กฏหมายอิสลาม ต่อ

                อนึ่ง กรณีการร่วมเพศกับสัตว์นั้น บรรดานักปราชญ์มีมติเห็นพ้องว่าเป็นสิ่งต้องห้าม เนื่องจากเป็นสิ่งที่วิตถารผิดธรรมชาติของมนุษย์ปกติ และนักวิชาการส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ผู้กระทำผิดในโทษฐานร่วมเพศกับสัตว์ต้องถูกลงโทษตามดุลยพินิจของผู้พิพากษาหรือผู้มีอำนาจ โดยบทลงโทษนั้นต้องไม่ถึงขั้นต่ำสุดของบทลงโทษสถานหนักที่ศาสนากำหนดเอาไว้ ส่วนสัตว์ที่ถูกกระทำชำเรานั้น นักวิชาการบางส่วนมีทัศนะว่าไม่ต้องฆ่าสัตว์นั้น ในขณะที่นักวิชาการบางส่วนระบุว่า ให้ฆ่าสัตว์นั้นเสีย

                อนึ่ง กรณีกระทำชำเรากับศพ นักวิชาการสังกัดมัซฮับมาลิกียะฮฺ ระบุว่า ผู้กระทำผิดต้องถูกลงโทษเช่นเดียวกับกรณีของการผิดประเวณี ส่วนนักวิชาการส่วนใหญ่ ถือว่ามีความผิดในขั้นลหุโทษ คือไม่ต้องถูกลงโทษสถานหนักตามที่ศาสนากำหนดเอาไว้ แต่ให้เป็นการลงโทษตามดุลยพินิจของผู้พิพากษาหรือผู้มีอำนาจ

 

5.  การดื่มสุรา

                ในภาษาอาหรับเรียกสุราว่า อัล-คอมรุ اَلْخَمْرُ) ) นักกฏหมายอิสลามส่วนใหญ่มีความเห็นว่า สุรา اَلْخَمْرُ) ) หมายถึง เครื่องดื่มที่ทำให้เกิดอาการมึนเมาทุกชนิด ไม่ว่าจะทำมาจากวัตถุชนิดใดก็ตาม และไม่ว่าจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปก็ตาม และไม่ว่าการดื่มนั้นจะมากหรือน้อยก็ตาม ดังปรากฏในอัล-หะดีษว่า :

( كُلُّ مُسْكِرٍخَمْرٌ ، وَكُلُّ خَمْرٍحَرَامٌ )

                ความว่า “ทุกสิ่งที่ทำให้มึนเมา คือ คอมรุน และคอมรุนทั้งหมดคือสิ่งต้องห้าม”

(รายงานโดย มุสลิม )

                คำว่า คอมรุน (خَمْرٌ) ในอัล-หะดีษ หมายถึง สิ่งที่ปกปิดสติปัญญา กล่าวคือทำให้ขาดสติและการใช้ความคิดทางปัญญาตามปกติสูญเสียไป ดังนั้นเครื่องดื่มทุกชนิดที่ทำให้ขาดสติและสมรรถภาพทางปัญญาสูญเสียไป ถือเป็นสิ่งต้องห้ามด้วยตัวบทจากอัล-กุรฺอาน และจำเป็นต้องถูกลงโทษตามที่มีระบุในอัล-หะดีษ      อัลลอฮฺทรงระบุเอาไว้อย่างเด็ดขาดในอัล-กุรฺอานว่า  

ö@ygsù LäêRr& tbqåktJZ•B ÇÒÊÈ

                ความว่า “ดังนั้นพวกท่านจงเลิกเสียเถิด”

                                                            (สูเราะฮฺ อัล-มาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 91)   

                เหตุนี้ ศาสนาอิสลามจึงบัญญัติห้ามการดื่มสุราเพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ทางศาสนา สติปัญญา ร่างกายและทรัพย์สินของมุสลิม

 

                การลงโทษผู้ดื่มสุรา

                        เมื่อผู้ดื่มสุราได้สารภาพหรือมีพยานที่เที่ยงธรรม 2 คน ยืนยันว่าผู้นั้นได้ดื่มสุรา ก็ให้ลงโทษผู้นั้นโดยการเฆี่ยน 40 ที และอนุญาตให้เฆี่ยนได้ถึง 80 ที ทั้งนี้มีหลักฐานรายงานจาก อะนัส อิบนุ มาลิก  ว่า :

“แท้จริงนบี  ได้เคยเฆี่ยนในเรื่องการดื่มสุราด้วยรองเท้าแตะและก้านอินทผลัม 40 ที”

                                                      (รายงานโดย มุสลิม)

