รัก

 


..... เราย้ายมาอยู่ที่นี่ได้หลายปี เพื่อนบ้านก็ดีมีน้ำใจข้างบ้านรั้วติดกันมีคุณลุงคนหนึ่งเป็นข้าราชการบำนาญเกษียณมาหลายปีแล้ว ภรรยาเสียตั้งแต่เรายังไม่ย้ายเข้ามา ลูก ๆ ทั้ง 3 คนต่างก็แต่งงาน มีครอบครัว ไปอยู่ที่จังหวัดอื่น ๆกันหมด..... ลุงแกก็อยู่บ้านคนเดียวมาเกือบ 10 ปี


เราได้รู้จักลุงก็ได้เห็นในน้ำใจไมตรี เป็นคนใจดี อบอุ่นน่ารัก.....มีโรคประจำตัวตามประสาคนแก่ คือเบาหวาน ความดัน และเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆไปตามปกติ.....


ด้วยความที่อยู่บ้านคนเดียวบางครั้งเจ็บป่วย ก็ลำบากหน่อย เพราะไม่มีลูกหลานคอยช่วยเหลือ ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาเราก็ได้มีโอกาสได้ช่วยเหลือ พาไปหาหมอพาไปทำธุรต่าง ๆและถ้าป่วยหนักถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาลก็จะช่วยโทรตามลูก ๆ ของแกให้..... ลูก ๆก็จะมาเยี่ยมบ้าง ไม่มาบ้าง แล้วแต่โอกาสเรารู้ว่า คุณลุงเหงา .....


.......
บ่อยครั้งที่คุณลุงจะบ่นถึงคุณป้าซึ่งเราไม่เคยเจอตัวจริง ได้เห็นแต่ในรูปเพราะท่านเสียไปหลายปีแล้วก่อนที่เราจะได้ย้ายมาอยู่ที่นี่


ช่วงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ เมื่อบ้านอื่น ๆ เขามีลูก ๆมาเยี่ยมเราเห็นคุณลุงนั่งเหงาเพียงลำพังเราก็ซื้อของขวัญของกิน ของใช้ บางครั้งก็เป็นพวกผลไม้บ้างเครื่องดื่มบ้าง ไปไหว้


.....
ลุงก็ดีใจให้ศิลให้พร กันยกใหญ่.....แล้วก็บ่น รำพึง รำพันถึงลูก ๆ .....น้ำตาไหลนั่งมองแต่ประตูหน้าบ้านรอว่าเมื่อไร จะมีรถของลูกๆ กลับมาเยี่ยมบ้าง .....


หลายปีมานี้คุณลุงก็ได้แต่รอ......เราก็ได้แค่ปลอบว่าลูก ๆเขาคงติดธุระ วันไหนเขาว่างก็คงมาเยี่ยมไม่ต้องคิดมาก เสียสุขภาพไปเปล่า ๆ .....



ที่หลังบ้านคุณลุงมีต้นมะม่วงพันธุ์ดีอยู่หลายต้นมีต้นหนึ่งที่ลูกโต หวานอร่อยเป็นนิเศษเราไปช่วยลุงเก็บเป็นประจำและคุณลุงก็จะแบ่งมาให้ทุกครั้ง.......ลุงจะคัดลูกสวยๆ เก็บใส่กล่องดูแลเป็นพิเศษ..... เก็บไว้รอลูก ๆอยากให้ลูกได้กินของดี ๆ หลายครั้งหลายหนเราเห็นคุณลุงรอลูก ๆ จนมะม่วงเน่าเสียไปไม่รู้กี่หน ต่อกี่หน.....
หลายปีมานี้ก็ไม่เคยเห็นลูก ๆกลับมากินมะม่วงที่พ่อบ่มไว้แม้แต่ครั้งเดียว


มีที่แปลงหนึ่งที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์คุณลุงบอกว่าอยากขาย ให้เราช่วยดำเนินการให้หน่อยเราก็เขียนป้ายไปติด แล้วลงประกาศให้ ..... 5 เดือนเศษ ๆ หลังจากประกาศขายในที่สุดก็มีผู้สนใจและก็ขายได้ในที่สุด ในราคา 1 ล้านบาท ...


เมื่อได้เงินมาสิ่งแรกที่คุณลุงพูดถึงคือ..... คิดถึงลูก ๆถ้ารู้ว่าพ่อขายที่ได้คงดีใจลุงบอกว่าจะแบ่งเงินให้ลูกทั้ง 3 คน เท่า ๆ กัน .....


