ประเภทของสินเชื่อ

 ประเภทของสินเชื่อ ของการให้สินเชื่อแบบมีหลักประกัน
ในที่นี้ผมขอพูดถึงเฉพาะหลักประกันที่เป็นรถก่อนนะครับ
อย่างอื่นจากประสบการณ์ที่ผ่านมาก็มีแต่ไม่เด่นเท่ายานยนต์
ผมขอแบ่งการให้สินเชื่อในแบบของผมออกเป็นสองแบบนะครับ
     แบบแรกคือ hire purchase คือการตัดไฟแนนซ์ดีๆนี่เอง
คือการโอนรถมาเป็นของบริษัทให้สินเชื่อ
และทำสัญญาการผ่อนชำระโดยระบุว่า
เป็นการผ่อนค่ารถ โดยมีอัตราค่าผ่อนและจำนวนงวดที่ตายตัว
การให้สินเชื่อแบบนี้จะอยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการเช่าซื้อรถ
ซึ่งมีรายละเอียดที่บังคับอยู่เช่น ดอกเบี้ยที่ต้องไม่เกินที่กำหนด
ค่าปรับที่ต้องคิดแบบ ที่กำหนดเท่านั้น
และต้องมีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในประเภทที่กำหนด
ผมจะพูดถึงโดยละเอียดต่อไปนะครับ
    จุดสำคัญคือการให้สินเชื่อประเภทนี้มีกฎหมายที่ค่อนข้างรัดกุม
และจะเป็นประโยขน์กับผู้ต้องการขอสินเชื่อมากกว่า แต่สำหรับผู้ให้สินเชื่อแล้ว
อาจจะไม่ใช่โปรดักส์หลักที่เค้าจะให้ความสนใจ ฉะนั้นการให้สินเชื่อแบบนี้
จะต้องมีการตรวจเอกสารที่รัดกุม การให้ยอดกู้ที่ปลอดภัย ดังนั้นจึงนิยม
ที่จะทำกับรถยนต์มากกว่ารถมอเตอร์ไซด์
เพราะต้นทุนเทียบกับผลกำไรที่มากกว่ากันนั่นเอง
    ถามว่างั้นสินเชื่อแบบนี้มันต่างอะไรกับไฟแนนซ์ทั่วไป
    คำตอบ ต่างกันที่จุดประสงค์ของสินเชื่อครับ สินเชื่อแบบนี้จะมองในมุมกลับกันกับ
รูปแบบของไฟแนนซ์ทั่วไป หมายความว่า แบบนี้ลูกค้ามีรถอยู่แล้วแต่ต้องการเงิน
จึงเข้ามาสู่ secured loan หรือสินเชื่อแบบมีหลักประกัน แต่ไฟแนนซ์ทั่วไปนั้น
จะกลายเป็นคนมีเงินแต่ไม่มีรถ จึงมาซื้อรถ
   แล้วมันต่างกันตรงไหน ยังไงมันก็จัดไฟแนนซ์เหมือนกัน ต่างกันที่หลักเกณท์
การให้สินเชื่อและยอดที่จะให้กับลูกค้า
สินเชื่อแบบนี้ยอดที่ได้จะต่ำกว่าแบบ คนมีเงินแล้วอยากได้รถอยู่ครับ
คนที่จะมาทำหน้าที่พิจารณาสินเชื่อ credit approval นั้นต้องมีประสบการณ์พอสมคววร
ไม่งั้นปล่อยไปเป็นหนี้เสียท่วมแน่ เพราะลูกค้ากลุ่มนี้เป็นคนที่มีรถแต่ขัดสนเรื่องเงิน
ฉะนั้นความเสี่ยงในการเป็นหนี้เสียค่อนข้างมากว่าคนมีเงินแล้วอยากมีรถ
  เดี๋ยวเรามาว่ากันให้ละเอียดในตอนต่อไปนะครับ แต่ตอนนี้ไปแบบที่สองกันก่อน
  แบบที่สองการให้สินเชื่อโดยมีรถเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน
แบบนี้คือการกู้เงินดีๆนี่เองโดยมีรถเป็นหลักทรัพย์
โดยยอดกู้จะขึ้นอยู่กับรถด้วย เกณท์การให้ยอดกู้จะเหมือนกัน hire purchase
แต่แบบนี้กรรมสิทธิ์รถยังเป็นของผู้กู้
และสัญญาก็จะเป็นแบบขอกู้เงิน โดยถ้าผิดสัญญาจะให้ยึดหลักทรัพย์ไป
ขายทอดตลาดได้ การให้สินเชื่อแบบนี้จะอยู่ภายใต้กฎหมายการให้สินเชื่อแบบอื่นๆ
ซึ่งอัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าและค่าปรับล่าช้าจะใช้การคำนวณอีกแบบหนึ่ง
ซึ่งยอดค่าปรับโดบรวมจะสูงกว่าแบบ Hire pruchase
ด้วยความที่ง่ายไม่ต้องโอน(จริงๆก็อาจจะมีโอนด้วยนะเดี๋ยวค่อยว่ากันต่อไป)
และอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูง จึงไม่นิยมนำมาใช้กับรถที่ขอยอดสูงๆ
จึงนิยมที่จะใช้กับรถมอเตอร์ไซด์มากกว่า
    แล้วเราจะมาว่ากันโดยละเอียดต่อไป คราวหน้าเราจะมาดูว่าการทำงานนั้น
มีขั้นตอนอย่างไรตั้งแต่ลูกค้าเข้ามา และแผนกที่เกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง
ทำไมถึง 30 นาทีได้ ตอนหน้าครับ