                และมีรายงานว่า : แท้จริงเคาะลีฟะฮฺอุษมานได้ใช้ให้เฆี่ยนอัล-วะลีด อิบนุ อุกบะฮฺ อิบนิ อบีมุอัยฏฺ แล้วอับดุลลอฮฺ อิบนุ ญะอฺฟัรก็เฆี่ยนอัล-วะลีด โดยมีอะลี อิบนุอบีฏอลิบ คอยนับอยู่ จนกระทั่งถึง 40 ครั้ง แล้วเคาะลีฟะฮฺอุษมาน ก็กล่าวว่า  : จงระวังเถิด ! หลังจากนั้นก็กล่าวว่า

جَلَدَالنَّبِىُّ صلى الله عليه وسلم أَرْبَعِيْنَ ، وَجَلَدَأَبُوْبَكْرٍأَرْبَعِيْنَ ، وَعُمَرُثَمَانِيْنَ وَكُلُّ سُنَّةٌ ، وَهَذَاأَحَبُّ إِلَيَّ

          ความว่า “นบีได้เฆี่ยน 40 ครั้ง    อบูบักรได้เฆี่ยน 40 ครั้ง และอุมัร (เฆี่ยน) 80 ครั้ง และทั้งหมดเป็นสุนนะฮฺ และอันนี้ฉันชอบมากกว่า (หมายถึง การเฆี่ยนเพียง 40 ครั้ง)”

                                                                (รายงานโดย มุสลิม -1707-)

                การลงโทษผู้กระทำความผิดในโทษฐานดื่มสุรา ให้ผู้กระทำผิดนั่งบนพื้น และเฆี่ยนที่หลังของผู้กระทำผิดด้วยแส้ขนาดปานกลาง ส่วนผู้หญิงนั้นให้นางปกปิดร่างกายด้วยผ้าบางๆ

                อนึ่ง การลงโทษผู้กระทำผิดในโทษฐานดื่มสุรานั้น ให้ลงโทษเพียงหนเดียว ถึงแม้ว่าก่อนหน้าลงโทษผู้กระทำผิดจะดื่มสุราหลายครั้งก็ตาม ดังนั้นเมื่อมีการดื่มสุราอีกหลังจากการดำเนินการลงโทษไปแล้ว ก็ให้ลงโทษได้อีกตามความผิดที่ก่อขึ้นในครั้งหลังเป็นกรณีๆ ไป

                เงื่อนไขในการลงโทษผู้ดื่มสุรา มี 8 ประการ ดังนี้

                        (1) ผู้ดื่มสุรามีสติสัมปชัญญะ ไม่วิกลจริต

                        (2) บรรลุศาสนภาวะ

                        (3) เป็นมุสลิม

                        (4) กระทำโดยสมัครใจ มิได้ถูกบังคับ

                        (5) การดื่มสุรานั้นมิได้เกิดขึ้นในกรณีคับขัน

                        (6) รู้ว่าสิ่งที่ตนดื่มคือสุรา

                        (7) รู้ว่าสุราเป็นสิ่งต้องห้าม

                        (8) ทัศนะที่ผู้นั้นสังกัด (มัซฮับ) ถือว่าสิ่งที่ดื่มนั้นเป็นที่ต้องห้าม

                อนึ่ง  ยาเสพติดให้โทษร้ายแรง เช่น กัญชา  ฝิ่น  เฮโรอีน และยาบ้า เป็นต้น ถือเป็นสิ่งต้องห้าม ไม่ว่าจะมีวิธีในการเสพอย่างไรก็ตาม เพราะเป็นสิ่งที่มีโทษต่อสติปัญญาและร่างกาย ส่วนการลงโทษผู้เสพนั้นให้เป็นไปตามดุลยพินิจของศาล เช่น จำคุก  เฆี่ยน หรือการประนาม   เป็นต้น ทั้งนี้มีเงื่อนไขว่าการลงโทษดังกล่าวต้องไม่ถึงขั้นต่ำสุดจากการลงโทษที่มีการกำหนดเอาไว้ตามบัญญัติของศาสนา 

การพนัน

                การพนันเรียกในภาษาอาหรับว่า  อัล-กิมารฺ  (اَلْقِمَارُ)  หรือ  อัล-มัยสิรฺ  (اَلْمَيْسِرُ)  หมายถึง  การเล่นเพื่อให้ได้เงินหรือสิ่งอื่นด้วยการเสี่ยงโชคหรือด้วยฝีมือ  เช่น  การเล่นลูกเต๋า หมากรุก  ถั่ว  หัวแหวน  ไข่   ก้อนหิน  เป็นต้น  นักวิชาการเห็นพ้องตรงกันว่า  ทุก ๆ การละเล่นที่มีการพนันถือเป็นสิ่งต้องห้าม  (حَرَامٌ)  และถือเป็นส่วนหนึ่งจากการได้มาซึ่งทรัพย์สินของผู้คนโดยมิชอบ  (باَطِلٌ)  ดังปรากฏในอัล-กุรฺอานว่า

