บทเรียนจากข้าวหมกไก่และข้าวมันไก่

          ในบางครั้งบางขณะเราอาจจะคิดไปเองว่า สิ่งที่เราคิดค่อนข้างมีความหมายและเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่เราคิด อาจจะเป็นความคิดที่ตื้นเขินและอาจจะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยก็ได้ อย่างเช่นเรื่องนี้ เรื่องที่เพิ่งผ่านมาตอนบ่ายโมงกว่า ๆ นี่เอง

          ผมนั่งทำงานอยู่หน้าคอมที่บ้าน เหลือบมองนาฬิกา เกือบบ่ายโมงแล้ว มิน่าท้องเริ่มร้อง พักงานไว้สักครู่ ขี่รถเครื่องไปซื้อข้าวมากินดีกว่า แม่บ้านผมซ้อนท้ายไปด้วย กะว่าจะซื้อข้าวหน้าเป็ดมาทานที่บ้าน ที่ไหนได้มาช้าเกินไป เขาขายหมดไปแล้ว

          ไม่เป็นไร เดินข้ามถนนมาซื้อที่ร้านข้าวหมกไก่ก็ได้ สั่งข้าวหมกไก่ 1 ห่อ สำหรับแม่บ้านของผม  สำหรับลูกชายสั่งข้าวหมกไก่แต่ใส่ปลาทอดแทน อีก 1 ห่อ ส่วนผมขอเป็นข้าวมันไก่ 1ห่อ พ่อค้าห่อให้ตามสั่ง

          พอห่อเสร็จเขาก็คว้าปากกาเมจิคเขียนข้างห่อว่าห่อนี้เป็นอะไร ขณะกำลังจะเขียน ผมรีบทักท้วง ว่าไม่ต้องเขียนหรอกครับ ผมอยู่บ้านเดียวกัน พ่อค้าเงยหน้าขึ้นมายิ้มกับผม ใช่ครับ ผมรู้ว่าอยู่บ้านเดียวกัน แต่ถ้าเผื่อพี่ทานไม่พร้อมกัน จะเสียเวลาแกะทุกห่อนะครับ

          ผมหันไปยิ้มกับแม่บ้านแหย ๆ สีหน้างงยังกับหมูถูกสาก รีบบอกกับพ่อค้า งั้นเขียนดีกว่าครับ

          กลับมาถึงบ้าน ผมคิดไปก็ขำไป เรื่องนี้มันบอกอะไรผม ก็คงรับรู้ว่าสิ่งที่เราคิดว่ามันถูกต้องของเรา อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความรอบคอบ หรือพวกเราว่าอย่างไร