สภาฯ อย่างรอบคอบ มีการกำหนดขั้นตอนและเกณฑ์ของการกลั่นกรอง ในลักษณะของการมี “คู่มือ” การทำงานในขั้นตอนต่างๆ ที่สะท้อนนโยบายอย่างชัดเจน
อีกภารกิจหนึ่งที่จะดำเนินการ คือการประเมินการทำหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย ตกลงกันว่าจะใช้วิธีประเมินตนเอง มีแบบสอบถามให้กรรมการสภาฯ แต่ละท่านกรอก ๓ ชุด คือประเมินการทำหน้าที่ของตัวเอง ประเมินการทำหน้าที่ของสภาฯ ทั้งชุด และประเมินการจัดประชุม เดิมฝ่ายเลขาเสนอให้ประเมินการทำหน้าที่ของนายกสภาฯ ด้วย แต่คณะกรรมการเห็นว่าเป็นการประเมินตัวบุคคล ควรเว้นไว้ก่อน เราหวังนำผลการประเมินมาปรับปรุงการทำงานของสภาฯ ในภาพรวม
วิจารณ์ พานิช
๒๙ ธ.ค. ๕๓
ขอสนับสนุน อยากจะเห็นมหาวิทยาลัยมหิดลทำเป็นตัวอย่าง จะเป็นคุณแก่ประเทศชาติมากเลย