เป็นการทดแทนกันทางพืชพันธุ์ เนื่องจากสภาพแวดล้อมเอื้อต่อพันธุ์อื่น ที่นำมาใหม่ สอนผมว่าหากเราปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมไม่ได้ดี ก็จะมีสิ่งอื่นหรือพืชพันธุ์อื่นเข้ามาแทนที่


         เช้าวันที่ ๕ ธ.ค. ๕๓ วันเฉลิมพระชนม์พรรษา ผมไปนั่งอ่านหนังสือใน Kindle ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน   ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย   พลันก็รำลึกว่าเวลานี้หญ้าในสนามกลายเป็นหญ้ามาเลเซียหมดโดยสิ้นเชิงแล้ว    โดยที่ตอนมาอยู่ใหม่ๆ ในปี ๒๕๔๐ สนามปูด้วยหญ้านวลน้อยซึ่งใบเล็กแข็ง   แต่เวลานี้เป็นหญ้ามาเลเซียซึ่งใบใหญ่อ่อนนุ่ม

          หลังจากปลูกต้นไม้รอบบ้านและรอบสนามหญ้า และบางส่วนรุกเข้าไปกลางสนามด้วย   ผมก็ตระหนักว่าสนามหญ้าจะร่ม มีแดดเพียงบางช่วงเวลา ซึ่งไม่เหมาะสำหรับหญ้านวลน้อย   แต่หญ้ามาเลเซียจะชอบ   ผมจึงไปดึงเอาพันธุ์หญ้ามาเลเซียมาจากบ้านลาดพร้าวของลูกสาว   ไปบ้านนั้นทีไรก็เอามาทีละ ๑๐ – ๒๐ สาย  หญ้ามาเลเซียเขาทอดไปตามพื้นดินเป็นสาย   เอามาปลูกที่ขอบสนามบริเวณที่ร่ม และหญ้านวลน้อยไม่ขึ้น   เผลอไปไม่นาน กลายเป็นว่าสนามหญ้าบ้านผมไม่ใช่สนามหญ้านวลน้อยเสียแล้ว กลายเป็นสนามหญ้ามาเลเซีย 

          เป็นการทดแทนกันทางพืชพันธุ์ เนื่องจากสภาพแวดล้อมเอื้อต่อพันธุ์อื่น ที่นำมาใหม่   สอนผมว่าหากเราปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมไม่ได้ดี ก็จะมีสิ่งอื่นหรือพืชพันธุ์อื่นเข้ามาแทนที่

          มองไปในสนาม เห็นทั้งใบหญ้ามาเลเซียสีเขียว   และเห็นใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นมาจากต้นไม้ใหญ่   ผมรำลึกได้ว่านี่คือความสำเร็จในการที่ผมสร้างการยอมรับว่า สนามหญ้าบ้านเราเป็นสนามที่ไม่เก็บกวาดใบไม้   ปล่อยให้แห้งเน่าเปื่อยเป็นปุ๋ยไปเอง   สนามที่บ้านผมจึงไม่ต้องใส่ปุ๋ย   ปล่อยให้วัฏฏจักรธรรมชาติสร้างปุ๋ยให้แก่ตนเองเหมือนในป่า 

          ตอนแรกๆ สาวน้อยคอยคาดคั้นให้ผมไปกวาดใบไม้ในสนามหญ้า   ตอนแรกผมก็ทำ เพราะคิดว่า สนามสวยต้องไม่มีใบไม้รก   แต่ต่อมาผมค่อยๆ คิดว่าสนามน่าจะสวยได้แบบธรรมชาติ ไม่มองใบไม้ในสนามว่ารก   ผมพยายามชี้ให้สาวน้อยเห็นว่าการไม่กวาดใบไม้มีประโยชน์ ทำให้วัฏฏจักรธรรมชาติมันทำงาน   โชคดีที่สาวน้อยเขาไม่ใช่ outdoor person อย่างผม   เขาชอบดูทีวีอยู่ในบ้าน   ในขณะที่ผมชอบออกไปนั่งอ่านหนังสือในสนามหญ้า   เขาจึงไม่รำคาญความรกของสนามมากนัก

          จนในที่สุดสนามหญ้าที่มีใบไม้แห้งร่วงอยู่ก็กลายเป็นของธรรมดาสำหรับบ้านผม   เป็นการเรียนรู้ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมภายในครอบครัว

          แต่ความรกที่หน้าบ้านไม่เป็นที่ยอมรับของคณะกรรมการหมู่บ้าน   เขาออกคำสั่งให้พนักงานกวาดขยะมาจัดการความรกที่หน้าบ้านผม   ลูกสาว อี-เมล์ ไปบอกตอนผมอยู่ที่สิงคโปร์ว่า   พนักงานกวาดขยะมาบ่นกับแม่บ้านของลูกสาว   ลูกสาวเห็นว่าเราควรจัดการเอง เพราะเราเองเป็นผู้เอาต้นไม่กิ่งไม้ใบไม้ที่ตัดโค่นไปสุมไว้หน้าบ้าน   เขาขออนุญาตเข้าไปจัดการกับแม่บ้าน   ทำให้เวลานี้หน้าบ้านผมไม่รกอย่างแต่ก่อน   แต่ลูกสาวก็เข้าไปทำสวนครัวตามแบบของเขา   ซึ่งผมก็เห็นชอบอีก

          ผมไม่สนใจความสวยงามตามแบบบ้านสมัยใหม่   ผมสนใจอยู่สบายและร่มรื่นมากกว่า

 

 

วิจารณ์ พานิช
๕ ธ.ค. ๕๓
วันเฉลิมพระชนม์พรรษา