เมื่อวันที่ ๒๕ พ.ย. ๕๓ แผนงานสร้างเสริมการเรียนรู้กับสถาบันอุดมศึกษา เพื่อการพัฒนานโยบายสาธารณะที่ดี  ที่ดำเนินการโดยสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ มช. จัดเวทีนโยบายสาธารณะ เรื่อง ปฏิรูปประเทศไทย ปฏิรูปการศึกษาไทย ที่โรงแรมมิราเคิล  

          เขาเชิญผมไปพูดในหัวข้อ เปลี่ยนกระบวนทัศน์อุดมศึกษาไทย ในเวลา ๔๐ นาที   จึงขอนำเอา narrated ppt มา ลปรร. ที่นี่


          นอกจากนั้น ยังคัดเลือกเอาบันทึกใน Gotoknow ไปจัดพิมพ์เป็นหนังสือ  “เปลี่ยนกระบวนทัศน์ของอุดมศึกษาไทย” ด้วย โดยมีคุณยุวดี คาดการณ์ไกล เป็นบรรณาธิการ

          ในงานนี้มีหนังสือดีๆ เกี่ยวกับนโยบายการศึกษาไทยแจกหลายเล่ม 

          ผมมองว่าการปฏิรูปการศึกษาไทยยัง “ยิงไม่ถูกเป้า”   กระบวนทัศน์ที่ใช้โดยทางการที่รับผิดชอบการศึกษา และรับผิดชอบการปฏิรูปการศึกษายังผิด   ยังพยายามผ่อนปรน (compromise) กับผลประโยชน์ของส่วนย่อย   คือผู้คนที่เกี่ยวข้องในระบบการศึกษา   ยังยึดเอาผลประโยชน์ของนักการศึกษาเป็นหลัก   ไม่ได้เอาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

          นี่คือหัวใจของปัญหา หรือกระบวนทัศน์ ที่ต้องเปลี่ยนให้ได้ แม้จะเจ็บปวด

          คนในวงการศึกษาอยู่ในกระบวนทัศน์ไม่ยอมเจ็บปวดในระยะสั้น เพื่อความภาคภูมิในระยะยาว   ยังพยายามรักษาผลประโยชน์ในรูปแบบเดิมๆ ไว้อย่างเหนียวแน่น    ยังรักษาคุณค่าเก่าไว้อย่างเหนียวแน่น   คือคุณค่าของการสอน

          ในขณะที่ ในโลกใหม่ ในโลกยุคศตวรรษที่ ๒๑ ต้องเปลี่ยนการศึกษาโดยสิ้นเชิง ไปที่คุณค่าของการเรียนรู้   ต้องเอาใจใส่ที่การเรียนรู้ของเด็ก ไม่ใช่ที่การสอนของครู

          ครูยิ่งมีความสำคัญยิ่งขึ้น เพราะต้องเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการรียนรู้ ต้องออกแบบการเรียนรู้ ต้องเรียนรู้วิธีการ “จุดไฟ” หรือ “จุดประกาย” ความใคร่รู้ ใคร่เรียน ของเด็ก  ครูต้องเรียนรู้วิธีสร้างสถานการณ์ให้เกิดอิทธิบาท ๔ ต่อการเรียนรู้ของศิษย์   และที่สำคัญ ครูต้องมีทักษะในการเรียนรู้สำหรับมนุษย์ในศตวรรษที่ ๒๑  ซึ่งเป็นทักษะใหม่ที่ครูในปัจจุบันส่วนใหญ่ไม่มี  

          ครูต้องเป็นบุคคลสำคัญยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน   ระบบต้องเอาใจใส่ครูที่ทำหน้าที่อยู่แล้วพอๆ กัน หรือมากกว่า การผลิตครูใหม่   โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเอาใจใส่และให้คุณค่า ให้เกียรติ ครูที่ทำตัวเป็น “ครูเพื่อศิษย์”   ต้องแยกแยะ และให้การยกย่องและการตอบแทนแก่ครูเหล่านี้เป็นพิเศษ   โดยที่การตอบแทนนั้นต้องมีส่วนหนึ่งที่ไม่ใช่เงินและวัตถุสิ่งของ   คือต้องตอบแทนที่การเรียนรู้เพื่อการทำหน้าที่ “ครูเพื่อศิษย์” สร้างพลเมืองไทยยุคใหม่ ในศตวรรษที่ ๒๑ 

          การทำหน้าที่ “ครูเพื่อศิษย์” สร้างพลเมืองไทยยุคใหม่ ในศตวรรษที่ ๒๑ จะต้องสนุกสนาน มีชีวิตชีวา และให้ความสุขทางใจสูง   เพราะมีมิติของความสุขหลายมิติ  ทั้งปิติสุขและ “สิกขาสุข” คือสุขจากการได้เรียนรู้   ซึ่งในที่นี้คือการเรียนรู้ทักษะในการทำหน้าที่ครูเพื่อศิษย์ 

          ผมคิดว่า นี่คือหัวใจของการปฏิรูปการศึกษาไทย

 

วิจารณ์ พานิช
๒๕ พ.ย. ๕๓
โรงแรมมิราเคิล ก่อนการบรรยาย