ก็เรื่องสังโยชน์ที่รัดรึงสัตว์ติดแน่นในโลกนี้
จิตปราศจากธุลี-4
โสภณ เปียสนิท
...........................
หลังจากจิบหลายคำแล้วจึงกล่าวต่อ “ถึงไหนแล้วนะ” “ก็เรื่องสังโยชน์ที่รัดรึงสัตว์ติดแน่นในโลกนี้” “อ๋ออ...” หลวงพ่อลากเสียงยาว ก่อนกล่าวสอน “1. สักกายทิฐิยึดถือตัวตน ตัวกูของกู หลวงพ่อพุทธทาสท่านว่า ฉันไม่ได้ว่านะคำนี้ 2. วิจิกิจฉาลังเลสงสัย 3. สีลัพพตปรามาส ถือศีลเป็นเพียงของขลังศักดิ์สิทธ์ 4. กามราคะยินดีในกามดังที่บอกไว้แล้ว 5. ปฏิฆะขัดเคือง 6. รูปราคะยินดีในรูปฌาน 7. อรูปราคะยินดีในอรูปฌาน 8. มานะถือตัวว่าดีกว่า เสมอ หรือแม้เลวกว่าเขา 9. อุทธัจจะฟุ้งซ่าน 10. อวิชชา ไม่รู้หลักของความจริง” เณรมีสีหน้าสงสัย “ต้องขจัดฝุ่นเหล่านี้ให้หมดใช่ไหมครับ” “ใช่ เป็นอย่างนั้น แต่หากละได้ 3 ข้อแรก ถือว่าบรรลุโสดาบัน ละได้ 3 ข้อแรก แต่ข้ออื่นลดลงด้วย ถือว่า บรรลุสกิทาคา ละได้ เพิ่มอีก 2 ข้อคือ ข้อ4 และข้อ 5 ถือว่าบรรลุอนาคามี ละธุลีได้อีก 5 ข้อ ถือว่าจิตปราศจากธุลี บรรลุพระนิพพาน”
“ละธุลีเหล่านั้นต้องพยายามอย่างมาก” เณรน้อยมีสีหน้ากังวล “พูดเหมือนท้อเลยเณร” “ครับ แต่...” “ไม่ต้องแต่ ทำตามที่เณรเคยทำมานั้นถูกต้องแล้ว รักยินดีในพระนิพพาน รักษาศีลของเราไว้ เจริญภาวนาอย่างต่อเนื่อง อย่าได้หยุดแม้แต่วันเดียว” “เพราะอะไรครับ” “เพราะต้องทำให้ชิน เป็นอาจิณกรรม ทำประจำให้ได้” “ทำสิ่งไม่ดีก็ติดสิ่งไม่ดี เช่น ติดเกมส์ ติดโทรทัศน์ เป็นต้น ติดง่ายนะครับหลวงพ่อ” “ใช่ ติดสิ่งดี เหมือนเดินสวนน้ำทำยาก แต่อย่าท้อนะ” “ครับหลวงพ่อ” เณรรับคำตั้งใจแน่วแน่
“อย่างที่ผมปฏิบัติอยู่ทุกวันนี่ เพียงพอแล้วหรือยัง” เณรถามเหมือนหาทางลัด “เพียงพอแล้ว เณร เช้าตีสาม ลุกขึ้นเดินจงกรม นั่งสมาธิ ทำวัตรสวดมนต์ บิณฑบาต ฉันภัตตาหาร เดินจงกรม พักผ่อนพิจารณาธรรม บ่ายเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา ทำวัตรเย็น เดินจงกรม นั่งสมาธิ สี่ทุ่มพักผ่อน วนเวียนอยู่อย่างนี้ ทำจนชิน อีกไม่นานเห็นผล” “เห็นผลอย่างไรครับ” “จิตปราศจากธุลี” “ต้องทำนานเท่าใด” “7 ปี 7 เดือน 7 วัน อย่างใดอย่างหนึ่ง ขึ้นอยู่กับบารมี” “รู้ได้อย่างไรครับว่าผมมีบารมีเท่าใด” “จากกำลังใจ หากแน่วแน่ต้องการพระนิพพาน อย่างนี้เรียกเต็ม” “อ๋อ กำลังใจเต็ม” “ใช่แล้วเณร”
ภาพน้องเณรน่ารัก นำมาจากที่นี่ครับ.............
นำภาพน้องเณรจากต่างประเทศมาฝาก จากที่นี่ครับ.......
เรียนคุณอุ้มบุญครับ
ดีแล้วจิบชาไปก่อน หรือกาแฟก็ได้ แต่ห้ามจิบไวน์ สังโยชน์ เครื่องร้อยรัด 10 ข้อนั้นแหละเป็นตัวประเมิน สภาพจิตของคนเรา
ช้าๆ อ่านเพื่อจำเลย รายละเอียดค่อยหาเพิ่มเติม หลักจำไว้ก่อน ผมคิดเห็นอย่างนี้
เรียนคุณบุษราครับ
ภาพที่นำมาไว้ที่นี่สวยดีนะครับ ดอกไม้กับชีวิตของคนบางมุมมองก็คล้ายกัน เกิดขึ้นแล้ว ดำรงอยู่สวยงาม แล้วก็โรยรา ร่วงลับไป บางมุมมองก็น่าใจหาย มองไปมองมาก็เหมือนธรรมดานี่เอง.......นะ ผมว่า
เห็นภาพที่มีมิตรจิตมิตรใจกันแบบนี้เลยเอามาฝากไว้ตรงนี้ด้วย
ให้คุณอุ้มบุญกับคุณบุษรา ชื่นชมเล่น....ครึ้มๆใจ นำมาจากที่นี่
สวัสดีก่อนมื้อเที่ยงค่ะคุณครูใหญ่
เรียนท่านอาจารย์
วันหยุดยาวนี้ พักผ่อนให้เต็มที่นะคะ
ยินดีด้วยที่ทำอารมณ์ให้ดีขึ้นได้ครับ
วันหยุด3วัน คงได้ปลูกต้นไม้หลายต้นนะครับ ส่วนผมเองจะกลับเมืองกาญจน์วันศุกร์ครับ เช้าเดินทาง ถึงบ่ายๆ 3ชม. อยู่กับแม่เช่นเคย ฟังแม่สวดชินบัญชรเพลินดี แม่สวดมากกว่าผม
สวรรค์ชั้นยามา เทวดาชั้นนี้ชอบสวดมนต์ครับ ใครสวดมากจนติด จะได้มาอยู่ที่ชั้นนี้ครับ ตำราว่าอย่างนั้น ผมบอกแม่บ่อยๆ เป็นกำลังใจให้ท่านครับ
ผมจะปฏิบัติตามที่คุณยายว่าครับ เพราะจะไปพักบ้านเมืองกาญจน์กับแม่ นวดเท้าตอนเช้า-เย็น หรือไม่ก็เย้นอย่างเดียว ว่างก็อ่านหนังสือ เอาเรื่องงานวิจัย กับ แรงบันดาลใจไปอ่านครับ
และเอาดอกไม้สวยๆมาฝากคุณยานครับ
แปลกนะครับ ที่พระพุทธองค์ทรงนำเรื่องนี้ไปไว้ในมงคล38ด้วย แม้ว่าเป็นข้อ 37 เพราะเป็นจิตของพระอรหันต์แล้ว ยังต้องการมงคลด้วยหรือ? น่าคิดนะครับ