วันรุ่งขึ้น ลุงก็มาหาเราแต่เช้าบอกว่าวันนี้ ขอแรงหน่อย ช่วยพาลุงไปธนาคารทีจะไปโอนเงินให้ลูก เราก็พาไปวันนั้นเป็นลูกค้ารายแรกของธนาคาร......คุณลุงโอนเงินให้ลูกคนละ 3 แสนบาท .....


.....
เมื่อกลับมา จอดรถส่งลุงหน้าบ้าน..... ก่อนลงจากรถคุณลุงหยิบเงิน ในกระเป๋า 1 แสนบาทยื่นส่งให้บอกว่า.....เอานี่ ลุงให้.......เรารีบปฏิเสธบอกว่า ไม่เป็นไรหรอกครับลุงไม่ต้องให้ผมลุงเก็บไว้ใช้เถอะ ให้ลูก ๆไปเกือบหมดแล้ว...... ลุงบอกว่า เอาไปเถอะลุงได้รับบำนาญทุกเดือน ไม่ได้เดือดร้อนอะไรที่แปลงนี้ที่ขายได้ก็เพราะเราต้องรับโทรศัพท์และพาคนไปดูที่หลายเดือนมานี้ไม่รู้ขับรถไป-กลับกี่รอบแล้วและอีกอย่าง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลุงก็ได้แต่รบกวนไม่เคยได้ให้อะไรตอบแทนบ้างเลย
พ่อหนุ่มไม่ใช่ลูก ไม่ใช่หลานแต่ก็ยังอุตส่าห์เสียเวลาเป็นธุระจัดการเรื่องราวให้สารพัดรับไว้เถอะ ลุงอยากให้จริง ๆถ้าไม่รับลุงจะเสียใจนะ......เราก็ไหว้ขอบคุณครับลุง


กลับมานอนคิด ไตร่ตรองรู้สึกไม่สบายใจ ดึก ๆจึงหยิบเงินไปหาลุงอีกรอบ.....แต่ลุงไม่รับคืนและยืนยันว่าตั้งใจจะให้เราจริงๆ .....


อีก 2 วันถัดมามีรถยนต์มาจอดที่บ้านลุง ลูกสองคนคนเล็กและคนกลางมาเยี่ยมและทวงถามเราถึงเงิน 1 แสนบาท พูดจาประมาณว่า.....เราไปหลอกเอาเงินคนแก่เรารีบเข้าไปในบ้านหยิบเงิน 1 แสนเดินไปที่บ้านลุงแล้วคืนเงินให้ลุง


ลุงปฏิเสธและพยายามอธิบายให้ลูกๆ ฟัง แต่ทั้งสองคนไม่ยอม เราจึงวางเงินไว้แล้วเดินออกมา


ก่อนตะวันตกดินได้ยินเสียงรถขับออกไป ..... สักพักลุงก็มาหาเล่าว่าสองคนนั้นแบ่งเงินกันคนละ 5 หมื่นแล้วก็ลากลับไปแล้ว



คุณลุงกล่าวคำขอโทษอย่างที่สุด.....ลุงน้ำตาไหล บอกว่าเสียใจ ไม่คิดว่าลูก ๆจะเป็นไปถึงขนาดนี้ .....ลุงบอกว่าจะเอาเงินบำนาญที่ได้รับทุกเดือนมาทยอยคืนให้จนกว่าจะครบ 1 แสนบาท.....เราบอกว่าไม่เป็นไรหรอกครับลุงไม่ต้องทำอย่างนั้น....


.....
อีก 3 วัน เกือบ ๆ เที่ยงคืน ลุงมาที่บ้านพร้อมกับลูกชายคนโต

"
เมื่อ 3 วันที่แล้วพ่อโทรฯ ไปเล่าเรื่องให้ฟัง พี่ก็ไม่สบายใจ....พอดีที่ทำงานส่งไปสัมมนาหลายวันออกมาไม่ได้พอเสร็จธุระ ก็รีบขับรถมาเลยมาถึงซะดึก....พี่ต้องขอโทษแทนน้อง ๆ สองคนด้วยเสียมารยาทจริง ๆเดี๋ยวต้องคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวสักครั้งอายุก็มากแล้วแต่ก็ไม่รู้จักโต แย่จริง ๆ ......เอาอย่างนี้ ขอเลขบัญชีธนาคารให้พี่ได้ไหมเดี๋ยวกลับไปพี่จะรีบโอนเงินมาคืนให้ "

