สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔ ขอให้ทุกท่านมีความสุข สดชื่น ร่ำรวยศีลธรรม ความดีและเงินทอง ค่ะ
ในทางพุทธศาสนาให้ความสำคัญแก่ความสบายไม่ใช่เพราะว่ามันดีโดยตัวมันเอง หากแต่เป็นเพราะว่าความสบายนั้นเป็นสิ่งเกื้อกูลต่อชีวิต ช่วยให้ชีวิตเจริญงอกงามและเข้าถึงความสุขที่ปราณีตลึกซึ้ง ตรงนี้ต้องอธิบายก่อนว่า ความสุขของคนเรานั้นมีสี่ประเภท ได้แก่
๑.ความสุขทางกาย หรือความสุขจากการเสพและการใช้ทรัพย์
๒.ความสุขทางศีล หรือความสุขจากการมีพฤติกรรมดีงามและมีสัมพันธภาพที่ราบรื่นกับผู้อื่น
๓.ความสุขทางจิต เช่น เกิดปิติ มีสมาธิ ผ่อนคลาย ปลอดโปร่ง
๔.ความสุขทางปัญญา หรือความสุขเนื่องจากความรู้แจ้งในสัจธรรม จนเป็นอิสระหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง
พุทธศาสนาถือว่า ความสบายหรือความสุขทางกาย จะต้องเป็นไปเพื่อเกื้อกูลความสุขสามประเภทหลัง หรือทำให้พฤติกรรม (ศีล) จิต และปัญญา เจริญงอกงามขึ้น เช่น เมื่อมีความเป็นอยู่ผาสุขและสบายแล้ว ก็ควรช่วยเหลือผู้อื่น ด้วยการให้ทานแก่ผู้ยากไร้ บริจาคทรัพย์ให้แก่ส่วนรวม หรือสละเวลามาทำประโยชน์แก่สังคม พร้อมกันนั้นก็ใช้ความสะดวกสบายนั้นเพื่อการบำเพ็ญภาวนาทางจิตและปัญญา
กล่าวอีกนัยหนึ่ง พุทธศาสนาไม่สรรเสริญการถือเอาความสบายเป็นเป้าหมาย หรือหยุดแค่ความสบาย แต่จะต้องก้าวต่อไปโดยใช้ความสบายนั้นให้เกิดประโยชน์ คนที่หยุดแค่ความสบายแล้วไม่ทำอะไรต่อจัดว่าเป็นคนขขี้เกียจ ตรงนี้เป็นประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัด เพราะมีความเข้าใจในหมู่คนทั่วไปว่า เมื่อสบายแล้วไม่ทำอะไรต่อ ถือว่า "สันโดษ" ดั้งนั้นจึง เป็นสิ่งที่พุทธศาสนาสรรเสริญ ความจริงแล้ว สันโดษในพุทธศาสนา (ความพอใจในสิ่งทีได้มาโดยชอบธรรม)นั้น มีเป้าหมายเพื่อให้รู้จักพอในความสบายทางกาย หรือรู้จักพอในการเสพ เพื่อจะได้เอาเวลาและกำลัง (ทั้งกาย ทรัพย์ และปัญญา) ไปใช้ในการทำสิ่งดีงามที่เรียกว่า "กุศลธรรม" ให้ยิ่งๆขึ้นไป กล่าวโดยสรุปก็คือ ทรงสอนให้สันโดษในทรัพย์หรือสิ่งเสพ แต่ไม่ให้สันโดษในกุศลธรรม.
จุดประกายชี้ทางสว่างให้ทุกท่าน ของพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
แล้วจะนำธรรมะดีๆ มาฝากใหม่นะคะ
ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ ขออวยพรให้ทุกท่านจงสุขศรี
มีลาภยศเกียรติศักดิ์พูนทวี สุขภาพดีตลอดปีใหม่พลัน
ไร้ทุกข์ ไร้โศรก ไร้โรคร้าย มีร่างกาย สมบูรณ์ และแข็งขัน
มีจิตใจเยือกเย็น มีพลัง ได้สร้างสรรผลงานการทั้งปวง...ครับ
สวัสดีปีใหม่ ขอให้พี่มีความสุข ครบทั้ง 4 ด้านค่ะ