อันตราย..ราเต็มบ้านทำอย่างไร (5) : การจัดการราบนผนังบ้าน
โดย meepole
ผนังขึ้นรา: ที่มา
การที่ผนังขึ้นราสาเหตุหลักคือความชื้นนั่นเอง ความชื้นตัวนี้มีที่มาหลายทางด้วยกัน เช่น
- จากพื้นที่รั่วซึมทั้งหลาย
- จากพื้นห้องน้ำ
- น้ำบนดาดฟ้า
- ภาชนะเก็บกักน้ำในบ้าน
- ช่วงที่มีน้ำท่วม ความชื้นจากเชิงผนังที่ถูกน้ำท่วม ผนังจะเป็นตัวดูดซับน้ำขึ้นมาในแนวตั้ง อาจสูงเกิน 1 เมตร โดยจะเห็นเป็นคราบ หากท่วมนานๆ และบ่อยๆ ผนังจะสามารถดูดซับน้ำได้สูงมาก
- แอร์ที่มีความชื้นสูง
- การรั่วซึมของท่อต่างๆนอกและในบ้าน
- ระบบการระบายอากาศที่ไม่ดีในบ้าน เป็นต้น
และที่สำคัญคือตอนนี้ส่วนมากทุกบ้านจะมีแอร์ติดในห้องต่างๆและเมื่อปิดแอร์ก็จะเปิดประตูหรือหน้าต่างในขณะที่ยังมีความแตกต่างของอุณหภูมิทำให้มีความชื้นสูง
ลักษณะที่เห็น
บางคนอาจไม่แน่ใจว่าที่เห็นเป็นราหรือเปล่า
ราที่มีในบ้านอาจเป็นทั้งราที่ผลิตสารพิษ และราปกติทั่วไป ราอาจจะมีได้ทุกสี ฟูบ้างไม่ฟูบ้างเพราะรามีหลายชนิดมาก ไม่จำเป็นต้องเป็นสีดำ น้ำตาล หรือเขียวๆ ดังนั้นที่เห็นอาจเป็นสีสวยๆชมพู เหลือง ส้มๆ เทาเขียว ขาวจุดส้ม เป็นต้น บางชนิดเรืองแสงในที่มืดได้ด้วย
สาเหตุ
อีกปัญหาที่เรามักจะมองไม่เห็นคือจริงๆแล้วภายในบ้านจะมีความชื้น และหากบ้านใครที่มีแหล่งน้ำในบ้าน เช่น อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กในห้องน้ำ ถังรองน้ำในบ้านที่ไม่ปิดฝา เป็นต้น จะทำให้ภายในบ้านมีสภาพอากาศชื้นมากกว่าปกติ สิ่งที่จะเกิดตามมาคือ บนผนังบ้าน ฝาบ้านจะมีคราบไอน้ำเกาะอยู่แทบตลอดเวลาแต่เรามองไม่เห็น แต่สามารถใช้มือสัมผัสจะรับรู้ถึงความเย็นชื้นๆ
ทั้งสองสาเหตุนี้ ทำความเสียหายแก่ผนังบ้านไม่เหมือนกันโดยที่
- ความชื้นในผนังจะทำให้สีลอกล่อนหลุด แต่
- ความชื้นบนผนังจะทำให้เกิดรา และถ้าสังเกตุให้ดีๆ จะพบตะใคร่ (เขียวๆดำๆ) ปะปนอยู่ด้วยเสมอ
อันตราย
หากใครที่มีประวัติการเป็นภูมิแพ้ก็แน่นอนว่าจะเป็นต่อได้เรื่อยๆ ใครที่ยังไม่เป็นก็มีความเสี่ยงที่จะได้ของแถม ที่อันตรายนี้ติดตัว และแน่นอนว่าย่อมไม่ไช่ภูมิแพ้เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะกับเด็กๆ (เรื่องราในบ้านกับภูมิแพ้และ..อาจจะเขียนในตอนต่อไป)
การกำจัด
(กรุณาย้อนอ่านขั้นตอนเตรียมการและข้อควรระวังก่อนจะกำจัดราก่อน เพื่อการป้องกันตัวเองตามอัธยาศัย)
- ใช้สาร Hypochloride เช่น ยาฟอกผ้าขาวทั้งหลาย (ไฮเตอร์ หรือ คลอรอกซ์) พวกนี้มีส่วนผสมของ คลอรีน สามารถฆ่าได้ทั้งราและตะใคร่ แต่อย่าใช้คลอรีนเดี่ยวๆแบบที่ใช้ในสระว่ายน้ำ เพราะจะเกิดอันตรายหากไม่รู้วิธีป้องกันเนื่องจากการกัดกร่อนสูง
- เอาแปรงทาเบาๆในบริเวณที่เป็นเชื้อรา อย่าถูหรือขัดในขั้นตอนนี้ เพราะสปอร์ของราจะฟุ้งกระจายไปติดผนังที่ยังดีส่วนอื่นๆ
- ทาทิ้งไว้ 5-7 วัน ถ้าไม่เห็นมีราขึ้นอีก ให้ใช้น้ำที่ต้มจนเดือดและตั้งทิ้งให้อุ่น มาล้างทำความสะอาดต่อ ใช้ผ้าแห้งเช็ดให้แห้ง (ผ้าหรือแปรงที่ใช้ ต้องแน่ใจว่าสะอาด เพราะถ้าปนเปื้อนเชื้อใหม่ ก็จะเกิดราได้อีกในเวลาอันสั้น)
- ถ้าทิ้งไว้แล้วรายังขึ้นอีก ก็ทำใหม่อีกรอบ ทิ้งไว้ 5-7 วันเหมือนเดิม เท่าที่พบมามักจะไม่เกิน 2 ครั้งราก็จะไม่กลับมาอีก
เท่านี้ผนังในบ้าน นอกบ้าน ควรจะปลอดราแล้วล่ะค่ะ ขอให้ Happy กับ รา - killing day อีกวันนะคะ
สวัสดีปีใหม่ครับ
Happy new year ka :) คุณเบดูอิน
Try to attach "the flower in my home" in here but ....too big i don't know how to reduce the size at the moment !!! ;)
สวัสดีค่ะอาจารย์ ชื่นชมการเขียน และบันทึกที่มีสาระน่ารู้มากๆค่ะ และติดตามอนุทินเข้มข้นกับการเอาใจใส่ในอาชีพสอนเด็กนะคะ ขอชี้แนะเยอะๆนะคะ แบบว่าท่านจะต้องล้วงลงไปในห้องเรียนสินะ แล้วอาจารย์สอน นศ. ที่จะออกมาทำหน้าที่ครูสอนเด็กยุคเทคโนโลยีล้ำสมัยด้วย ชิมิชิมิ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะค่ะ เป็นแรงผลักให้เขียนต่อได้อีกเป็นปีเลยค่ะ และคุณ Rinda ได้สร้างกุศลทางอ้อมขึ้นแล้วด้วยการก่อกำลังใจให้คนแก่ชอบเขียน มีแรงเขียนต่อ ชิมิชิมิ :)
ขอบคุณ สำหรับเก็ดความรู้นี้