Ÿwur (#þqè=ä.ù's? Nä3s9ºuqøBr& Nä3oY÷t/ …..È @ÏÜ»t6ø9$$Î/( ÇÊÑÑÈ

 

                ความว่า “และสูเจ้าทั้งหลายอย่ากินทรัพย์สินของสูเจ้าทั้งหลายระหว่างกันโดยมิชอบ”

(อัล-บะเกาะเราะฮฺ  อายะฮฺที่  188)

 

                และ

$pkš‰r'¯»tƒ tûïÏ%©!$# (#þqãYtB#uä $yJ¯RÎ) ãôJsƒø:$# çŽÅ£øŠyJø9$#ur Ü>$|ÁRF{$#ur ãN»s9ø—F{$#ur Ó§ô_͑ ô`ÏiB È@yJtã Ç`»sÜø‹¤±9$# çnqç7Ï^tGô_$$sù öNä3ª=yès9 tbqßsÎ=øÿè? ÇÒÉÈ  

                 ความว่า “โอ้บรรดาศรัทธาชน  อันที่จริงสุรา,  การพนัน,  สัตว์ที่ถูกเชือด  ณ  แท่นบูชาและการเสี่ยงติ้วนั้นคือความสกปรกโสมมอันมาจากงานของมารร้าย  ดังนั้นสูเจ้าทั้งหลายจงหลีกห่างมันเถิด  หวังว่าสูเจ้าทั้งหลายจะได้รับความสัมฤทธิผล”

(อัล-มาอิดะฮฺ  อายะฮฺที่  90)

                และดังที่ปรากฏในอัล-หะดีษ ว่า

إِنَّ رِجَالاً يَتَخَوَّضُوْنَ فِى مَالِ اللهِ بِغَيْرِحَقٍّ فَلَهُمُ النَّارُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ

                ความว่า “แท้จริงบรรดาบุคคลที่ล่วงล้ำเข้าไปในทรัพย์สินของอัลลอฮฺโดยมิชอบนั้นสำหรับพวกเขาคือนรกอเวจีในวันกิยามะฮฺ”

(จากหนังสืออัล-กะบาอิรฺ    ของอัซ-ซะฮฺบียฺ)

                และ

مَنْ قَالَ لِصَاحِبِه تَعَالَ أُقَامِرْكَ فَلْيَتَصَدَّقْ

                ความว่า“ผู้ใดกล่าวกับเพื่อนของเขาว่า  “มาเถิด!  ฉันจะพนันกับท่าน”  ผู้นั้นจงบริจาคทาน”

(รายงานโดยอัล-บุคอรียฺ)

                อัล-หะดีษบทนี้ชี้ให้เห็นว่า การชักชวนผู้อื่นให้เล่นการพนันต้องเสียค่าปรับ  (اَلْكَفَّارَةُ)  ด้วยการบริจาคทานเพื่อลบล้างความผิดที่เกิดขึ้นจากคำพูด  ดังนั้นการเล่นการพนันจริง ๆ จึงถือเป็นสิ่งที่ต้องห้ามและถือเป็นการประพฤติผิดบาปใหญ่  (اَلْكَبَائِرُ) 

                อนึ่งถึงแม้ว่าการพนันจะเป็นสิ่งต้องห้ามและเป็นบาปใหญ่เช่นเดียวกับการดื่มสุรา  แต่เนื่องจากการพนันไม่มีข้อกำหนดบทลงโทษจากตัวบทของศาสนาดังกรณีการดื่มสุรา  ดังนั้นผู้มีอำนาจหรือศาลสามารถตัดสินคดีการเล่นการพนันได้โดยใช้ดุลยพินิจตามคดีลหุโทษ   เช่น  การเฆี่ยนที่ไม่ถึงจำนวนที่ศาสนาบัญญัติเอาไว้  การจำคุก  การปรับ  หรือทั้งจำทั้งปรับ  เป็นต้น

เหตุผลในการบัญญัติห้ามการพนัน  มีดังนี้   

1.     ศาสนามีความประสงค์ให้มุสลิมปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และแนวทางที่อัลลอฮฺทรงกำหนดเอาไว้ในเรื่องการแสวงหาปัจจัยยังชีพอันเป็นที่อนุมัติ  (حَلاَلٌ)  การพากเพียร และมุ่งมานะในการประกอบอาชีพ ตลอดจนการมีความสุจริตในการได้มาซึ่งทรัพย์สิน

