บทความจากหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 15 มกราคม 2554

ติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่

http://www.naewna.com/allnews.asp?ID=97&HL=0&no=1

 

รัฐบาลอภิสิทธิ์ : ต้องบริหารนวัตกรรมการสื่อสารภายใต้วิกฤติ

 
ยุคการเมืองที่แข่งขันแย่งชิงพื้นที่เลือกตั้งใหญ่ในอีกไม่กี่เดือนมีเหตุการณ์ร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น คุณอภิสิทธิ์ต้องมีภาวะผู้นำและแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

* รวดเร็ว

* ได้ผล

* ใช้นวัตกรรมการสื่อสาร

ที่สำคัญคือลดจุดอ่อนและลดผลกระทบทางลบที่ทางวิชาการเรียกว่า Damage Control ดังนั้นการบริหารภายใต้วิกฤติดังกล่าว จึงเป็นการทดสอบภาวะผู้นำของนายกฯอภิสิทธิ์อย่างยิ่ง

จุดอ่อนของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลคุณทักษิณก็คือ เมื่อมีโอกาสแล้วไม่ฉกฉวยประโยชน์จาก ทุนทางการเมือง (Political Capital) เพราะพรรคยังมีประสบการณ์ไม่มากนัก แต่ในอนาคตเมื่อเป็นรัฐบาลไประยะหนึ่งก็จะคงมีศักยภาพดีขึ้น แต่ต้องหาประสบการณ์ตลอดเวลา

ในความเห็นของผมขณะนี้ รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ต้องเผชิญกับปัญหาและแรงกดดันการเมืองอย่างรุนแรง เช่น

* คนไทย 7 คนถูกจับที่เขมรและยังไม่มีท่าทีว่าจะจบอย่างไร?

คุณชาย ศรีวิกรม์ และผู้ประกอบการราชประสงค์ออกมาแสดงจุดยืน
เพื่อต่อต้านประท้วงเสื้อแดงที่ราชประสงค์และเข้าพบนายกรัฐมนตรี


คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เสนอนายวิเซนต์
กอนซาเลส ลอสเซอทาเลซ เลขาธิการสำนักงานมหกรรมโลก
ให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ World Expo 2020


* ปัญหาเสื้อแดงที่มีแนวโน้มว่าจะผนึกกำลังมากขึ้น ทั้งๆ ที่เป็นปีแห่งการเลือกตั้ง

* การขัดแย้งกับพรรคร่วมรัฐบาล เรื่อง การแก้รัฐธรรมนูญ

จึงเสนอแนะว่า นวัตกรรมทางการสื่อสารเป็นยุทธวิธีที่พรรคต้องให้ความสนใจ เพื่อประคองพรรคอยู่รอดในระยะยาว

ถ้าปล่อยให้สื่อ ทั้งหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์กระทุ้งข่าวเรื่องลบๆ ทุกวัน เช่น คนไทย 7 คน ถูกจับ ทำให้รัฐบาลชุดนี้อาจเกิดโรค Jimmy Carter ซึ่งช่วงนั้นชาวอเมริกันถูกจับเป็นตัวประกันที่อิหร่านในที่สุดกลายเป็นความล้มเหลวของรัฐบาล Jimmy Carter และแพ้การเลือกตั้งต่อโรนัลด์ เรแกน ในที่สุด

ในช่วงนี้ รัฐบาลมีบทบาทช่วยประเทศได้ดี เพราะหัวหน้ารัฐบาลเป็นคนที่มีเป้าหมายทางการเมืองเพื่อส่วนรวม มีจิตสาธารณะ โอกาสที่ประเทศจะก้าวไปข้างหน้าโดยมีหัวหน้ารัฐบาลอย่างคุณอภิสิทธิ์เป็นผู้นำ

