ผมไม่ได้ไปสิงคโปร์หลายปีแล้ว ไปครั้งสุดท้ายกับลูกชายเมื่อเกือบสิบปีมาแล้ว ไปเที่ยวหลายที่ ตอนไปไนท์ซาฟารีลูกชายหัวเราะว่าเขามีที่นิดเดียวสามารถทำให้ดูเหมือนมีป่าใหญ่ และมีสัตว์ป่าชนิดนั้นๆ ตรงจุดนั้น ใครไปก็เห็นทุกที แล้วคุยว่าเป็นสัตว์ที่อยู่ป่าแบบปล่อย
คราวนั้นผมซื้อ digital camera ตัวแรกในชีวิต อันโตเบ้อเร่อ
คราวนี้ไปกับคณะของมหาวิทยาลัยมหิดล ไปเข้าประชุม 6th QS –APPLE หรือชื่อเต็มว่า Sixth QS Asia Pacific Professional Leaders in Education Conference and Exhibition ซึ่งจัดที่ Suntec Convention & Exhibition Centre และเราไปพักที่โรงแรม Marina Mandarin ซึ่งอยู่ติดกันนั่นเอง คืออยู่ที่ถนน Raffles Boulevard บริเวณนี้มีที่หมายคือ Singapore Flyer ชิงช้าสวรรค์ยักษ์
ดูแผนที่ของสิงคโปร์แล้วเกิดความรู้สึกว่าประเทศนี้น่าจะมีจำนวนโรงแรมต่อพื้นที่ ๑ ตารางกิโลเมตรสูงที่สุดในโลก
ค่ำวันแรกผมไปหาข้าวเย็นกินง่ายๆ คนเดียว ที่ Marina Square ติดกับโรงแรม เข้าไปกินที่ร้าน Just Acia เป็นร้านที่เขาโฆษณาว่า ขาย food and free flow คือสั่งอาหารแล้วเขาให้แก้ว ๑ ใบ ถ้วยไอศกรีม ๑ ใบ ให้ไปเลือกเครื่องดื่ม และตักไอศกรีมได้ตามสบาย มากแค่ไหนก็ได้ ทำให้ผมคิดถึงคุณแอนน์แห่ง สคส. นักกินไอศกรีม
หลังจากนอนไม่ค่อยหลับ ต้องลุกขึ้นมาอ่านหนังสือ เข้า อินเทอร์เน็ต และเขียนบันทึก เช้าวันที่ ๑๖ พ.ย. ผมออกไปวิ่งออกกำลังตามปกติและเพื่อเพิ่มความกระชุ่มกระชวยหลังนอนไม่หลับ โดยออกจากโรงแรมเลี้ยวขวา ๒ ทีก็ไปถึง Marina Bay ตรงที่มีที่มีชิงช้าสวรรค์ยักษ์ตั้งอยู่ ผมได้ลู่วิ่งชั้นยอด มีวิวทะเล มีลมทะเลพัดเย็นสบาย และมีแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ ให้ความสดชื่นสุดยอด
ที่จริงถ้าออกจากโรงแรมวิ่งไปทางซ้าย เลี้ยวซ้ายอีกที ก็จะถึงบริเวณนี้ด้วยระยะทางสั้นกว่า
ที่บริเวณนี้ มีการก่อสร้างมากมาย สังเกตได้จากเครนยักษ์ที่มีอยู่เต็มไปหมด บริเวณที่ผมไปวิ่งนี้ ส่วนหนึ่งเป็น Youth Olympic Park ซึ่งก็คือสนามกีฬานั่นเอง แต่เขาคงจะตั้งใจให้ชื่อที่กระตุ้นให้เยาวชนเล่นกีฬาแบบตั้งความหวังสูง เพื่อไปสู่โอลิมปิก บริเวณที่เป็นสะพานข้ามอ่าวนี้ เป็นทางเดิน หรือวิ่งออกกำลังกายเท่านั้น สะพานรถวิ่งแยกต่างหาก เขาเอาใจใส่ให้มีที่พักผ่อนหย่อนใจนอกบ้านดีจริงๆ
