สรรเสริญจอมทัพ ผู้ไกรเกรียง
อเล็กซานเดอร์ที่ 3 แห่งมาซีโดเนีย (Alexander III of Macedonia) หรือที่รู้จักกันในนาม อเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great) นี้คงเป็นที่ชื่อหลายคนเคยได้ยินได้ฟังกันเป็นอย่างดี ตามสื่อต่างๆ ทั้งจากภาพยนตร์ บทละคร สารคดี ตำราเรียน หรือแม้แต่นวนิยาย ถ้าจะกล่าวถึงจอมทัพผู้เลื่องลือในหน้าประวัติศาสตร์โลกซักคนแล้ว อเล็กซานเดอร์มหาราชเป็นบุคคลอันดับต้นๆ ที่เราต่างนึกกันเลยทีเดียว ด้วยภาพลักษณ์ยอดกษัตริย์นักรบผู้กรีฑาทัพชาวกรีกอันเกรียงไกร นับแสนบุกตะลุยข้ามน้ำข้ามทะเลจากยุโรปใต้ปลายคาบสมุทรบอลข่านบ้านเกิด ขยายดินแดนสู่เอเชียไมเนอร์ผ่านเมโสโปเตเมีย อียิปต์ ก่อนจะข้ามเทือกเขาฮินดูกูซมาถึงที่ราบแถบแม่น้ำสินธุในเอเชียตอนกลาง จนดินแดนกว่าครึ่งโลกที่ชาวกรีกโบราณรู้จักกันขณะนั้นตกเป็นของพระองค์ ตามความใฝ่ฝันที่จะเห็น “จุดสิ้นสุดของโลกและมหาสมุทรใหญ่ที่เปลื้องปลาย” (ตามการสั่งสอนของอริสโตเติลผู้สังเกตเห็นคนแรกว่าโลกมีสัณฐานกลม ถ้าพระองค์ทำภารกิจยึดครองโลกสำเร็จจริงๆ ทฤษฎีโลกกลมคงได้รับการพิสูจน์ไปนานแล้ว นวนิยาย 80 วันรอบโลกของณูล แวร์น คงขายไม่ออกกันละครับ หรือจะเปลี่ยนเป็น 80 ปี บุกตะลุยยึดข้ามโลกกันดี) อเล็กซานเดอร์มหาราช เป็นผู้ปกครองนครรัฐมาซีโดเนียนอันยิ่งใหญ่ทางตอนเหนือของกรีก (ปัจจุบันคือประเทศมาซีโดเนีย) ช่วงระหว่าง 336 ถึง 323 ปีก่อนคริสตกาล พระองค์ได้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากพระบิดาคือ พิลิปที่ 2 แห่งมาซีโดเนีย (Phillip II of Macedonia) ผู้รวบรวบแว่นแคว้นกรีกเกือบทั้งหมดให้อยู่ภายใต้การปกครองของพระองค์ ยกเว้นนครรัฐสปาร์ต้า (Sparta) แต่สปาร์ต้าก็ยอมรับสิทธิขาดให้การปกครองเหนือนครรัฐกรีกอื่นๆ ของมาซีโดเนีย โดยการจัดตั้งสมาพันธ์เฮเลนิสติก หรือนักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่เรียกกันว่า สันนิบาตแห่งโครินธ์ (Corinth Leaque) เพื่อต่อต้านการรุกรานของจักรวรรดิเปอร์เซีย (ครั้งก่อนมาจักรวรรดิเปอร์เซียก็เล่นเผากรุงเอเธนส์ให้แค้นใจเล่นมาทีหนึ่งแล้ว!? ชาวกรีก เอ๋ย เราจะช้าอยู่ใย มารวมพลังกันเถอะ) ภายหลังอเล็กซานเดอร์มหาราชจะเป็นผู้รับบทบาทต่อจากพระองค์ ในการทำสงครามกับจักรวรรดิเปอร์เซียที่กินเวลาต่อเนื่องยาวนานเกือบ 10 ปี แต่ก่อนหน้านั้นเรามาทำความรู้จักประวัติของพระองค์กันซะหน่อยเพื่อความเข้าใจทั้งดี
