การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ชื่อเรื่อง                  การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  เรื่อง การอ่าน

                            และการเขียนคำควบกล้ำที่มี ร ล ว  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  โดยใช้แบบฝึกทักษะ

                            และ หนังสือส่งเสริมการอ่าน

ผู้ศึกษา                  นางธัญพร  ห่อทอง

ปีการศึกษา           2551

 

บทคัดย่อ

 

                         การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   เรื่องการอ่านและการเขียนคำควบที่มี ร ล ว  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  โดยใช้แบบฝึกทักษะและหนังสือส่งเสริมการอ่าน การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อหาประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   เรื่อง การอ่านและการเขียนคำควบกล้ำที่มี ร ล ว  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3                โดยใช้แบบฝึกทักษะและหนังสือส่งเสริมการอ่านที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80  หาค่าดัชนี

ประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำควบกล้ำ              กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3    เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แบบฝึกทักษะและหนังสือส่งเสริมการอ่าน จำนวน 14 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบทดสอบแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยาก (P) ตั้งแต่ 0.23 ถึง 0.56  มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (B) ตั้งแต่ 0.20 ถึง 0.58 และ มีค่าความเชื่อมั่น (rcc) ทั้งฉบับเท่ากับ 0.76  สถิติที่ใช้ คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีประสิทธิผล  และใช้ t-test (Dependent Samples) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้วิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านเพี้ยราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 20 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

       ผลการวิจัยปรากฏดังนี้

1.  แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   เรื่องการอ่านและ

การเขียนคำควบที่มี ร ล ว  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  โดยใช้แบบฝึกทักษะและหนังสือส่งเสริม              การอ่านมีประสิทธิภาพ (E1/E2)  เท่ากับ  87.86 / 84.72 

2.  ดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้ เท่ากับ 0.7447  แสดงว่า  นักเรียน          

มีความก้าวหน้าในการเรียนร้อยละ 74.47 

3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน

เพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

4. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้ โดยรวม

อยู่ในระดับมากที่สุดทั้ง 3 ข้อ และอยู่ในระดับมาก 12 ข้อ 

     โดยสรุป การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   เรื่อง          การอ่านและการเขียนคำควบกล้ำที่มี ร ล ว  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  โดยใช้แบบฝึกทักษะและหนังสือส่งเสริมการอ่านมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเหมาะสม นักเรียนมีความก้าวหน้าทาง          การเรียนรู้และมีทักษะการอ่านและการเขียนคำควบกล้ำ  ครูผู้สอนควรนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาและเพื่อช่วยให้นักเรียนมีความคิดรวบยอด  มีความรู้พื้นฐานในการเรียนระดับชั้นที่สูง ขึ้นต่อไปได้