ช่วงเช้าเรานั่งรถบัสไปมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที ได้ชื่นชมถนนที่สองข้างทางเป็นป่าต้นไม้เขียวครึ้ม แต่รถก็ติดเหมือนกัน เพราะเป็นช่วงรถมาก แต่ตอนใกล้เที่ยง ขากลับ รถน้อยลงมาก
บริษัททัวร์พาเราไปกินอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร Pariss ซึ่งอยู่ใน Marina Square ติดกับโรงแรมนั่นเอง ผมได้กินอาหารที่ไม่เคยกิน ๒ อย่าง คือเนื้อจระเข้ตุ๋น กับปลาดาวซึ่งเป็นหนึ่งในอาหารทะเลนึ่ง เขาตัดมาให้ ๑ แฉก เราใช้ตะเกียบควักเนื้อออกมา เนื้อยุ่ยไม่เป็นมัดกล้ามเนื้ออย่างปู คือยุ่ยตรงกันข้ามกับเนื้อปู และเนื้อไม่มีรสหรือจีดชืด ต้องกินกับจิ๊กโฉ่ เนื้อจระเข้เป็นเนื้อที่ไม่มีมัน กินอร่อยดี เขาต้มกับกระเทียม ไม่มีรสคาวเลย
ตอนบ่ายมีเวลาว่าง ผมออกไปเดินดู Samsung Galaxy Tab ที่ Suntec Mall ได้เห็นว่าอากาศยามบ่ายของสิงคโปร์ร้อนอบอ้าวทีเดียว กลับมาที่ห้องพัก เห็นว่าฝนทำท่าจะตก และตอนเย็นฝนตกหนักเป็นเวลานาน
เช้ามืดวันที่ ๑๗ พ.ย. ผมออกไปวิ่งที่ชายทะเลของ Marina Bay อีก บริเวณนี้อยู่ติดกับย่านเมืองเก่า ชายทะเลส่วนนี้อย่าหวังเห็นชายหาดหรือหาดทราย มีแต่สิ่งก่อสร้างเต็มไปหมด ที่เขาทำเป็นพื้นที่สาธารณะกลางแจ้งเพื่อให้คนมาพักผ่อนหย่อนใจ มีลานแสดงดนตรีที่มีหลังคาเป็นสถาปัตยกรรมสวยงาม และมองเห็น Merlion อยู่ไกลๆ กลับมาดูแผนที่ที่โรงแรม จึงรู้ว่าบริเวณนี้ชื่อ Esplanade Park
ตกค่ำผมกลับจากงานวันแรกของ 6th QS-APPLE ด้วยความอิ่มเอิบใจ ในความสำเร็จของการที่ไทยร่วมเป็นเจ้าภาพ ยก Thai hospitality มาในงานที่ต้องย้ายมาจัดที่สิงคโปร์ จากต้นเหตุความไม่สงบในกรุงเทพเมื่อต้นปี
วิจารณ์ พานิช
๑๘ พ.ย. ๕๓
โรงแรม มาริน่า แมนดาริน
|
ถ่ายจากห้องพัก ๑๕๒๓ ของโรงแรม มาริน่า แมนดาริน
|
|
ถ่ายจากห้องพักยามค่ำคืน
|
|
สถาปัตยกรรมสมัยใหม่กับสมัยเก่าอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน
|
|
เนื้อจรเข้ตุ๋น
|
|
ขาปลาดาวกับเนื้อที่แคะออกมาแล้ว
|
|
Helix Bridge ลู่วิ่งเช้าวันที่ ๑๖ พ.ย. ๕๓ ของผมที่ มาริน่า เบย์
|
|
มาริน่า เบย์ ยามรุ่งอรุณ
|
|
อีกวิวหนึ่งของอรุณรุ่งที่มาริน่า เบย์
|
|
เช้ามืดวันที่ ๑๗ พ.ย. ที่มาริน่า เบย์
|
|
ลู่วิ่งที่ Esplanade Park ริมมาริน่า เบย์ ของผม ผ่านที่แสดงคอนเสิร์ทกลางแจ้ง
|










สวยมากเลยค่ะ กะว่าจะชวน อ.ธวัชชัย ไปพักผ่อนที่สิงคโปร์ค่ะอาจารย์