อย่าทำลายความหวังของใคร...เพราะบางทีมันอาจเป็นความหวังสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่

ความหวังที่เหลืออยู่…..

....................ร่างซีดเซียว ที่นอนไร้ซึ่งลมหายใจ ไม่สามารถรับรู้กับความเคลื่อนไหวภายนอกได้อีกแล้ว  มือที่เย็นเฉียบ  และร่องรอยเขียวคล้ำบนหน้าอก  ที่ผ่านการกดกระแทก จาก การช่วยฟื้นคืนชีวิตไม่มีผลอีกต่อไป....ใบหน้าของร่างที่ไร้วิญญาณ ยังคงเหม่อลอยและดวงตาที่ไม่ปิดสนิท ยังสื่อถึงความสิ้นหวังลางๆ ฉันและน้องๆอีก 3 คนกำลังบรรจงเช็ดตัวและทำความสะอาดทั่วร่างกายให้  น้ำอุ่นๆ ผ้านุ่มค่อยๆ บรรจงเช็ดตามซอกมุมต่างๆทั่วตัว ...หลังจากนั้น ใช้ผ้าแห้งซับทั่วร่างกายให้แห้ง และเริ่มลงมือเอาสำลี อุดปิดรูทวารทั้ง 7 คีมคบอันเล็ก ค่อยๆ สอดสำลีนุ่มๆ ลงในลำคอ จมูก ปากและพื้นที่อื่นๆ ป้องกันสิ่งคัดหลั่งไหลออกมาขณะเคลื่อนย้าย ............

“พี่ขอแต่งหน้าศพเองนะ” ฉันกระซิบเบาๆ กับน้องๆ ในขณะที่น้องๆเลือกเสื้อผ้าที่ดีที่สุดที่มีของร่างที่ไร้วิญญาณ ออกมาแล้วค่อยๆบรรจงสวมใส่ เสื้อที่สวมดูมันเล็กคับไปนิดเพราะร่างนั้นเริ่มมีการบวมขึ้นหลังจากที่อยู่โรงพยาบาล...

“คุณป้ายกแขนขึ้นทีนะคะ ......นั่งแปปนึงค่ะ...” เสียงกระซิบเบาๆของน้องๆที่ช่วยกันสวมเสื้อผ้าให้กับร่างที่ไร้วิญญาณ ประหนึ่งว่าเธอรับรู้ทุกขั้นตอน....

พี่นิด อสม. ประจำหมู่บ้าน เอาเครื่องสำอางมาให้ “พี่ให้เครื่องสำอาง พี่ฝากแต่งให้คุณป้าด้วยค่ะ” ฉันรับลิปสติกสีแดงและแป้ง 1 กระป๋องกับ อายแชโดว์ตลับเล็กๆมา กองรวมกับ เครื่องสำอาง ที่ หอผู้ป่วยจัดไว้ให้ แล้วเริ่มลงมือทาแป้งเบาที่หน้า หลังจากแต่งตัวเสร็จ  “ หนูแต่งหน้าให้นะคะ คุณป้าจะได้สวยๆ ...ถ้าแต่งไม่สวยเท่าคุณป้า อย่าว่านะคะ”  ฉันกระซิบเย้าแหย่ร่างที่ไร้วิญญาณ ที่ไม่อาจรับรู้ใดๆ เบาๆ บรรจงทาแป้ง ปัดแก้มสีชมพูเบาๆ หน้าที่ซีดเซียวเริ่มมีสีสัน เลือกสีอายแชโดว์สีเบจอ่อนๆ พร้อมไลท์คิ้วบางๆ  ตบท้ายด้วยการทาลิปสติกสีแดงสดให้ก็ถือว่าเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจการแต่งหน้าศพครั้งแรกในชีวิต.....

น้องๆ ช่วยกัน เอา ดอกไม้และธนบัตรและเหรียญที่ พี่ๆ อสม.ช่วยกันหามาใส่มือตามความเชื่อ กลับไปใส่มือให้อีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่ฉันหยิบเครื่องสำอางที่ พี่ อสม. ยื่นให้ก่อนแตงหน้า ไปใส่ในมืออีกข้างพร้อมกระซิบบิกชื่อ คนให้ ..และปิดม่านลงเพื่อเดินออกมาทำความสะอาดตัวเอง….ปล่อยหน้าที่ที่เหลือให้กับน้องๆทำต่อ

......................... ความหวังที่เหลืออยู่....อาจมีน้อยจนไม่พอให้หวัง....คุณป้าเลยขี้เกียจหายใจ...และจากโลกนี้ไป หลังจากที่เราติดต่อไปที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หาบ้านพักฉุกเฉินให้ จนได้ที่จังหวีดบุรีรัมย์ .......ประโยคสุดท้ายที่คุณป้าพูดกับเรา.... “แล้วแต่คุณหมอ ป้ายินดี...คุณหมอจิตใจดีป้านับถือคุณหมอ ป้าจะไปค่ะ ถึงแม้ป้าจะคิดถึงลุงมาก...............” นี่คือคำมั่นสัญญาก่อนที่เราจะติดต่อบ้านพักสังคมสงเคราะห์ให้ เนื่องจาก คนไข้ไม่มีญาติและผู้ดูแล และไม่สามารถที่จะกลับไปอยู่ห้องเช่าที่ยังค้างค่าเช่าถึง 7 เดือน เพียงลำพัง ถึงแม้เจ้าของผู้ใจบุญไม่เคยคิดจะทวง แต่คุณป้าก็ไม่เคยคิดจะอยู่ฟรี พยายามหาเงินผ่อนส่ง แต่ปัญหาด้านสุขภาพ ไม่สามารถที่จะทำให้เราปล่อยให้คุณป้ากลับไปอยู่เพียงลำพังได้อีกต่อไป...................