สาระจากชมรมจริยธรรม
เมื่อพิจารณาเรื่องชีวิต
เราจะเห็นกระแสแห่งการไหลไม่จบสิ้น
เพราะความที่สิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี
ถ้าสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จะมีได้อย่างไร
ถ้าเราลดตัวตนของผู้กระทำ
โลกนี้จะไม่มีฉัน มีแต่การกระทำที่มีสติปัญญาไว้
เราจึงรู้ว่า
การเกิดของเราทำให้โลกนี้งดงามเพราะการทำหน้าที่เช่นนี้
จงระมัดระวังการใช้ชีวิต อย่าให้อวิชาเข้ามาครอบงำ
ถ้ามืดไม่มี สว่างก็อยู่ที่ตรงนั้น
ถ้าสว่างไม่มี มืดก็อยู่ที่ตรงนั้น
โปรดใช้ชีวิตอย่างคนที่รู้เท่าทันความเป็นจริงด้วยสติปัญญา
เป็นแสงสว่างของโลกใบนี้
m(^_^)m
แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต
จากหนังสือ “คำตอบของชีวิต ปฏิจจสมุปบาท”อำนาจ กลั่นประชา
ชอบประโยคเด่นค่ะ โปรดใช้ชีวิตอย่างคนที่รู้เท่าทันความเป็นจริงด้วยสติและปัญญา
หากเรารู้เท่าความเป็นจริงและผลกรรมแล้ว ชีวิตสงบและเป็นสุขแน่ ๆ
พยายามกำหนดรู้ทุกอิริยาบทใช่ใหมปิ่ง?
อาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชโช บอกว่า การมีสติตามรู้กายใจของตนตามความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน นั่นแหละคือการเจริญวิปัสสนา ค่ะ
เมื่อใดก็ตามที่เรา..ไม่ระวัง...การใช้ชีวิต...
ด้านมืด...แทรกตัวเข้ามาได้ง่ายนัก...
หากแต่เมื่อใด...เรารับรู้...
ด้านมืดนั้น...อาจเพียงแค่มาเมียงมอง
และจากไป
ในตัวคนมีอำนาจฝ่ายดีและฝ่ายตรงกันข้าม ทุกครั้งมีอารมณ์มาร่วมด้วย ฝ่ายตรงข้ามมักจะชนะเสมอ สติต้องเข้ามากำกับค่ะ
ขอบคุณค่ะสำหรับคำพูดที่นำมาฝาก ทำให้ได้ข้อคิดและประยุกต์ใช้ค่ะ
ขอบคุณน้องเล็ก, ผอ. ,Dr.Ka-Poom และคุณสิริพร กุ่ยกระโทก ค่ะที่เข้ามาลปรร. ตัวเองยังต้องฝึกใช้ชีวิตอย่างมีความรู้ ตื่น และเบิกบานในแต่ละวันอยู่ค่ะ
ชอบภาพ”เด็ก” ที่มีเจ้า “หมาน้อย” 3 ตัว พยุงไว้จังเลยค่ะ สังคมที่มีการช่วยเหลือกันเกื้อกูลกัน ให้โอกาสที่ดีที่ต่อกัน คิดว่าสังคมนั้นมีความสุขมากๆ ค่ะ