การใช้รัตนะโมเดลในการจัดทำยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ระดับตำบล ในอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ
บทคัดย่อ
รัตนะโมเดล เป็นหลักธรรมของพระพุทธเจ้า ที่คณะวิจัยได้นำกระบวนการมาปรับใช้ในการจัดทำยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ระดับตำบล หลังจากนั้น มีการทบทวนบทเรียน (AAR - After Action Review) ภายหลังดำเนินการในระดับอำเภอด้วยกระบวนการหลากหลายมาจำนวน 2 ครั้งแล้ว พบว่า น่าจะนำไปใช้ประโยชน์ได้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และกลุ่มประชาชนหรือชุมชนในการจัดการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ป้องกันเอดส์ได้อย่างแท้จริง
การศึกษาครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ เพื่อศึกษากระบวนการใช้รัตนะโมเดลในการจัดทำยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ระดับตำบล ผู้ร่วมวิจัยประกอบด้วย กลุ่มเยาวชนในและนอกระบบการศึกษา กลุ่ม อสม. กลุ่มพ่อบ้านและแม่บ้าน กลุ่มผู้ติดเชื้อ กลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กลุ่มผู้นำชุมชน และกลุ่ม อบต. รวมจำนวน 64 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกต และการสนทนากลุ่ม ในระหว่างเดือน มกราคม ถึง ตุลาคม 2553 จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการศึกษา พบว่า การใช้รัตนะโมเดล เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ และสร้างความร่วมมือ ในการจัดทำยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ระดับตำบล / หมู่บ้าน โดยให้แต่ละกลุ่มย่อยระดมสมอง ตามขั้นตอน ‘ทุกข์’ สภาพปัญหาเอดส์ ที่เป็นอยู่ปัจจุบัน เป็นอย่างไร? ‘สมุทัย’ สาเหตุ หรือปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาเอดส์ คืออะไร? ‘นิโรธ’ การดับทุกข์ทำอย่างไร หรือวิสัยทัศน์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ระดับตำบล / หมู่บ้าน? และเข้าสู่ขั้นตอน ‘มรรค’ - แนวทาง หรือ กระบวนการที่สามารถทำให้บรรลุเป้าหมาย (แก้ไขปัญหาเอดส์) เป็นอย่างไร? โดยกระบวนการดังกล่าว สามารถจัดการขับเคลื่อนกลไก 6 กลไก ได้แก่ การจัดทำยุทธศาสตร์ตำบล วิชาการ ข้อมูล การอนุมัติแผนงาน การระดมงบประมาณ และภาคีเครือข่าย ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ระดับตำบลได้
รัตนะโมเดล เป็นกระบวนการที่มีความสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และกลุ่มประชาชนเข้าใจง่าย และมีส่วนร่วมในการกระบวนการทั้งหมด แต่ต้องมีกรอบหลวม ๆ และข้อมูลที่รอบด้านให้ตัดสินใจ นอกจากนั้น บางขั้นตอนควรแยกกลุ่มผู้ติดเชื้อออกจากกลุ่มอื่นเพื่อได้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่
ผลการศึกษาครั้งนี้ ชี้ให้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของกระบวนการใช้รัตนะโมเดล ที่สามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมแต่ละพื้นที่ เพื่อพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วม และเสริมสร้างพลังอำนาจให้กับบุคคล และชุมชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ต่อไป
หมายเหตุ
อริยสัจ 4 เป็นแก่นของศาสนาพุทธ และความจริงอันประเสริฐ ประกอบด้วย
-
ทุกข์ = สภาพปัญหา และวิกฤต การมีอยู่ของทุกข์ เช่น การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ผิดหวัง ฯลฯ
-
สมุทัย = เหตุแห่งทุกข์ โดยปกติคนทั่วไปจะมองไม่เห็นเหตุแห่งทุกข์อย่างแจ่มชัด นั่นเพราะขาดปัญญา มีอวิชชา มีกิเลส ตัณหา อุปาทาน จึงไม่เห็นเหตุแห่งทุกข์ตามความเป็นจริง เมื่อไม่เข้าใจเหตุแห่งทุกข์ ชีวิตจึงต้องจมปลักอยู่กับการมีอยู่ของทุกข์ไปจนสิ้นอายุขัย
-
นิโรธ = ความดับทุกข์ สำหรับบุคคลที่เข้าใจเหตุแห่งทุกข์ได้อย่างถูกต้องชัดเจน จะนำไปสู่ความดับทุกข์ การเข้าใจความจริงของชีวิตนำไปสู่การดับความเศร้าโศกทั้งมวล อันยังให้เกิดความสงบและความเบิกบาน
-
มรรค = หนทางที่จะพ้นและดับทุกข์ หรือวิถีทางหรือเทคนิคในการดำเนินไปสู่การดับทุกข์ นั่นก็คือ หนทางแห่งการปฏิบัติตนเพื่อให้เข้าถึงศีล สมาธิ ปัญญา
ยกตัวอย่าง
ทุกข์ = ไฟ
สมุทัย = ความร้อน
นิโรธ = เอาเชื้อไฟออกไป เมื่อไม่มีเชื้อ-ไฟก็ไม่เกิด
มรรค = วิธีการดับไฟ
**********
ผมเข้าใจคำว่า รัตนะ ในทางพระพุทธศาสนาตามที่ได้ร่ำเรียนมาว่า เป็นแก้วสามประการอันประกอบไปด้วย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ส่วนทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เป็นอริยสัจสี่ ผมขออนุญาตผู้วิจัยช่วยอธิบายด้วยนะครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
สวัสดีค่ะน้องทิมดาบ
อรุณสวัสดิ์ค่ะน้องชาย
1. เส้นทางวิจัยครั้งนี้ ใช้หลักอริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) เพื่อพิจารณากระบวนการศึกษาที่ทำให้เห็นปัจจัยเชื่อมโยงเหตุและผลที่แท้จริง
2. จุดหมายปลายทางวิจัยครั้งนี้ เพื่อต้องการบรรลุเป้าหมายงานวิจัย โดยใช้หลักรัตนโมเดล (พุทธะ ธรรมะ สังฆะ) กล่าวคือ
หวังว่า คงเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นนะครับ