"ต้องสู้"

ดัชนี
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ต้องสู้จึงจะชนะ....เพราะทุกสิ่งทุอย่างไม่มีใครได้มาโดยไม่ลงทุนและลงแรง

     ชีวิตคนเกิดมาต้องสู้...สู้ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่  หากจะมองย้อยกลับไปที่มาของ "คน" หรือที่เรียกว่า "มนุษย์" ที่เราต่างให้คำยกย่องว่าเป็นสัตว์ประเสริฐที่สุดในโลกแล้ว มีสมองมีความเป็นอัจฉริยะเหนือสัตว์อื่นใด  อาจจะเรียกว่าพฤติกรรมทุกวันนี้ "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก" หรือ ผู้ที่โง่ย่อมเป็นเหยื่อ....ของผู้ฉลาด"

   จากจุดเริ่มต้นการเกิดของ "คน"  จากความรักของพ่อแม่ตามธรรมชาติ "เสปิร์ม" ในน้ำเชื้อสุจิของพ่อวิ่งเข้าไปยังไข่ของแม่ 400 ล้านตัว กว่าจะมาเป็น "คน" ได้  ตัวนั้นต้องเป็นที่หนึ่งได้ชัยชนะเพียงตัวเดียวเท่านั้น   เห็นไหมว่าการต่อสู้เกิดขึ้นตั้งแต่จุดเริ่มต้น ผู้แพ้มีตั้ง 399 ล้านตัว ..(เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจไหม  เกิดมาก็เป็นผู้ชนะแล้ว)

    เมื่อลืมตาดูโลกหลังจากอยู่ในท้องแม่มา 9 เดือน  สองมือที่กำออกมา ด้วยตาที่หลับพริ้ม พร้อมการส่งเสียงให้ชาวโลกรับรู้ เป็นสัญญาณบอกว่า "กูพร้อมที่จะยืนหยัดบน  โลกใบนี้ด้วยการต่อสู้อย่างเป็นระบบของชีวิต   แล้วทำไมเดี๋ยวนี้ เด็กวัยรุ่นทำไมจึงคิด ฆ่าตัวตาย  หนีปัญหา ไม่ยอมออกแรง  อาจเป็นเพราะลืมไปหรือเปล่าที่เขากล่าวว่า "ปัญหามีให้แก้ไข  แก้ได้เป็นกำไร"   กว่าจะเกิดมาได้ไม่ใช่เรื่อง่ายๆ สมัยนี้ด้วยนอกจะสู้กันเองแล้วของ"เสปิร์ม" ต้องมาสู้กับการคุมกำเนิดในการวางแผนครอบครัวโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ

     ชีวิตคือการต่อสู้ พัฒาการตั้งแต่แรกเกิดสู่วัยเตาะแตะ จนถึงวัยพ่อแม่อย่ายุ่ง(ผู้เขียนกำหนดเอง)  มีล้มลุกคลุกคลานตลอดมา ไม่มีใครไม่เคยล้ม ไม่มีใครไม่เคยเจ็บ เราต้องสู้ๆๆๆ จนหมดลมหายใจ  พอตายไปให้ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ เวลาเราไปรดน้ำศพ ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นไหน  ศพที่นอนให้ทุกคนรดน้ำไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย  ทุกศพจะแบมือ....หากท่านพินิจพิจารณา จะมีนัยสำคัญที่บอกว่า  "ตอนเกิดมากูกำมือ เพราะกูต้องมารับกรรมในการใช้ชีวิตตามวิบากกรรม  แต่เมื่อตายกูจากไปเห็นไหมสิ่งที่ทำทุกอย่างไม่ว่าคฤหาสน์หลังโต ทรัพย์สินเงินทอง  แม้แต่น้ำสักหยดที่ทุกคนมาราดลงมือ...กูยังเอาไปไม่ได้..เลย  คงเหลือไว้เพียงเรื่องเล่าขานกันต่อๆไปทั้งความดี ความชั่ว"

