สอนแบบเกื้อหนุนความรู้

การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

                ในวงการศึกษาไทยได้ให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาโดยตลอด  การจัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนนั้นไม่เพียงแต่ครูจะมีบทบาทที่สำคัญในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และได้ลงมือปฏิบัติได้ด้วยตนเองแล้วนั้น ครูเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ แต่ต้องเป็นผู้สังเกตการณ์อยู่ห่าง คอยให้คำปรึกษาเมื่อเด็กมีปัญหา ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง เพราะการที่เด็กได้เรียนรู้ได้ด้วยตนเองนั้นจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้ดี มีความรู้ความเข้าใจที่คงทนถาวร สามารถดึงความรู้นั้นออกมาใช้ได้ตลอดเวลาเพราะเกิดจาการรู้เข้าใจ และนำไปปฏิบัติได้จนเกิดความชำนาญ

                อย่างไรก็ตามในสังคมไทยยังคงเน้นการจัดการเรียนการสอนแบบเกื้อหนุน คือครูเป็นผู้หาความรู้ และสอนความรู้ โดยที่ไม่เน้นให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง และไม่เน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติแบบลองผิดลองถูกเสียก่อน ครูคอยให้คำปรึกษาแบบบอกสอนให้ถูกทางเสมอ แสดงให้เห็นว่าเป็นการให้ความสำคัญในด้านการส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้แต่ยังไม่ปล่อยให้เด็กกล้าคิด กล้าทำ กล้าลงมือปฏิบัติ เพราะกลัวผิด ดังนั้นผลที่เกิดขึ้นจะกระทบที่ตัวเด็กโดยตรงเป็นการสอนที่ครูไม่ได้ตั้งใจว่ามุ่งไปที่ใครที่ตัวเด็กหรือที่ตัวครู เพราะการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางนั้น ครูควรต้องใส่ใจกับกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนทุกครั้งที่ตนจะสอน และครูควรมอบหมายภาระหน้าที่ของผู้เรียนว่าจะต้องรู้อะไรก่อนที่จะเข้ามาเรียน เป็นการแบ่งงาน แบ่งความรู้ สร้างความรู้ทั้งครูทั้งเด็กแล้วมาแลกเปลี่ยนกันเรียนรู้ภายในชั้นเรียน เพื่อให้เกิดแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลายหลายมากขึ้น ครูก็เกิดแนวทางการสอน เด็กก็เกิดแนวทางการเรียนรู้ว่าตนเองจะต้องพัฒนาอะไรในด้านใดต่อไป

                สิ่งสำคัญที่สุดไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร แต่สำคัญทั้งสองบทบาท คือหน้าที่ครู และเด็ก ว่าตนเองต้องทำอะไร และการเรียนรู้ที่ดีจะตามมาแต่ถ้าเรายังขาดความสนใจอย่างจริงจังแล้วไม่ว่าจะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบไหนก็คงล้มเหลว เพราะความสำคัญของการเรียนการสอนไม่ได้อยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่คำว่าศูนย์กลางในที่นี้ อยากให้มองลงไปถึงชุมชนและท้องถิ่นที่เด็กสามารถเข้าไปเรียนรู้ได้อย่างหลากหลาย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่แปลกให้ตรงกับความสนใจของผู้เรียน ไม่ใช่การเรียนรู้ที่เรียนอยู่แต่ในห้องเรียน ครูหาความรู้มาสอน ใช้ความรู้ที่หามานั้นเองและก็ประเมินผลความรู้ที่หามาสอนนั้นเองทั้งหมด แบบนี้ยังเรียนไม่ได้ว่าเป็นการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางอย่างแน่นอน  สิ่งที่ครูทุกคนพึงทำได้ คือจะทำอย่างไรให้เด็กได้เข้ามามีบทบาททางการจัดการเรียนการสอนให้มากที่สุด เพราะเด็กสามารถตอบสนองกิจกรรมที่เราจัดขึ้นได้เป็นอย่างดี ว่าเขาชอบหรือไม่กับกิจกรรมที่ครูพาทำ ถ้าไม่ชอบเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ และจะแก้ไขอย่างไร นี่ก็เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่อยากสะท้อนให้เห็นว่า เด็กก็สามารถมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกับครูได้เช่นกัน ตรงนี้ที่เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะจะตรงกับความถนัดและความสนใจของผู้เรียน ถ้าจะเรียกว่าเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางก็คงเหมาะสม