ลูกไม้ที่ไกลต้น ประโยคนี้เห็นกันได้มากขึ้น จากภาวะการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ความยากลำบากในการทำเกษตรกรรม ราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน และการทำการเกษตรแบบเน้นขายไม่เน้นพึ่งตนเองทำให้คนรุ่นห่างหายไปจากสังคมเกษตรกรรม ถูกผลักดันให้เรียนสูงๆ เพื่อเข้าเมืองมาเป็นแรงงานในโรงงาน หรือลูกจ้างตามบริษัทต่างๆ ทั้งๆที่ความจริงแล้ว มันเหมือนนกที่เข้ามาอยู่ในกรง ถูกกระทำย่ำยีอย่างไรก็ได้จากระบบทุนนิยมที่มองข้ามความเป็นคน มองข้ามจิตใจคนอื่น หลายคนทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อเงินเดือนเพียงน้อยนิด เพียงเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดแบบเดือนชนเดือน เจ็บป่วยจะไปหาหมอก็ต้องขออนุญาติคนอื่น(โทรไปลางาน) กลายเป็นชีวิตที่พึ่งพาตัวเองไม่ได้ สิทธิเสรีภาพถูกจำกัด ไม่ทำตามเขาก็อาจจะตกงานหรือถูกมองว่าไม่รักองค์กร ราคาอาหารในเมืองที่แพงลิบลิ่ว กินแค่พอรองท้อง สมัยนี้หาข้างแกงจานละ 25 บาทกินได้ก็บุญโขแล้วครับ หลายคนตลอดชีวิตที่ทำงานในเมืองกรุงและกลับไปแบบมือเปล่า ไม่เหลืออะไรติดไม้ติดมือกลับบ้าน
แต่ก็ไม่เคยมีใครหันกลับไปมองอดีตที่เคยมาว่าความสุขสบายในสังคมเกษตรกรรมเป็นอย่างไร เจ็บป่วยเราก็หยุดพัก หายเราก็ไปทำงาน ที่ทำงานก็แสนจะกว้างใหญ่ ไม่มีเอกสารกองโตให้ต้องค้นหา งานที่ทำตามใจตัวเราเอง เรากินอาหารที่เราเป็นคนผลิตเองเป็นส่วนใหญ่ มีความสด ใหม่กว่าห้างซุปเปอร์มาเก็ต
ผมเองก็แปลกใจมากตอนที่บอกกับพ่อและแม่ว่าจะลาออกจากงานเพื่อกลับไปอยู่ดูแลท่านที่บ้าน พ่อ แม่ผมค้านมาก กลัวลูกจะลำบากกับอาชีพเกษตรกรรมที่ท่านทำเลี้ยงดู ส่งเสียจนเรียนจบปริญญา แต่ผมมองว่าผมควรจะสืบทอดความภาคภูมิใจในฐานะลูกหลานเกษตรกรคนหนึ่งที่รำ่เรียนจนจบปริญญาและความรู้มาช่วยเกษตรกรให้มีมุมมอง และความคิดที่กว้างไกลกว่าเดิม เพื่อช่วยให้เขาเหล่านั้นหลุดจากกรอบความคิดแบบทุนนิยม หันมาพึ่งพาตนเองเพื่อความอยู่รอดต่อไปในวันข้างหน้า
*** ชีวิต คือการค้นหา อย่าไปสนใจคำถามและคำตอบของคนอื่น ชีวิตออกแบบเองได้
*** การเป็นตัวของตัวเอง ต้องมีความอดทน อดกลั้น ต่อสิ่งที่มากระทบสูงมาก
*** สืบทอดความภาคภูมิใจในฐานะลูกหลานเกษตรกรคนหนึ่งที่รำ่เรียนจนจบปริญญาและความรู้มาช่วยเกษตรกรให้มีมุมมอง และความคิดที่กว้างไกลกว่าเดิม เพื่อช่วยให้เขาเหล่านั้นหลุดจากกรอบความคิดแบบทุนนิยม หันมาพึ่งพาตนเองเพื่อความอยู่รอดต่อไปในวันข้างหน้า ....อาจารย์สามารถ ที่ ม.เกษตรดูนะคะ