"
ไม่ต้องหรอกครับ ไม่เป็นไร.....เราปฏิเสธไป"


วันถัดมาเมื่อลูกชายคนโตกลับไปลุงเล่าให้ฟังด้วยความดีใจ

"
เจ้าใหญ่มันบอกว่า วางแผนไว้แล้วอีก 5 ปีจะย้ายมาทำงานที่บ้าน จะพาลูกมาเมียมาอยู่ที่นี่ "


เราสังเกตุเห็นแววตาอันสดใสของคุณลุง...บ่งบอกถึงความ ปิติ ยินดีอย่างที่สุด
ดีใจด้วยครับลุงต่อไปลุงจะได้ไม่เหงาแล้ว...


ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เกือบ 4 ปีแล้วซินะ......ที่ลุงนับวันรอว่าจะมีลูก ๆ กลับมาอยู่ด้วยเราเห็นปฏิทิน ที่คุณลุงขีดฆ่าวันแล้ววันเล่า...... เดือนแล้วเดือนเล่า.....ปีแล้วปีเล่า.....และสุดท้าย.....


ลุงน่าจะอดทนรออีกนิด .. อีกนิดเดียวเองครับลุง


ในห้องไอซียูเรากับพี่ใหญ่นั่งอยู่คนละข้างเตียงคนไข้.....ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต
คุณลุงขยับนิ้วมือเรากับพี่ใหญ่เอื้อมมือไปจับมือลุง.....ดวงตาค่อยๆ ปิดลงช้า ๆ
คุณลุงจากไปด้วยอาการสงบ....



หลังงานศพเสร็จสิ้น.....
ค่ำคืนนั้นพี่ใหญ่มาหาเราที่บ้าน ยื่นถุงกระดาษส่งให้บอกว่า.....

"
พ่อฝากไว้ให้พ่อกำชับไว้ตั้งแต่ก่อนตาย ว่าต้องให้เรารับไว้ไม่งั้นพ่อจะนอนตายตาไม่หลับ"


เราแกะถุงเปิดดูข้างในมีซองจดหมายทั้งหมด 10 ซอง
จ่าหน้าว่า...
คืนเงินเดือนที่ 1-2-3... ไปจนถึง คืนเงินเดือนที่ 10
ในแต่ละซองข้างในมีธนบัตรใบละ 1,000 บาท สิบใบ....ซองสุดท้ายมีข้อความว่า

ถึง...
หลานที่ไม่ใช่สายเลือดแต่ก็เป็นหลานที่ดีกับลุงเหลือเกิน .....ลุงคืนเงินให้ตามที่เคยสัญญาขอบคุณที่ช่วยเหลือเป็นธุระให้ ในทุก ๆ เรื่องและเป็นเพื่อนคนแก่มาตลอด
....
ป้ามารอลุงแล้ว.....ลุงต้องไปก่อน.



อีก 2 วันถัดมาที่บ้านคุณลุงมีคนเข้ามาทำความสะอาด.....เราสังเกตุเห็นปฏิทินที่คุณลุงใช้ขีดฆ่าเพื่อนับวันรอลูกๆ ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะหน้าบ้านเดินไปที่ถังขยะหน้าบ้านลุง มองไปที่ประตูมีป้ายประกาศติดไว้

ขายบ้าน ด่วน !

เราไปเก็บปฏิทินมาทำความสะอาด .......นึกถึงภาพคนแก่ที่หยิบดินสอขีดฆ่าตัวเลขบนปฏิทินด้วยอาการมือสั่นเทา ลูก ๆ คงไม่รู้หรอกว่าภายใต้ปฏิทินเก่า ๆ ไร้ค่าใบนี้
.....
มันซ่อนความห่วงหาอาลัยซ่อนความเงียบเหงา ว้าเหว่ ..ซ่อนความเจ็บปวดร้าวลึกของคนแก่คนหนึ่งที่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดียวเพียงลำพังมานานกว่า 10 ปี

เราตั้งใจจะเก็บปฏิทินนี้ไว้เพื่อเป็นที่ระลึก...ตลอดไป...

ขอให้บุญกุศลและคุณงามความดี ทั้งหลายทั้งปวงที่คุณลุงได้สั่งสมมาตลอดชั่วชีวิต
จงนำพาดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์ของคุณลุงไปสู่สุคติในดินแดน อันสงบ ร่มเย็นชั่วนิจนิรันดร์.....