รากฐานวิธีคิดของอี้จิง ส่วนมากเรารู้จักอี้จิง
ในฐานะของการพยากรณ์สภาพการณ์ต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต
ส่วนใหญ่เราจะละเลยที่จะศึกษาเกี่ยวกับรากฐานทางปรัชญา
ของอี้จิง ซึ่งบ่งบอกถึงสัจธรรมที่ว่า สรรพสิ่งเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
และสรรพสิ่งไม่เสถียร ไม่คงที่ ไม่แน่นอน ทำให้เราต้องปล่อยวางสิ่ง
ที่ยึดไว้ หันมาปรับตัว ต่อสู้กับสภาพการณ์ที่ไม่แน่นอนนั้น
ภาพต้นฉบับ จาก www.fengshuilinter.com
รากฐานทางปรัชญาของอี้จิงมาจากทวิลักษณ์ของสรรพสิ่งคือ
ความว่าง และความมี ความว่างก็คือสาระของสรรพสิ่ง ความว่างเป็น
ต้นกำเนิดของสรรพสิ่ง ความมีเป็นอีกทวิลักษณ์ของสรรพสิ่ง รากฐาน
ของความมีนั้นเกิดจากปฏิพัฒนาการของหยินและหยาง หยินอย่างที่บอก
ก็คือสภาวะของเพศชาย การรุกไปข้างหน้า หยางคือภาวะของเพศหญิง
จะแสดงภาพถึง absolut อยู่ที่ความสมดุลระหว่างหยินและหยางอย่างที่
เราเห็นวางกลมและมีสีดำขาวสมดุลอยู่ในนั้น
จากนั้นก็จะมีการพัฒนาภาวะพื้นฐานจากหยินและหยางที่กำหนดโดย
สัญลักษณ์เป็นเส้นขีดเดี่ยว และเส้นขีดคู่มาทับซ้อนกัน แสดงถึงภาวะ
ที่ซับซ้อนกว่านั้น ภาวะเส้นขีดเดียวสองเส้นแสดงถึงภาวะที่หยินแสดง
ภาวะแห่งเพศชายที่ยิ่งใหญ่ แทนด้วยดวงอาทิตย์ ความร้อน เชาน์ัปัญญา
ดวงตา หากภาวะที่มีเส้นขีดคู่สองเส้น คือภาวะเพศหญิงที่ยิ่งใหญ่ แทน
ด้วย ดาวเคราะห์ กลางคืน ร่างกาย ปาก ส่วนเส้นอีกสองเ้ส้น เส้นแรก
คือเส้นที่ผสมกันระหว่างเส้นขีดเดี่ยวและขีดคู่ที่มีเส้นขีดเดี่ยวอยู่ด้านบน
นั้นแสดงถึงภาวะที่เพศหญิงน้อยกว่า เพศชายมีสภาพที่ยิ่งใหญ่กว่า และ
อีกภาพแสดงถึงเพศชายเหลือน้อยกว่า เพศหญิงยิ่งใหญ่กว่า ไว้อธิบาย
สภาพตามธรรมชาติที่เพศชายน้อย ๆ ได้แก่ ดวงจันทร์ ความเย็น ส่วน
เพศหญิงน้อย ๆ ได้แก่ ดวงดาว แสงอาทิตย์ เพื่อใช้อธิบายสภาพตาม
ธรรมชาตินั้น ๆ
ต่อมามีการคิดภาวะเพิ่มเติมเป็นแปดภาวะจากเส้นสองชั้นก็กลายเป็นสามชั้น
และมี 8 ภาวะ คือแทนด้วย สวรรค์หรือฟ้า ดิน ไฟ น้ำ ลม ฟ้าร้อง มหาสมุทร
ภูเขา ดังภาพแสดงภาวะ หรือฉักลักษณ์ต่อไปนี้
ต่อมาก็มีการคิดฉักลักษณ์ซับซ้อนกว่านั้น โดย นำเอาภาวะพื้นฐานเหล่านั้น
มาวางทับซ้อนกันอีกชั้น ทำให้เกิดภาวะอีก 64 ภาวะดังรูปต่อไปนี้
ว่ากันว่าผู้ที่ใช้สัญลักษณ์แทนภาวะนี้คือ ผูซี ปฐมจักรพรรดิ์ของจีน ดังรูปต่อไปนี้
ลึกซึ้งนะครับอี้จิงนี่ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันกัน
นำดอกไม้มาอวยพระครับ