|
|
|
|
|
นอกจากนี้ น้องเนย ยังเป็นเด็กช่างพูด เธอเริ่มบอกความต้องการของตัวเองกับแม่ได้บ้างแล้ว เช่น หิว หรือปวดปัสสาวะ ฯลฯ ขณะเดียวกัน น้องน้ำ ก็พยายามฝึกให้ลูกกินเองได้ ด้วยการใช้มือช่วยกระดกช้อนขึ้น โดยที่ผู้เป็นแม่คอยจับประคองไว้ และด้วยความเป็นเด็กอารมณ์ดีมากถึงมากที่สุด ทุกครั้งยามได้ยินเสียงเพลง ก็จะพบกับใบหน้าเปื้อนยิ้มของ น้องเนย พร้อม ๆ กับการออกจังหวะเต้นโยกย้ายตามสเต็ปเสียทุกคราวไป ซึ่งนี่กระมังที่ช่วยสร้างรอยยิ้มและเติมพลังใจให้กับทุกคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี |
|
ภาพความสดใสของ น้องเนย ในวันนี้ เป็นคำตอบได้ชัดเจนว่า ในช่วงที่ผ่านมา หนูน้อยคนนี้ได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่จากผู้เป็นแม่ และครอบครัวของเธอมากแค่ไหน และแม้ว่า น้องเนย จะขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กพิการ แต่เราจะเห็นได้ว่า เธอมีความสุขชนิดไม่แตกต่างจากเด็กทั่วไปเลยสักนิดเดียว |
|
ทั้งนี้ น้องน้ำ คุณแม่วัย 17 ปี ได้เผยความในใจถึงวินาทีแรกที่รับรู้ว่าลูกคลอดออกมาไม่ครบ 32 ว่า ตอนที่ท้องน้องเนยก็ไม่รู้ถึงความผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่อัลตร้าซาวด์ถึง 3 ครั้ง และคุณหมอเองก็ยังบอกว่าน้องเนยปกติ ร่างกายสมบูรณ์ดี แต่พอคลอดน้องออกมา วินาทีแรกที่เห็นลูก น้ำก็ตกใจเหมือนกัน แต่ก็ทำใจได้ในวินาทีนั้นเลย น้ำเสียใจนะคะ แต่ว่าทุกคนร้องไห้กันหมดแล้ว ถ้าน้ำร้องอีกคนหนึ่ง โตขึ้นมาน้องจะคิดอย่างไร อาจคิดว่าเป็นเพราะเค้าที่ทำให้ทุกคนร้องไห้ เค้าก็จะเสียใจไปด้วย และถึงน้ำร้องไห้ไป ลูกน้ำก็ไม่ได้แขนไม่ได้ขากลับคืนมา |
|
|
|
ในขณะที่บางคนกำลังท้อแท้สิ้นหวังกับโชคชะตา พร้อม ๆ กับคอยโทษดินฟ้าอากาศที่ชีวิตไม่เป็นดั่งใจหวังแต่ในมุมเล็ก ๆ ของสังคม ยังมีชีวิตน้อย ๆ ที่เกิดมาไม่ได้สมบูรณณ์เหมือน ๆ กับคนปกติทั่วไป แต่พวกเขากลับไม่เคยหมดหวังที่จะต่อสู้ และตั้งหน้าตั้งตาดำรงชีพอยู่ในโลกกลม ๆ ใบนี้อย่างมีความสุขที่สุด และน่าชื่นชมที่สุด....ว่าไหม^^ |