![]()
ภาพโมเสค การสู้รบของอเล็กซานเดอร์มหาราช (ซ้าย) กับ กษัตริย์ดารอุสที่ 3 แห่งเปอร์เซีย (ขวา)
ณ สมรภูมิกัวกาเมล่า ในศึกแห่งอิสซุส
*ภาพนี้นับว่าเป็นภาพวาด งานจิตรกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของอเล็กซานเดอร์มหาราช รูปนี้แสดงถึงความกล้าหาญของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ และความอ่อนแอของกษัตริย์ดาริอุสที่ 3 ถูกค้นพบภายใต้ซากเมืองปอมเปอีย์ ขณะทำการรื้อเพื่อบูรณะเมือง
&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&
สวัสดีคับ ทุกท่าน นักเขียนเก่าในมาดใหม่ขอมาเทสเปิดตัวอีกครั้ง ขอรับ
ด้วยความต้องการที่อยากจะเริ่มเขียนบทความอะไรจริงๆ จังๆ ซักครั้งก็เลยมาลองแปะเรื่องใหม่ที่บรรจงทำมาเองกับมืออย่างตั้งใจ ติชมได้ไม่ว่ากัน แรงหน่อยก็ไม่ว่า ผมจะได้ใช้ไปพัฒนางานชิ้นอื่นๆ ต่อครับ (แต่ถ้าไม่โพสตอบอะไรเลย คนเขียนจะเศร้าใจไปสามวันสามคืนเลยล่ะ)
ส่วนบทเสริมเขียนบ้าๆ ที่ผมมักใส่ลงไปด้วยนี่ไม่ต้องไปสนใจก็ได้ ผมแค่อย่างลองแต่งเติมสีสันในรูปแบบใหม่ให้แก่งานเขียนของตนเองดูซะบ้าง(อ่านๆ ไปก็อย่าเครียดกันละ) เรามาสนุกกับประวัติศาสตร์กันเถอะ (ดีแฮะ สนุกกับฉากนองเลือดเนี้ย!?) บทต่อไปเดี๋ยวก็จะเอามาลงให้อ่านกันแล้วครับ ขอความกรุณาติชมด้วยนะครับ
By Mirror
หากมาเผชิญกับยุคเจ็งกิสข่าน ก็น่าสนใจเทียบเคียงอยู่
โอ ซึ่งใจจริงๆ คับในที่สุดก็มีคนมาโพสตอบอยู่บ้างซักคน เรื่องของท่านข่านแห่งมองโกล เจงกิสข่าน ผู้นี้ก็ถือเป็นยอดนักรบผู้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กับอเล็กซานเดอร์มหาราช (แต่ด้วยลำดับช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์แล้ว เราไม่อาจอนุมานกันได้จริงๆ ว่าใครเป็นจอมทัพผู้เก่งกาจที่สุด) ที่สามารถแผ่ขยายอำนาจมาจนถึงแถบทะเลดำ แถบระหว่างที่เข้าไปบุกยึดของทวีปยุโรป ท่านก็ออกคำสั่งประกาศทำลายเมืองที่คิดต่อต้านเสียย่อยยับราบเป็นนาบกองอยู่หลายเมือง (ผมว่ายุโรปเองตอนที่ ท่านข่านส่งกองทัพบุกไปนี้ก็คงนึกใจหาย อกสั่นขวัญแขวน อยู่ไม่น้อยเลยละ) ว่างๆ ผมจะไปลองค้นข้อมูลเกี่ยวกับ เจงกิส ข่านดู เพื่อเอามาให้ทำเป็นบทความต่อไปครับ แต่ต้องของบทตรงส่วนของอเล็กซานเดอร์มหาราชก่อนนะครับ ถ้าสนใจก็รอติดตามชมแล้วกันเน่อ
ดี จริงๆ มีคนระดับอาจารย์มาให้ความสนใจบทความของผมด้วย ToT