2.    การพนันเป็นอบายมุขที่ส่งผลร้ายต่อศรัทธาและความเชื่อของบุคคลดังจะเห็นได้ว่าอัลลอฮฺ  ทรงบัญญัติห้ามการเล่นการพนันเคียงคู่กับการดื่มสุรา  การบริโภคเนื้อสัตว์ที่ถูกเชือดบนแท่นบูชาเจว็ดซึ่งเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการตั้งภาคี  การเสี่ยงทาย  ซึ่งมอมเมาบุคคลให้จมปลักอยู่กับเรื่องของโชคลางและความหวังลม ๆ แล้ง ๆ

3.     การพนันเป็นการทำให้เสียทรัพย์  เป็นต้นเหตุแห่งหนี้สิน  ซึ่งสร้างผลร้ายให้กับตัวของบุคคลที่เล่นการพนันและบุคคลรอบข้างโดยเฉพาะครอบครัว ตลอดจนเป็นสาเหตุของอาชญากรรมที่คุกคามต่อความสงบสุขของสังคมโดยส่วนรวม

4.     การพนันและการดื่มสุรา  เป็นต้นเหตุให้เกิดความบาดหมาง  ความชิงชัง และความอาฆาตพยาบาท  ผู้เล่นการพนันย่อมมีทั้งผู้ที่ได้และผู้ที่เสีย  และความสิ้นหวังอันเกิดจากการเสียพนันในครั้งแรกจะผลักดันให้ผู้ที่เสียพนันหวนกลับไปสู่การเล่นพนันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแสวงหาสิ่งทดแทนจากการสูญเสียในครั้งแรก  เมื่อเป็นฝ่ายชนะในการพนันก็เกิดความย่ามใจแต่ในท้ายที่สุดก็เสียทรัพย์สินจนหมดตัว  ดังปรากฎในอัล-กุรฺอานฺว่า  :

$yJ¯RÎ) ߉ƒÌãƒ ß`»sÜø‹¤±9$# br& yìÏ%qムãNä3uZ÷t/ nourºy‰yèø9$# uä!$ŸÒøót7ø9$#ur ’Îû ̍÷Ksƒø:$# Ύţ÷yJø9$#ur öNä.£‰ÝÁtƒur `tã ̍ø.ό «!$# Ç`tãur Ío4qn=¢Á9$# ( ö@ygsù LäêRr& tbqåktJZ•B ÇÒÊÈ  

                ความว่า “อันที่จริงมารร้ายมุ่งหมายต่อการให้เกิดความเป็นศัตรูและความชิงชังระหว่างสูเจ้าทั้งหลายอันเนื่องมาจากการดื่มสุราและการเล่นพนัน และมุ่งหมายต่อการขัดขวางสูเจ้าทั้งหลายจากการรำลึกถึงอัลลอฮฺ และการละหมาด  ดังนั้นพวกท่านทั้งหลายจงยุติเถิด”

(อัล-มาอิดะฮฺ  อายะฮฺที่  91)

 

สิ่งที่เข้าข่ายว่าเป็นการพนัน

                การละเล่นหรือการแข่งขันทุกชนิดที่มีการพนันเข้าไปเกี่ยวข้องถือเป็นสิ่งต้องห้าม  ((حَرَامٌ   การพนันในการละเล่น เช่น หมากรุก,  การทอยลูกเต๋า,  การเล่นไฮโล,  การเล่นถั่ว,  การเล่นน้ำเต้าปูปลา การพนันที่เกี่ยวข้องกับกีฬา  เช่น  มวยตู้   การพนันฟุตบอล  เป็นต้น  นอกจากนี้การเล่นหวย ลอตเตอรี่  หรือสลากกินแบ่งรัฐบาล  ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายถือเป็นสิ่งต้อง    เช่นกัน

                อนึ่ง  การละเล่นและการแข่งขันบางประเภท  เช่น  การเล่นหมากรุก เพื่อฝึกสมองและปฏิภาณไหวพริบ  การยิงธนู การขี่ม้า  การวิ่งแข่ง  เป็นต้น  ถือเป็นสิ่งที่อนุมัติ  (مُباَحٌ)  แต่มีเงื่อนไข  3  ประการดังนี้  คือ

1.       การละเล่นและการแข่งขันดังกล่าวต้องไม่เป็นเหตุทำให้เกิดความล่าช้าในการละหมาดจนเลยเวลาการละหมาดที่ถูกกำหนดไว้

2.       ต้องไม่มีการพนันเข้าไปเกี่ยวข้อง

3.     ผู้เล่นต้องรักษามารยาทและกติกาในระหว่างการเล่นหรือการแข่งขัน  ไม่พูดจาหยาบคาบ  ไม่ด่าทอ  เป็นต้น  หากขาดเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดจาก  3  ประการนี้นักวิชาการถือว่าเป็นสิ่งต้องห้าม  (حَراَمٌ)