......
ผมก็บ่นครับ...แล้ววันหนึ่งก็ถามตัวเอง...ตอนป.โท..เรานี่มันดีตรงไหนหว่า...เราไม่เหมือนกับเด็กรุ่นนี้ตรงไหน...ผมว่าผมก็คิดอะไรไม่เป็น..ครือกัลล์...เพื่อนๆก็พอกัน...
.....
วันหนึ่งผมก็ถามอดีตผู้บริหาร..มหาลัยท่านหนึ่ง ที่ท่านนับได้ว่าเป็นปูชนียะ...
....
"....อาจารย์ครับ...คนเก่ง ประสบความสำเร็จในทุกๆด้านอย่างอาจารย์...ตอนเรียนป.เอก วันๆ อาจารย์ทำอะไรบ้างครับ..."
.....
ปูชนียะท่านนี้ตอบว่า..."...จะทำอะไรล่ะ..วันๆก็นั่งคิดว่าจะทำ Thesis อย่างไรให้มันไปได้..จะแก้ปัญหาอย่างไร...พรุ่งนี้จะเอาอะไรไปคุยกับอาจารย์..."
.....
ผมถามอีกท่านก็ได้ความพอกัน...
....
เป็นไปได้ไหมครับ...ในบางช่วงของวัย...คนเรา..ยังมีคุณวุฒิ วัยวุฒิ และปัญญาวุฒิ (รู้ว่าอะไร ควรไม่ควร ดีไม่ดี) ในระดับหนึ่ง...ผู้ใหญ่อย่างเราบางทีลืมไปหรือเปล่าว่า...ในช่วงวัยๆ หนึ่งบางทีเราก็ได้ระดับหนึ่ง..เวลาผ่านไป..เราจะเติบโต เราจะทำได้มากกว่าเดิม...การเอามาตรฐานของคนต่างวัย ต่างประสบการณ์มาวัด...ยังไงก็ไม่ได้ความครับ...กลายเป็นว่า..เกิดภาวะสิ้นหวัง แย่เพราะรู้สึกรุ่นน้องนี่มัน "จ้าดง่าว" (ภาษาเหนือแปลว่าโง่ ครับ)...พูดง่ายๆคุณเอาข้อสอบเด็กป.ตรี ปี 3 มาสอบเด็กป.3 ยังไงก็ตกครับ
.....
แต่ถ้ามองจากที่ผมสัมภาษณ์มา เราจะเห็นร่องรอยของ "ปัญญาวุฒิ (รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ดีไม่ดี) คุณจะเห็นว่าปูชนียะท่านนี้ รู้ว่าหน้าที่ของตนคืออะไร และมุ่งทำให้เสร็จ คิดอยู่ตลอดว่าทำอย่างไรจะทำให้ดี ให้เสร็จ"
...
นี่คือ "อิทธิบาท 4" ชัดๆ...
...
ในมุมมองของผมอิทธิบาทสี่ คือ EQ แบบพุทธนั่นเองครับ...
.....
ว่ากันว่า EQ ทำให้คนไปได้ไกล จริงไหมครับ...
......
ลองไปสัมภาษณ์คนเก่งๆ..ดูสิครับ เลือกคนประสบความสำเร็จแล้วเป็นปูชนียะด้วย...ผมลองไปสัมภาษณ์เพิ่มอีกคน...ก็คล้ายๆกัน..ดูไม่เป็นชิ้นเป็นอัน...ท่านเพียงแต่ทำงานในหน้าที่ในช่วงนั้นของท่านอย่างดี อย่าง "กัดไม่ปล่อย" เหมือนๆกัน...
....
สองท่านนี้ในบางช่วงของชีวิต อ่อนทั้งวัยวุฒิ และคุณวุฒิ แต่ที่ "แข็งแรง" คือ ปัญญาวุฒิ ครับ...
.......
บรรยากาศการเรียนการสอนที่ทำให้นักศึกษาเกิดอิทธิบาทสี่ นี่จึงสำคัญครับ...เป็นการปลูกฝัง EQ แบบพุทธในระยะยาว...มีปัญญาวุฒิ นอกเหนือจากคุณวุฒิ และวัยวุฒิ...
สิ่งที่ผมอยากพูด คือ..การเรียนการสอน ผู้ใหญ่ที่มีคุณวุฒิ และวัยวุฒิ ต้องหมั่นศึกษาว่าอะไรคือปัญญาวุฒิที่เด็กๆ ควรมี และสั่งสมศิลปะ ในการสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม ไม่ว่าจะผ่านการสอน หรือกลไก เช่นการทำวิทยานิพนธ์ การทำงานกลุ่ม...เพราะปัญญาวุฒินี่แหละครับ..คือการรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ดีไม่ดี..ช่วยให้ชีวิตของคนหลายคนไปได้ไกล..ทั้งในระยะไกล้ จนถึงบั้นปลายชีวิต...
....
ถ้าจะประเมินว่าการเรียนการสอน "ดี" หรือไม่...ผมว่าเราน่าจะดูว่า..หลักสูตร และอาจารย์ สถาบัน..พูดถึงเรื่อง"ปัญญาวุฒิ" นี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวหรือไม่...นอกเหนือจาก การพยายามดูว่าหลักสูตร หรืออาจารย์ได้สร้าง "อัจริยะข้ามคืน" อย่างเดียว...
...
เด็กอาจยังไม่อัจริยะถูกใจท่าน...แต่เอ๊ะ เขาดูมีภาวะ "กัดไม่ปล่อย" รึเปล่า...ครูเขาว่ายังไง..ถ้ามีและมีในจำนวนมากๆ พอ ผมว่าหลักสูตรนั้น เข้าท่าครับ..
...
ส่วนเรื่อง "ปัญญาวุฒิ"นั้น ถ้าปลูกฝัง และทำมากๆแล้ว..ไม่เสียหาย และไม่ "จ้าดง่าว" แน่นอนครับ...ลองถามคนดีๆ ที่ประสบความสำเร็จมากๆดูสิครับ..ผมเคยลองถามคนเก่งๆ ดีๆ รุ่นผมมาแล้ว ก็ได้ความคล้ายๆกันครับ..
.....
ผมว่าเราน่าจะเจออะไรที่คล้ายๆกัน...
....
คุณล่ะ คิดอย่างไร

คร้าบ ดีคร้าบๆ
ขอบคุณมากมายครับ..