ภิกษุทั้งหลาย ท่านเป็นผู้ที่โชคดีที่สุดแล้ว เพราะท่านไม่มีวัวอยู่เลยสักตัว

งานที่ฉันอยู่ทำให้ฉันได้ตำแหน่งสาวโรงงานมาครองโดยอัตโนมัตเพราะฉันทำงานร่วมกับฝ่ายผลิตอย่างใกล้ชิด และในที่ทำงานนั้นฉันก็มีเพื่อนชาวโรงงานด้วยกันมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ราจัน ฉันรู้จักเขามาเกือบสิบปีได้ และเราเคยทำงานร่วมกันในหลายๆโปรเจกที่ผ่านมา วันนี้ฉันบังเอิญได้เจอกับเขาตอนที่ไปตรวจดูงานในโรงงานก่อนเที่ยง เมื่อทักทายกันจนได้เวลาพอควร ราจันก็บอกว่าเขากำลังจะไปทานกลางวัน ก็เลยชวนฉันไปทานด้วย

ราจันเป็นชาวแขกที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก เขาเคยบวชเรียนกับพระอาจารย์ชาวพม่าเป็นเวลาพอสมควร แต่สึกออกมาหลังจากที่พ่อของเขาเสียไปเพื่อมาดูแลแม่ที่ชราภาพแล้ว แต่เขาก็ยังคงฝึกปฏิบัติเรื่อยมา

อุปนิสัยของฉันกับราจันนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ราจันไปพักผ่อนในวันหยุดโดยการไปปฏิบัติธรรมที่สำนักนั้น ที่วัดนี้ ฉันไปชายทะเล เที่ยวเมืองนั้น เมืองนี้

ราจันซื้อหนังสือธรรมะมาฝาก ฉันซื้อของขบเคี้ยวมาให้

ในการทำงานราจันโอนอ่อนผ่อนตาม ฉันไม่ยอมใครง่ายๆ

ราจันเป็นคนตาม ฉันชอบนำ

เวลามีปัญหาในเรื่องงาน ราจันนิ่ง ฉันตื่นเต้น

ราจันทำงานเพื่อรายได้ที่พอประทังครอบครัว ฉันทำงานด้วยความคาดหวังในความก้าวหน้าอย่างเต็มที่

นอกเหนือจากความต่าง เราก็ยังมีสิ่งที่คล้ายกันอยู่บ้างคือ เราละเว้นการทานเนื้อสัตว์เหมือนกัน เราชอบทำบุญเหมือนกัน เราชอบช่วยเหลือสุนัขและแมวไร้บ้านเหมือนกัน และฉันยังพอพูดคุยเรื่องศาสนาพุทธกับเขาด้วยความรู้อันน้อยนิดที่มี นั่นก็เพราะฉันได้เกิดมาในสังคมชาวพุทธ และฉันได้เคยเรียนวิชาจริยธรรมและพุทธศาสนาในระดับมัธยม (แต่ไม่ได้ปฏิบัติอย่างจริงจัง) แค่นี้เราก็เป็นเพื่อนกันมานาน..

ราจันถามฉันว่า "งานหนักมากเลยหรือ ไม่ค่อยเห็นที่ตึกโรงงานเลยพักนี้ และดูท่าทางคุณเหนื่อยมากนะ" ฉันบอกเขาไปว่า "ไม่รู้ฉันตัดสินใจผิดหรือถูกที่รับงานหัวหน้าโปรเจคใหญ่แบบนี้ มันอาจเกินตัว เกินความสามารถของฉันจริงๆ นั่นแหละ" เขาก็บอกว่า "คุณน่าจะลองปล่อยๆไปเสียบ้างกับการแบกความคาดหวังไว้สูงๆน่ะ"

ฉันก็ตอบไปว่า "ฉันไม่ได้คาดหวังกับคนอื่นมากนักแต่กับตัวเองเท่านั้น และในขณะนี้ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของงาน กับหน้าที่ที่มีจะให้ปล่อยยังไง?” เขาก็พูดว่า "โชคดีที่ผมไม่มีภาระอย่างคุณ"

แล้วราจันก็เล่าเรื่องที่เขาเคยอ่านจากหนังสือของหลวงปู่ ติช นัท ฮันท์ เล่มหนึ่งว่า

วันหนึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากำลังนั่งอยู่ในป่าใกล้เมืองเวสาลีพร้อมด้วยพระสงฆ์จำนวนเกือบสามสิบรูป ซึ่งเป็นเวลาช่วงบ่ายที่พระสงฆ์กำลังจะสนทนาธรรมกัน ก็มีชาวนาคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทีที่หงุดหงิด หัวเสีย ชาวนาเล่าว่าวัวทั้งสิบสองตัวของเขาหายไป เขาจึงมาถามพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ว่าเห็นวัวของเขาผ่านมาทางนั้นหรือเปล่า ชาวนาก็ยังเล่าต่ออีกว่าไร่งาของเขาก็ถูกแมลงกัดกิน เสียหายหมดเลย เขาบอกอีกว่า "นี่พระ..ฉันคิดว่าฉันกำลังจะตาย ฉันเป็นคนที่ไม่มีความสุขที่สุดในโลก" พระพุทธเจ้าตรัสตอบไปว่า "เราไม่เห็นวัวของท่านผ่านมมาทางนี้หรอก ขอให้ไปหาอีกทาง" เมื่อชาวนาจากไปแล้ว พระพุทธองค์ก็ทรงตรัสกับพระสงฆ์ในที่นั้นว่า "ภิกษุทั้งหลาย ท่านเป็นผู้ที่โชคดีที่สุดแล้ว เพราะท่านไม่มีวัวอยู่เลยสักตัว" 

ฉันหัวเราะออกมาเป็นครั้งแรกของวัน..อาหารกลางวันวันนี้ ฉันรู้สึกอิ่มใจเป็นที่สุด

งานในช่วงบ่ายก็ยังวุ่นเป็นปกติของวัน แต่ฉันก็รู้สึกดีขึ้นด้วยรู้ว่าสักวันหนึ่งฉันจะปล่อยวัวเหล่านั้นออกไปจากชีวิตฉันได้

หากกัลยาณมิตรคือ มิตรผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม มีความตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม ทำหน้าที่ของชาวพุทธที่ดี เพื่อยังประโยชน์ให้ถึงพร้อมทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น ผู้สั่งสอนแนะนำ ชักนำไปในหนทางที่ถูกต้องดีงาม ราจันก็เป็นกัลยาณมิตรของฉัน จากนี้ไปฉันคงต้องเรียนรู้ทางธรรมะให้มากขึ้นเพื่อที่ฉันจะได้เป็นกัลยาณมิตรตอบให้เขาและแก่คนอื่นๆด้วย