ปัญหาคนไทย 7 คนถูกจับที่เขมร ควรแก้ปัญหารวดเร็วถ้าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศฝ่ายเดียวอาจกระทบความมั่นใจของคนไทยทั้งประเทศ

แนวคิดของผมเรื่องนวัตกรรมทางการสื่อสารก็คือ

* หาวิธีสื่อสาร ให้คนไทยได้ข้อมูลที่เป็นความจริงอย่างรวดเร็ว

* หาแนวร่วมมากขึ้น

* ให้คนไทยสนใจเหตุการณ์อื่นๆ ที่เพิ่มคะแนนนิยมให้รัฐบาล

* มีทีมงานที่รวดเร็ว มียุทธศาสตร์ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ข่าวร้ายมา 1 ข่าวดีไป 1

อวยพรปีใหม่ 2554 : ฯพณฯนายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี

อวยพรปีใหม่ 2554 : คุณผาณิต พูนศิริวงศ์
และผู้บริหารของหนังสือพิมพ์แนวหน้า


เพราะปัจจุบันยุคข่าวสารรวดเร็ว คนไทยลืมอะไรง่าย มีเหตุการณ์หลายเรื่องที่น่าจะเป็นคะแนนบวกให้รัฐบาลเบนความสนใจของสื่อให้ประชาชนทั่วไป สร้างความนิยมของรัฐบาล

เรื่องแรกก็คือ ผู้ประกอบการราชประสงค์จำนวนมาก ภายใต้การนำคุณชาย ศรีวิกรม์ ออกมาแสดงจุดยืนเพื่อต่อต้านประท้วงเสื้อแดงที่ราชประสงค์ และเข้าพบนายกรัฐมนตรี และเป็นข่าวหน้า 1 ทุกฉบับ แม้กระทั่งไทยรัฐ ซึ่งก็เป็นจุดเสริมสนับสนุนรัฐบาล เพราะเสื้อแดงจะเริ่มช้าๆ แต่รัฐบาลไม่ระวังถ้ามี Momentum ก็จะรุกหนัก ผมยังคิดว่ารัฐบาลชุดนี้ประมาทเสื้อแดงเกินไป

ประเด็นที่ 2 ช่วงชิงประเด็นด้านเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ได้เสนอให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ World Expo 2020 เมื่อ 2 - 3 วันที่ผ่านมา เลขาธิการสำนักงานมหกรรมโลก นายวิเซนต์ กอนซาเลส ลอสเซอทาเลซ ได้มาเยี่ยมตรวจดูศักยภาพของประเทศไทยเพื่อจะคัดเลือกไทยเป็นเจ้าภาพ เหตุการณ์ดังกล่าวยังความภูมิใจให้คนไทยที่มีรัฐบาลผู้นำประเทศมีความมั่นคงอยู่ในสายตาของคนในโลกได้

ส่วนประเด็นที่ 3 ก็คือ นโยบายประชาภิวัตน์ 9 ข้อ ได้คะแนนนิยมมาก แต่อาจต้องเน้นเพิ่มเติมเรื่อง ภาคเกษตรมากขึ้น เช่น เรื่องราคาผลผลิต ภาคเกษตร โดยเฉพาะยางพาราสูงขึ้น ลงไปถึงรากหญ้าให้ได้รับประโยชน์ได้เพิ่มขึ้น

และประเด็นสุดท้าย ควรประนีประนอมกับพรรคร่วมเรื่องสัดส่วนคะแนนเขตกับคะแนนพรรค พรรคประชาธิปัตย์ต้องดูบรรยากาศการเมืองให้ดี การใช้ระบบ 400 / 100 ก็ยังดีกว่า 400 / 80 ในรัฐธรรมนูญ 2550 อย่าพยายามทำอะไรที่เกิดการขัดแย้ง หรือเปิดสงครามทุกจุดโดยไม่จำเป็น

