ชุดการสอนจุลบทเรื่องพระอภัยมณี

ชื่อผลงานวิจัย  การใช้ชุดการสอนจุลบทพัฒนาทักษะการอ่านเรื่องพระอภัยมณีของ

                     ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓

ผู้วิจัย   นางจุไรรัตน์  ศิริภูล  ครูชำนาญการ โรงเรียนสิรินธร จังหวัดสุรินทร์

การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดการสอนจุลบทเรื่อง พระอภัยมณี ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นและศึกษาความก้าวหน้าในทักษะการอ่าน และความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดการสอนจุลบทเรื่อง พระอภัยมณี

สรุปผลการวิจัย

            ๑. นักเรียนทำคะแนนแบบฝึกกิจกรรมจากชุดการสอนจุลบทเรื่องพระอภัยมณีได้ค่าเฉลี่ยร้อยละ ๗๙.๗๙  และทำคะแนนหลังสอบได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ๗๙.๕๒  แสดงว่าชุดการสอนจุลบทเรื่องพระอภัยมณีมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ๗๕/๗๕ สามารถนำไปใช้จัดการเรียนรู้ได้

๒. นักเรียนมีคะแนนทดสอบหลังเรียนชุดการสอนจุลบทเรื่องพระอภัยมณีสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑แสดงให้เห็นว่านักเรียนที่เรียนด้วยชุดการสอนจุลบทเรื่องพระอภัยมณีมีความก้าวหน้าในทักษะการอ่าน

                ๓. นักเรียนกลุ่มตัวอย่างที่เรียนด้วยชุดการสอนจุลบทเรื่องพระอภัยมณีมีความคิดเห็นด้วยอย่างยิ่งและเห็นด้วยมากโดยนักเรียนเห็นด้วยอย่างยิ่งในรายการประเมินดังนี้

๑. นักเรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข 

๒. นักเรียนได้พัฒนาทักษะการอ่าน

๓. นักเรียนได้พัฒนาทักษะการอ่านนำไปสู่ทักษะการพูด

๘. นักเรียนรู้สึกภาคภูมิใจในผลงานของตน

๑๔. นักเรียนรู้จักแก้ไขปัญหา ได้แก้ไขข้อบกพร่องของตนเองจากกิจกรรมที่จัดในชุดการสอนจุลบทเรื่องพระอภัยมณี

๒๐. นักเรียนรู้สึกภูมิใจที่เป็นคนไทย

และเห็นด้วยมากในรายการประเมินดังนี้

๔. นักเรียนได้พัฒนาทักษะการอ่านนำไปสู่ทักษะการเขียน

๕. กิจกรรมในหน่วยการเรียนรู้ย่อยน่าสนใจ

๖. กิจกรรมในหน่วยการเรียนรู้ย่อยเหมาะสมกับวัยของนักเรียน

๗. นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นและยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น

๙. นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ปฏิบัติ

๑๐. นักเรียนทำงานเป็นระบบ มีลำดับขั้นตอน

๑๑. นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์

๑๒. นักเรียนมีความสามัคคีในกลุ่ม

๑๓. นักเรียนรู้จักแก้ไขปัญหา คิดวิเคราะห์เรื่องที่อ่าน

๑๕. นักเรียนนำความรู้ ข้อคิดไปใช้ในชีวิตประจำวัน

๑๖. นักเรียนรู้สึกรักการอ่าน  และการเขียน

๑๗. นักเรียนมีมารยาทในการฟัง การดู การพูด

๑๘. นักเรียนมีมารยาทในการอ่านและการเขียน

๑๙. นักเรียนเห็นความสำคัญและคุณค่าของภาษาไทย และวรรณคดีไทย

โดยนักเรียนเห็นด้วยอย่างยิ่งมีค่าร้อยละมากที่สุดในรายการที่ ๒ คือนักเรียนได้พัฒนาทักษะการอ่านมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย  ๔.๖๖ และมีค่าร้อยละเท่ากับ ๙๓.๑๙ และในระดับเห็นด้วยมากมีค่าร้อยละน้อยที่สุดในรายการที่ ๑๕  คือนักเรียนนำความรู้ ข้อคิดไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีค่าเฉลี่ย  ๔.๓๔ และมีค่าร้อยละเท่ากับ ๘๖.๘๑