     ชีวิตเป็นของเรา เราต้องเป็นผู้กำหนด ด้วยการลุกขึ้น..ลุกขึ้นมาสู้ ในสิ่งที่ตนเองอยากเป็น  ในสิ่งที่ตนเองอยากทำ  จึงประสบความสำเร็จ  "เคยมีหลายคนบ่นว่า อากาศร้อนจังทนไม่ไหว จะตายอยู่แล้ว...ต้องเปิดแอร์   แต่ผู้เขียนถามกลับไปว่า ขอทานที่อยู่บนสะพานลอยข้างถนน ทำไมเขาอยู่ได้ เขาไม่ร้อนไปกว่าเราหรือ เพราะอะไร..."  คำตอบ  เพราะเขาอาจจะร้อนกายแต่ไม่ร้อนใจ  พวกที่บ่นจะร้อนใจมากกว่าร้อนกาย   ดังนั้น การสู้ชีวิต เขาคิดว่าถ้าเขาไม่นั่งขอทานเขาจะมีรายได้เลี้ยงตนเองหรือ 

     อีกหนึ่งตัวอย่างอยากให้ไปฟังเพลง "ต้องสู้..จึงจะชนะ" ของเจิน เจิน  บุญสูงเนิน  เพลงนี้ให้ความหมายและเติมพลังไว้ดีมาก  บางครั้งดีกว่าเพลงฝรั่งที่ฟังไม่รู้เรื่องแปลกันผิดๆถูกๆ   เพลงนี้ผู้เขียนใช้เป็นเพลงประจำตัวอีกหนึ่งบทเพลง

 เพลงนี้มาจากเพลงจีนดังมากๆ จนต้องแต่งเนื้อร้องออกมาไม่ต่ำกว่า 3 ภาษา (จีน) ต้นฉบับดั้งเดิมเป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน ชื่อเพลงว่า "อ้าย เปีย เจีย เอ้ เอีย" และยังมีคำร้องเป็นภาษาจีนกลาง และภาษาจีนแต้จิ๋ว อีกด้วย   เพลงนี้  เกษม ชื่นประดิษฐ์  เป็นผู้แต่งเนื้อร้องภาษาไทย  ศิลปินขับร้อง เจิน  เจิน  บุญสูงเนิน

     " อยู่ดีดี ทรุดลง ไม่น่าเสียใจ  อยู่อยู่ไป พลาดผิด ไม่น่าเศร้าซึม
ทำตัวเหมือนสิ้นแล้วทุกสิ่ง     วันวันเมาโซเซ  ร่างที่ไร้วิญญาณ เหมือนหุ่นไล่กา
เปรียบชีวิต คนดังคลื่นใต้น้ำใน ทะเล   บางครั้ง ขึ้น บางครั้ง ลง
ดวงดี ยินดี ดวงอับ ช่างมัน  พรหมท่านลิขิตไว้ ให้ เป็น                                   
สามสิบลิขิตฟ้า เจ็ดสิบต้องฝ่าฟัน .....ต้อง สู้ ต้องสู้จึงจะ ชนะ
      อยู่ดีดี ทรุดลง ไม่น่าเสียใจ  
อยู่อยู่ไป พลาดผิด ไม่น่าเศร้าซึม
ทำตัวเหมือนสิ้นแล้วทุกสิ่ง    วันวันเมาโซเซ  ร่างที่ไร้วิญญาณ เหมือนหุ่นไล่กา
เปรียบชีวิต คนดังคลื่นใต้น้ำใน ทะเล บางครั้ง ขึ้น บางครั้ง ลง
ดวงดี ยินดี ดวงอับ ช่างมัน     พรหมท่านลิขิตไว้ ให้ เป็น
สามสิบลิขิตฟ้า เจ็ดสิบต้องฝ่าฟัน.....ต้อง สู้ ต้องสู้จึงจะ ชนะ
       อยู่ดีดี ทรุดลง ไม่น่าเสียใจ   อยู่อยู่ไป พลาดผิด ไม่น่าเศร้าซึม
ทำตัวเหมือนสิ้นแล้วทุกสิ่ง   วันวันเมาโซเซ  ร่างที่ไร้วิญญาณ เหมือนหุ่นไล่กา
เปรียบชีวิต คนดังคลื่นใต้น้ำใน ทะเล  บางครั้ง ขึ้น บางครั้ง ลง
ดวงดี ยินดี ดวงอับ ช่างมัน    พรหมท่านลิขิตไว้ ให้ เป็น
สามสิบลิขิตฟ้า เจ็ดสิบต้องฝ่าฟัน.. ต้องสู้ ต้องสู้จึงจะชนะ....ต้องสู้ ต้องสู้จึง   
จะชนะ"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชนบท



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ดีมากเลยค่ะ