เรียนเกียรตินิยมแบบชมนกชมไม้ 

 

 

      ขึ้นต้นมาแบบนี้หลายคนอาจจะเข้าขั้นงงกันนิดหน่อย ที่จริงแล้วก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็คือการเรียนให้ได้เกียรตินิยมแบบไม่ต้องเครียดอะไรมากมายน่ะ แต่ก็อยากให้เข้าใจก่อนว่าไม่ใช่ว่าจะมายกยอปอปั้นตัวเองหรอกนะคะ เพราะจริงๆแล้วไม่ได้เป็นคนเก่งแต่อย่างใดเลย ออกจะซื่อๆเซ่อๆด้วยซ้ำ แต่ที่อยากจะเล่าให้ฟังก็เพราะว่า นักเรียน นักศึกษา หรือแม้กระทั่งคนทำงานในสาขาวิชาต่างๆ ที่กำลังท้อแท้ หมดกำลังใจในการเรียน การทำงานหรือการประกอบการอะไรก็ตามจะได้มีกำลังใจ หรือไม่ก็ฟังแบบขำๆก็ได้ค่ะ

         ก็เรื่องทั้งหลายก็เกิดขึ้นตอนสมัยเรียนนั่นแหละค่ะ แต่ตอนนี้จับพลัดจับผลูมาเป็นครูได้ยังไงไม่รู้เหมือนกัน ทั้งๆที่สาขาที่เรียนมาก็ไม่น่าจะเป็นครูได้เลย

     เอาเป็นว่ากลับไปตอนเรียนต่อละกันนะคะ ตอนนั้นก็เรียนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ค่ะ เป็นมหาลัยเอกชน ไม่อยากบอกว่าเอ็นทรานส์ไม่ติด (อิอิ แอบหัวเราะนิดหน่อย) แต่ก็ไม่ท้อหรอกค่ะ เอกชนก็ขอให้ได้เรียนเถ๊อะ ส่วนสาขาที่เรียนก็คือ การจัดการทั่วไป คณะบริหารธุรกิจ ตอนม.ปลาย เรียนได้เกรดเฉลี่ยแค่สองกว่าๆเองค่ะ ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะจบปริญญาตรีมาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1

        แต่ก็นั่นแหละความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้เป็นหนอนหนังสือหรือเด็กเรียนแต่อย่างใด เพราะเป็นคนที่บ้ากิจกรรมมากๆ ถึงขั้นเป็นประธานชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติน่ะค่ะ สนุกบ้าง เครียดบ้าง ถึงขั้นร้องไห้ก็มี เพราะเป็นประธานต้องรับผิดชอบอะไรหลายๆอย่าง บางครั้งไปออกค่ายเป็นเดือน ต้องดร๊อปเอาไว้บางวิชา

         แต่เคล็ดลับที่ได้เกียรตินิยมมาก็คือ เวลาอาจารย์สอนให้ตั้งใจฟัง ไม่ฟุ้งซ่าน มีสมาธิ อยู่กับเรื่องที่เรียน ก่อนสอบแต่ละครั้งก็จะสรุปเนื้อหาสำคัญคัญเอาไว้ เพราะเวลาอ่านจะได้ไม่ต้องอ่านนื้อหาทั้งหมดที่เรียนมา อ่านเฉพาะที่สำคัญๆที่ได้สรุปไว้ และที่ได้ผลกว่านั้นก็คือ ติวหนังสือหรือแนวข้อสอบให้เพื่อน จัดหลายๆคนมารวมกลุ่มกัน ฝึกทำแบบฝึกหรือแนวข้อสอบที่เราคิดว่าน่าจะออกในการสอบครั้งนั้น อันนี้ได้ผลดีกว่านั่งอ่านท่องจำอยู่คนเดียวอีกค่ะ

 

        และเคล็ดลับสุดท้ายที่ไม่อยากเก็บไว้คนเดียว เพราะไหนๆก็เรียนจบและประสบความสำเร็จมากแล้วก็คือ อ่านหนังสือตอนหัวรุ่งน่ะค่ะ ประมาณตีสี่ถึงหกโมงเช้า ขอบอกว่าจำดีมากค่ะ เพราะช่วงเวลานี้สมองของเราจะว่างเปล่า บรรยากาศก็จะเงียบสงัด ทำให้สมองเราสามารถรับข้อมูลได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าเนื้อหาหรือข้อสอบจะยากแค่ไหน ก็ชิวๆค่ะ (ขอเอาคำพูดวัยรุ่นมาหน่อย เหอะๆ) แต่รับรอง ร้อยทั้งร้อย ได้ผลชัวร์ๆค่ะ บางคนอาจเกิดคำถามในใจว่า แล้วเกียรตินิยมเอาไปทำอะไรได้

        อย่างแรกเลย มันจะเป็นเกียรติเป็นศรีแก่วงศ์ตระกูลน่ะค่ะ (อันนี้คิดเอาเองนะคะ อิอิ) อย่างที่สองที่สำคัญเลยก็คือ การสมัครงานค่ะ ลองเปรียบเทียบดูง่ายๆนะคะว่า คนสองสามคนไปสมัครงานที่ๆเดียวกัน ตำแหน่งเดียวกัน อีกคนนึงได้ เกรดเฉลี่ย หนึ่งจุดกว่า กับอีกคนได้ สามจุดกว่า ความเป็นไปได้เค้าจะเลือกใครมากกว่ากัน นี่ไม่ได้หมายความว่าคนที่ได้เกรดน้อยจะไม่เก่งหรือไม่ฉลาดนะคะ บางครั้งคนที่ได้ผลการเรียนน้อยๆแต่เปี่ยมด้วยความสามารถอื่นก็เยอะแยะไป แต่แค่เปรียบเทียบให้ดูง่ายๆน่ะค่ะ ยิ่งเราจบมาหาวิทยาลัยเอกชนด้วยแล้ว หากไปแข่งขันกับคนอื่นที่เค้าจบมหาวิทยาลัยของรัฐล่ะก็ยิ่งลำบากใหญ่เลยล่ะค่ะ

          เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเอาเยอะไว้ก่อนเป็นดีค่ะ เคล็ดลับต่างๆที่เล่ามานี้ไม่หวงนะคะ ยินดีให้นำไปทดลองใช้ได้ รับรองได้ผลค่ะ