ใจร้อน หรือเย็น จะเป็นเช่นไร

ใจ

                                     (ภาพประกอบจาก Internet)

      สวัสดีครับมาพบกันใกล้ปีใหม่ยิ่งขึ้น หลายท่านอาจเริ่มเตรียมมองหาของขวัญปีใหม่ มอบให้เพื่อนๆ ยังไงก็อย่าลืมมอบให้คนใกล้ตัว นั่นก็คือ “ตัวเอง” ครับ ดูแลตัวเอง รักตัวเองแล้วจึงเผื่อแผ่ไปให้คนอื่น รักคนอื่นได้ แต่อย่าลืมรักตัวเอง ดูแลตัวเอง เดี่ยวเป็นอะไรไปเสียก่อน จะแย่เอาครับ บันทึกก่อนผมชวนสำรวจกาย ว่าเปลี่ยนไปอย่างไร คราวนี้เรามาดูถึงเรื่อง “จิตใจ” กันต่อดีกว่าครับ

      เรื่องของจิตใจ พูดง่ายแต่เข้าใจยาก บางครั้งแม้แต่ตัวเราเอง ก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง งงในตัวเองซะงั้น ประสาอะไรจะให้คนอื่นมาเข้าใจเรา ที่เอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ จิตใจคนเรานั้นสุดซับซ้อน ชวนสับสน แม้แต่ทางการแพทย์เอง ก็ยังไม่สามารถระบุสาเหตุ ของการป่วยทางจิตได้ชัดเจนว่า อะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริงของการป่วยทางจิตกันแน่ ทฤษฎีนี้ก็ว่าอย่างนั้น ทฤษฎีนั้นก็ว่าอย่างนี้ ฟังไปหลายทฤษฎียิ่งงง จะเอายังไงกันดี สรุปสุดท้ายก็คือ มีหลายสาเหตุประกอบกัน เป็นอย่างนั้นไป  จะวัดอะไรก็วัดได้ ลึกแค่ไหนก็หยั่งถึง แต่ถ้าจะมาวัดความลึกของจิตใจ บอกได้คำเดียวว่ายากครับ เพราะนอกจากมีสี่ห้องใหญ่ๆ แล้ว ยังไม่รู้มีกี่ห้องเล็กๆ ที่แอบเก็บอะไรเอาไว้ ดังนั้นเรื่องของจิตใจ จึงสำคัญไม่แพ้เรื่องของกาย

      กายจิตของคู่กัน ไม่สามัคคีกันเมื่อไหร่จะวุ่นวายเมื่อนั้น แม้ว่าจิตใจยากที่จะเข้าใจก็จริง แต่ก็ไม่ถึงกับดูไม่ได้ทีเดียวครับ ที่ดูง่ายๆ ก็คือเรื่อง “ใจร้อน” และ “ใจเย็น” ของเรานี่เอง คนใจร้อนดูได้ง่าย เพราะ มักจะทำอะไรรวดเร็ว ทันทีทันใด ทันอกทันใจ รอไม่ค่อยได้ รอเมื่อไหร่จะเริ่มได้เรื่องเมื่อนั้น จะหงุดหงิดง่ายถ้าไม่ได้ดั่งใจ เมื่อหงุดหงิดมากไปก็ทำให้ หัวใจเต้นแรง เต้นเร็ว ความดันโลหิตสูงขึ้น ยิ่งถ้าหงุดหงิดมาก ก็จะหน้าแดง หน้าดำ ซึ่งต้องระวัง ถ้าเป็นบ่อยๆ อาจทำให้เส้นเลือดในสมองแตกได้ครับ ส่วนคนใจเย็นนั้นก็พอดูออกเช่นกัน แม้ว่าการใจเย็นนั้นดี ดังเราจะได้ยินสำนวนที่ว่า “น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย” คือ ถ้าใจร้อนบุ่มบ่ามศัตรูจะรู้ตัว ให้ใจเย็นไว้ศัตรูจะไม่รู้ตัว ตายใจก่อนแล้วค่อยจัดการทีหลัง แต่กรณีใจเย็นมากๆ ก็คงจะถูกศัตรูจัดการก่อน ดังนั้นคนใจเย็น จะทำอะไรเชื่องช้า คิดช้า ตัดสินใจช้า พูดช้า เอ้อๆ อ้าๆ ไม่ค่อยทันการ เรียกว่า ช้าจนเฉื่อยชา หมุนตามโลกไม่ทัน ถ้าคนใจร้อนเป็นไฟและคนใจเย็นเป็นน้ำแข็งมาอยู่ด้วยกัน คงสนุกสนานน่าดูครับ

      ใจร้อนมากไปกับใจเย็นมากไป ไม่ใช่เรื่องดี  จึงควรปรับใจให้แต่พอเหมาะพอดี ใครที่ใจร้อนมากไป ก็ต้องรู้จักรอ รู้จักข่มใจบ้าง เป็นการฝึกความอดทน ส่วนใครที่ใจเย็นมากไป ก็ต้องรู้จักกระตือลือร้น จุดไฟให้ตัวเองบ่อยๆ แต่ไม่ต้องถึงกับใช้น้ำมันเบนซินนะครับ ออกจะรุนแรงไป เดี๋ยวจะได้ไปโรงพยาบาลแทน เอาแค่จุดไฟในใจก็ตัวเองพอ และไม่ต้องหวังดีไปจุดไฟให้คนอื่น จะยุ่งกันอีก จิตใจแม้ซับซ้อน แต่ก็สามารถปรับได้ อาจต้องใช้เวลาบ้าง  ใกล้สิ้นปีแล้ว ลองมาทบทวนใจตัวเอง ว่าใจเราเป็นอย่างไร ค่อนไปทางใจร้อนหรือใจเย็น แล้วก็พยายามปรับให้พอดีๆ  เมื่อรู้จักปรับจิตใจและกายให้พอดี มีสมดุล  ปีใหม่ที่จะถึงนี้ ผมว่าจะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาแน่นอนครับ ขอยืนยัน ฟันธง