ต้องก้าวข้าม tacit, explicit ให้ได้ ดูว่าความรู้นั้นสำคัญต่อการทำงานหรือเปล่า ถ้าสำคัญก็ share ออกมา แล้วเอาไปลองใช้ลองทำ เวลาลองใช้ ไม่ใช่ทื่อๆ ต้องประยุกต์ ใช้จนเกิดการเรียนรู้ จนสร้างความรู้ใหม่ได้ แล้วเอาไป share กับเพื่อนได้ ไม่มีที่สิ้นสุด KM จึงไม่มีที่สิ้นสุด

ตอนที่

 

บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่

 

หา tacit เรื่องความรู้คู่บทเพลง

 

หา tacit เรื่องการสอนฉีดอินซูลิน

หลังพักดื่มน้ำชา-กาแฟและรับประทานอาหารว่างกันแล้ว ได้เวลา ๑๕ น. ผู้เข้าประชุมมารวมกันในห้อง Convention hall คุณธวัชเชิญตัวแทนแต่ละกลุ่มมาเล่าว่าในห้อง/กลุ่มของตนมีกิจกรรมอะไรบ้าง ได้ tacit อะไร เราจำกัดเวลาในการนำเสนอ (ถ้าจำไม่ผิดคือ ๒ นาที) พร้อมแสดงเวลาขึ้นจอด้วย ทำให้คุมเวลาได้ดีมาก

 

ตัวแทนแต่ละกลุ่มบนเวที

แต่ละกลุ่มได้ tacit กันมากมาย เช่น เทคนิคการดูแลเท้า จากบัญญัติ ๑๐ ประการ ลดเหลือ ๕ ขั้นตอน สอนไปด้วย ให้ทำตามไปด้วย... การตัดแผ่นรองเท้า... การจัดค่ายแล้วรู้ว่ากินอย่างไรทำให้น้ำตาลสูง เกิดเพื่อนช่วยเพื่อน ฯลฯ ตัวแทนที่ขึ้นเวทีนี้ได้รับของรางวัลจาก สคส.ด้วย

 

ผู้เข้าประชุมยังอยู่กันเต็มห้อง

ส่วนโจทย์ข้อ ๓ และคำถามที่ว่าปิ๊งอะไรที่จะเอาไปใช้ต่อบ้าง เราจับฉลากจากใบงานให้เจ้าของออกมาบอกและมีของรางวัลมอบให้อีกเหมือนกัน

เวลาประมาณ ๑๕.๓๐ น.กว่าเล็กน้อย อาจารย์ประพนธ์ขึ้นเวทีเพื่อเติมเต็ม ดิฉันจดบันทึกไว้ แต่ไม่สมบูรณ์นัก (ไม่ได้อัดเทปและยังไม่ได้ดู VDO ที่บันทึกไว้)... tacit สงเอาแต่เนื้อๆ ส่วนน้ำคือบริบททั้งนั้น จึงต้องมีคุณอำนวย ในกลุ่มเล็กเท่ากับเป็นคุณอำนวยกันเอง... เป็นเรื่องเล่า ไม่มีข้อสรุป คำตอบอาจถูกหรือผิดก็ได้ เพราะ KM inside ติดกับบริบท ไม่มีคำตอบตายตัว... คู่มือไม่ใช่คำตอบทุกอย่าง บาง moment ใจถึงใจก็จบ

เข้าใจว่า tacit เมื่อ share กันแล้วจะหยิบไปทำเป็นนวัตกรรม... tacit ออกมาเป็นนวัตกรรม หรือนวัตกรรมออกมาเป็น tacit ... จริงๆ เกี่ยวพันกันหมด... นวัตกรรม ๑... เมื่อนำมา share ถูกนำไปใช้ เกิดนวัตกรรม ๒... ต่างจาก explicit ที่ต้องพิสูจน์กันเยอะแยะ

การที่เราจะสร้างนวัตกรรมได้ ต้องใช้ความรู้ ไม่ต้องสนใจว่าเป็น tacit หรือ explicit... นวัตกรรมเชิง product หรือ process ก็ได้... ทำแล้วดีกว่าเดิม จิตใจเราที่เปลี่ยนไป ก็ถือเป็นนวัตกรรมเหมือนกัน เป็นการ transform ภายใน

... ทุกอย่างมองได้สองมุม ขึ้นกับเวลาและสถานการณ์ ตรงนี้ระบบการศึกษาไม่ใช่... ระบบที่เป็นอยู่สอนให้เราเลือกคำตอบเดียว ทั้งๆ ที่ข้อ ก. อาจถูก ๒๐%....นักศึกษาต้องเดาใจอาจารย์ นี่ไม่ใช่ระบบการศึกษา

ประเด็นที่อยากสรุป...

  • ขณะนี้ต้องก้าวข้าม tacit, explicit ให้ได้ ดูว่าความรู้นั้นสำคัญต่อการทำงานหรือเปล่า ถ้าสำคัญก็ share ออกมา แล้วเอาไปลองใช้ลองทำ เวลาลองใช้ ไม่ใช่ทื่อๆ ต้องประยุกต์ ใช้จนเกิดการเรียนรู้ จนสร้างความรู้ใหม่ได้ แล้วเอาไป share กับเพื่อนได้ ไม่มีที่สิ้นสุด KM จึงไม่มีที่สิ้นสุด
  • ทำยังไงให้วง share สนุกสนาน ทำแล้วมีความสุข...

จบการประชุมในวันแรก ตรงตามเวลาที่กำหนด เราให้ผู้เข้าประชุมเขียน AAR ลงในกระดาษรูปหัวใจ (ที่สั่งทำบล็อกผลิตออกมาสวยเท่ากันทุกดวง)

เย็นนี้มีกิจกรรมของเครือข่ายทีมดูแลเท้าต่อ มีผู้แจ้งความประสงค์เข้าประชุมเกือบ ๓๐๐ คน

วัลลา ตันตโยทัย