ทั้ง 4 เรื่องเป็นจุดแข็งของรัฐบาล ควรจะใช้นวัตกรรมการสื่อสารไปสู่ประชาชนมากขึ้นอย่างรวดเร็วและได้ผล ลดปัญหาทางลบลงได้บ้าง

ปีใหม่นี้ผมได้ไปอวยพรปีใหม่ผู้ใหญ่และท่านที่กรุณาให้การสนับสนุนงานของผม เช่น ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี รวมทั้งคุณผาณิต พูนศิวิวงศ์ ที่แนวหน้า

งานวิชาการก็มีหลายเรื่อง

เช่น เป็นกลุ่ม 999 นำโดยคุณสมชาย สาโรวาท มีสมาชิกเป็นผู้ใหญ่ในวงราชการและภาคเอกชน ได้เชิญผมและเลขาธิการสภาพัฒน์คนใหม่ คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ผมที่ธรรมศาสตร์ ช่วยกันแสดงความเห็นเรื่อง ศักยภาพประเทศไทย

เลขาธิการสภาพัฒน์เน้น 3 เรื่อง

* โครงสร้างพื้นฐาน

* ทรัพยากรมนุษย์

* การวิจัยพัฒนา R&D

การแสดงความเห็นเรื่อง ศักยภาพประเทศไทย นำโดยกลุ่ม 999
โดยคุณสมชาย สาโรวาท มีสมาชิกเป็นผู้ใหญ่ในวงราชการ
เช่น คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสภาพัฒน์คนใหม่


การประชุมกับ NECTECเน้นการใช้ IT กับภาคบริการ แนวโน้มของเศรษฐกิจ
โลกและไทยจะไปที่การขยายตัวของภาคบริการ


ผมเน้นเรื่องทรัพยากรมนุษย์ซึ่งได้รับความสนใจของสมาชิกหลายท่าน

* เรื่องค่านิยมการเรียนของเด็กไทยผิดๆ เน้นการเรียนพิเศษ กวดวิชา หลายคนเบื่อ ระบบนี้จะช่วยกันหาทางออกให้ได้

* ค่านิยมคนไทยบ้าปริญญามากกว่าปัญญา ผมบอกว่าประเทศไทยล้มละลายทางปัญญาอย่างช้าๆ แพ้แม้กระทั่งลาว พม่า เขมร เวียดนาม และจีน

* กระตุ้นให้ครูที่เก่ง ดี มีความสุขให้เป็นแบบอย่างโดยยกย่องมีรางวัล สร้างความภูมิใจในการทำงาน ไม่ใช่ยกย่องแต่ครูที่ประจบสอพลอ ชอบปรับตำแหน่งโดยไปลอกงานวิจัยมาส่ง แต่ได้ตำแหน่ง แล้วไม่เคยสอนให้เด็กมีการเรียนรู้ที่ดีขึ้น

* สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ผมดีใจที่เลขาธิการฯคนใหม่ดูแลเอาใจใส่เรื่อง การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งตรงกับแนวทางของผมมากขึ้น

อีกโครงการหนึ่งคือการประชุมกับ NECTECเน้นการใช้ IT กับภาคบริการ แนวโน้มของเศรษฐกิจโลกและไทยจะไปที่การขยายตัวของภาคบริการ มากขึ้นหลายสาขา

* การศึกษา

* การค้า

* ภาคราชการ ทั้งระดับชาติและท้องถิ่น

* การรักษาพยาบาล (Heath Care)

* การท่องเที่ยว

* โลจิสติกส์

ซึ่งต่อไปนี้ การบริการจะต้องมีการใช้ IT ไปสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมาก

ผมว่านอกจาก IT ต้องมีทุนมนุษย์ การบริหารจัดการทุนมนุษย์ให้คนภาคบริการภูมิใจ ชอบงานที่ตัวเองทำ และลงไปที่รากหญ้าด้วย

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
[email protected]
www.gotoknow.org/blog/chiraacademy
แฟกซ์ 0-2273-0181