จากหัวใจ....ไพร่ฟ้า...ข้าหลวง...

     บ่ายคล้อย...ของวันอากาศเย็นสบาย...นั่งอ่านหนังสือ secret ไปเรื่อยๆ...ถึงบทความตอนหนึ่ง...จากหัวใจ...ไพร่ฟ้า  ข้าหลวง  อ่านไปบางตอนพลางนั่งอมยิ้ม...อ่านไปบางช่วง...พลันน้ำตาก็รื้นๆขึ้นจากดวงตาถึงดวงใจ...ไม่รู้ว่าจากความรู้สึกเยี่ยงไร...ประทับใจ  รัก  ภูมิใจที่ได้เกิดบนผืนแผ่นดินไทย....

   ดังใจความตอนหนึ่งที่ในหลวงได้ตรัสกับศาสตราจารย์คลินิค  นายแพทย์ธีรวัฒน์  กุลทนันน์  คณะบดีแพทยศาสตร์ศิริราชพยาล มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งท่านได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่หัวหน้าคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เมื่อตอนที่ท่านได้เข้าเฝ้าฯแนะนำตัวว่าเป็นคณะบดีคนใหม่  แล้วพระองค์ท่านก็ตอบรับว่า  "ให้เป็นนักเรียนใหม่  ให้ตั้งใจทำงาน" หรือ "การรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน  ทุกคนมีดีอย่าดูถูกใคร" ถ้าเราพึงระลึกมีสติอยู่เสมอว่าเราเป็นนักเรียนใหม่  ทำงานใหม่  เจ้านายใหม่  อะไรๆก็ใหม่  เราก็มักจะตั้งใจทำงาน  เสมือนว่ายังมีไฟ  มีความตั้งใจในการทำงาน การทำกิจการใดๆเหมือนบัณฑิตจบใหม่ที่ยังมีไฟและพลังในตนเอง...มิได้ปล่อยให้กาลเวลา...ความเก๋า...ด้วยประสบการณ์...ทนงตนว่าผ่านมาเยอะแล้ว...จนลงลืมที่จะต่อเติมความรู้พัฒนาตนอย่างต่อเนื่อง...การเป็นนักเรียนใหม่ ก็คงมีความมุ่งมั่นตั้งใจกับงานที่ทำตรงหน้าได้ตลอดนั่นเอง...

   เรื่องเล่าจากครูของแผ่นดิน...สุคนธ์ทิพย์  สุกสี อดีตนักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวล ได้เล่าถึงความประทับใจในพระองค์ท่านในความเป็นครู ทรงสอนว่า  "การจดบันทึกให้จดไว้เพื่อเตือนความทรงจำ  ไม่ใช่จดเอาไว้เพื่อท่องจำ  และให้ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เราจดด้วย เวลาเรียนอะไรก็ต้องตั้งใจเรียน และเรียนให้ถึงแก่นแท้ของวิชานั้นๆและนำความรู้ไปใช้พัฒนาชนบท  ไปชี้แนะเขา  ไม่ใช่ไปสอนเขา  นักเรียนมีหน้าที่เรียนและมีความกตัญญูรู้คุณ" 

   ที่ประทับใจเทียนน้อยที่สุด..จนทำให้น้ำตาไหล...คงเป็นเพราะเรื่องเล่าจากฝรั่งคนนี้...คนที่ชื่อ  นอร์เบิร์ต  เอ.  คอสต์เนอร์  เชฟแห่งโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเตล กรุงเทพฯ  กับเรื่องเล่าของเขาคนนี้...ฝรั่งหัวใจไทย...ผู้น้อมนำ...ความพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต  ที่ท่านได้มาเป็นที่ปรึกษาโครงการหลวงที่เชียงใหม่...ในการปลูกเครื่องเทศ  เมื่อตอนที่ท่านได้เดินทางไปพักร้อนที่อิตาลี   เพื่อไปดูเมล็ดพันธ์ที่จะจำไปปลูก..แล้วร้านค้าถามว่าเขามีสวนหรือ...เปล่าไม่ใช่สวนเขา แต่เป็นโครงการหลวง สวนหลวง  ของพระเจ้าอยู่หัว  เอาเมล็ดพันธ์ไปปลูกแทนฝิ่น ชาวเขาจะได้ไม่ทำอาชีพผิดกฏหมาย แล้วเจ้าของร้านบอกว่า  "ถ้าเป็นอย่างนั้นคุณเลือกเท่าไหร่ก็ได้  ฉันไม่คิดสตางค์ คุณแบกไปได้เท่าไหร่แบกไปเลย" สะท้อนให้เห็นว่าขนาดชาวต่างชาติเขายังรักและเทิดทูนพ่อหลวง  เขาพร้อมที่จะใลแบ่งปัน  บ่อยครั้งที่เรามักเห็นข่าวชาวต่างชาติเขามาอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย  แล้วมีความรักความรู้สึกภูมิใจที่ได้อาศัยบนผืนแผ่นดินไทย เขาทำคุณงามความดีเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินไทยด้วยความเต็มใจและเสียสละยิ่ง...ย้อนมองกลับมาดูตนเอง ดูตัวเรา เราเองเกิดมาเป็นไทแท้ๆเป็นลูกของพ่อ  วันนี้เราได้ทำอะไรเพื่อพ่อ  เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินไทยบ้างหรือยัง  ที่เราคิดว่าเราทำดีแล้ว  ต้องย้อนถามตนเองอีกว่า  ที่คิดว่าดีแล้ว  ดีพอหรือยัง  ยังสามารถทำประโยชน์อื่นอีกได้ไหม พ่อบอกว่าให้เราทำตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง...ถ้าทุกคนทำและรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่และเต็มความสามารถและคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลักประโยชน์ส่วนตนเป็นรอง...บ้านเมืองเราคงสงบร่มเย็นมากขึ้น...พ่อคงสบายใจขึ้น...