การทำงานทำให้มีความสุข การทำงานด้านการศึกษาสร้างความสุขให้ผู้ประกอบวิชาชีพโดยทั่วกัน วัฒนธรรมการวิจัยเป็นการพัฒนางานจึงเป็นที่ยอมรับและรณรงค์ให้เกิดขึ้นในองค์กรระดับโรงเรียน

    เมื่อวันที่ 26-27 ธันวาคม 2553 ดิฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมในหัวข้อเรื่องการสร้างวัฒนธรรมการวิจัยในสถานศึกษา นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับนักพัฒนาการศึกษาระดับล่าง ระดับปฏิบัติการกันทุกคน  เนื่องจากแนวคิดในการสร้างวัฒนธรรมการวิจัยในสถานศึกษาครั้งนี้ มีแนวโน้มที่จะส่งเสริมให้ครูนักพัฒนาได้ทำวิจัยเชิงคุณภาพ และพยายามแสวงหา รูปแบบที่จะบ่งบอกระดับคุณภาพของงานที่เกิดจากการทำงานปกติให้ปรากฎและเป็นที่ยอมรับ การบอกเล่าถึงการทำงาน การพัฒนางาน ความสำเร็จของการทำงานในหนึ่งรอบปี  โดยไม่ต้องอาศัยสถิติที่ยุ่งยากเกินไป  ลองร่วมแรงร่วมใจกันดูนะคะว่าเราจะมีวิธีการนำเสนองานที่เราทำ  ให้ประจักษ์แก่ผู้รับประโยชน์อย่างไร งานในหนึ่งปีที่เราทำมีคุณค่า และสร้างคุณภาพชีวิตแก่เด็กนักเรียนในความรับผิดชอบ ในรอบปีนั้น ๆ อย่างไร

    ในระยะเริ่มต้นของการทำงานชิ้นนี้ ดิฉันต้องจัดทำรายงานการประชุมเพื่อแจ้งให้        ผู้อำนวยการทราบว่า สพฐ. สนก. สกว. ได้สนับสนุนกิจกรรมอย่างไร  และนำเสนอสิ่งที่สถานศึกษาต้องปฏิบัติต่อไป

    แนวคิดหลัก

    1) โรงเรียนจะต้องทำงานตามหน้าที่ที่กำหนดใน พรบ.2542  โรงเรียนต้องทำงานให้เป็นที่เชื่อถือ อย่างสม่ำเสมอ

    2) การสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้บริหารสถานศึกษากับครูฝ่ายปฏิบัติการ เกี่ยวกับการพัฒนาห้องเรียนคุณภาพ เป็นบทบาทร่วมที่จะทำให้เกิดวัฒนธรรมการพัฒนาคุณภาพงานขึ้น

    3) การกำกับ ช่วยเหลือ ให้ครูจัดระบบงานโดยกระบวนการวิจัย ทำให้ครูสามารถสะท้อนผลการปฏิบัติงานได้ในสิ้นปีการศึกษา เป็นการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ต้องช่วยเหลือซึ่งกัน ฝ่ายบริหารช่วยสนับสนุนครู ครูนำเสนอวิธีที่ต้องการปฏิบัติ เด็กได้รับการพัฒนา การศึกษาไทยไปได้รอดโดยกระบวนการวิจัยและพัฒนา

    4) ห้องเรียนใดสามารถสะท้อนผลการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างเป็นระบบได้ในหนึ่งรอบปี   ถือว่า คุณครูในห้องเรียนนั้นได้ทำหน้าที่โดยสมบูรณ์ 

     5) โปรดอย่าลืมว่า "เด็กจำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี" หนึ่งรอบปีเด็กต้องได้รับการพัฒนาทั้งวิชาการและวิชาชีวิต  ทั้งด้านความดี การมีสุขภาพแข็งแรง การสร้างคุณค่าชีวิตอย่างสุนทรีย์ที่สมดุล