
ชาวไทย แม้จะได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธ แต่จะมีซักกี่คนที่เข้าถึงแก่นแท้และเนื้อหาของพุทธศาสนา ส่วนมากจะเป็นเพียงชาวพุทธแต่ในนามหรือในทะเบียนบ้านเท่านั้น ถ้าเราเดินถามคนไทยที่เป็นชาวพุทธตามถนน ว่าหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนานั้นคืออะไร จะมีซักกี่คนที่ตอบได้ ผมเชื่อเหลือเกินว่า มีไม่ถึง 10 เปอร์เซนต์แน่นอนที่สามารถตอบได้ ซึ่งผู้ที่จะสามารถตอบได้ย่อมต้องเป็นผู้ที่เคยศึกษาทางธรรมะ หรือผู้ที่สนใจธรรมะอย่างจริงจังเท่านั้น เมื่อดูจากสถิติที่กล่าวมา นับเป็นเรื่องที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก ที่ชาวพุทธไม่เข้าใจหัวใจของพระพุทธศาสนา แน่นอนว่า ในวันมาฆบูชา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ไว้ให้แก่สานุศิษย์ทั้งหลาย ว่า ไม่ทำความชั่วทุกอย่าง ทำความดีทั้งทางกาย วาจา ใจ และทำจิตใจให้ผ่องใสเสมอ ซึ่งนั่นหมายถึงหัวใจของพระพุทธศาสนา
สอนให้เราไม่ประพฤติชั่วทุกประการ
สอนให้เราทำความดีทั้งทางกาย วาจา และใจ
และที่จะขาดเสียมิได้ ให้ทำจิตใจให้ผ่องใสอยู่เสมอ
เพียงเท่านี้ถ้าเราปฏิบัติได้ ก็ได้ชื่อว่าเราเป็นชาวพุทธที่สมบูรณ์ เป็นพุทธมามกะ ที่ปฏิบัติตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และไม่ได้ชื่อว่าเป็นเพียงชาวพุทธในนามหรือชาวพุทธตามสำมะโนประชากร
แล้วคุณละคิดว่าตนเองเป็นชาวพุทธแบบไหน
ที่เห็นชาวพุทธทั่ว ๆ ไปคือ ชอบทำทาน แต่ไม่รักษาศีล ไม่ว่าจะเป็น คฤหัสหรือ คราวาฆก็ตามที โดยไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำว่าชาวพุทธมากนัก
ถ้าบอกว่าหัวใจของศาสนาในทัศนะของผม คือ มีศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ และ วิมุติญาณทัศนะ นี่คือแก่นธรรม ที่เข้าสู่ขั้นโลกุตระ แต่ถ้าระดับโลกียะ ก็ได้แค่ ทาน กับศีลและสมาธิเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว เดินตามมรรค ๘ นั่นแหละ ถึงจะเรียกตนเองว่าชาวพุทธแท้ แต่ต้องนับถือและมั่นคงในพระรัตนตรัยอย่างที่สุดด้วย
เป็นชาวพุทธเพราะบุญเก่าเราสร้างดี จึงได้มีบุญใหญ่ใกล้พระพุทธศาสนา
แต่ใกล้เกลือกินด่างอย่างกล่าวมา ดิ้นรนหาแต่ทางทุกข์สุขจอมปลอม
หากชาวพุทธเป็นอย่างท่านนั่นแหละใช่ จิตผ่องใสใฝ่รู้ทนุถนอม
จิตใจงามด้วยธัมมาน่าดมดอม ศีลฟุ้งหอมถนอมจิตคิดทำดี