บ้านนี้จะงามอย่างไร ? ถ้าไม่มีเธอ
๘ ธันวาคม ๒๕๕๓
ผมตื่นนอนยามตี ๔ อย่างงัวเงีย เพราะตื่นเร็วกว่าปกติ เพื่อเตรียมตัวไปประชุมต่างจังหวัด
ภรรยาก็เดินทางไปประชุมที่เชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อเช้าของเมื่อวานนี้
และการวางแผนให้ลูกชายไปอยู่ที่บ้านคุณย่า เพื่อให้คุณอาไปส่งโรงเรียนยามเช้าวันนี้
ภาพที่ผมอุ้มลูกชายในขณะที่เขาหลับสนิท เพื่อขึ้นรถนำไปส่งที่บ้านคุณย่า แสนทุลักทุเล
รีบเร่งจนลืมเอา ‘ผ้าห่มพี่หมีเหม็น’ เพื่อนสนิทตั้งแต่เกิดของเขาไปด้วย
ผมถ่วงเวลาจนวินาทีสุดท้าย ที่จะส่งต่อลูกชาย และไม่ดึกดื่นจนเกินไป คือ เวลา ๔ ทุ่ม
กว่าจะเข้านอนได้ก็เกือบประมาณ ๕ ถึง ๖ ทุ่มได้กะประมาณเอา
เพราะการนอนที่กระสับกระส่ายกะวนกระวาย
เตียงนอนเล็ก ๆ เช่นเดิมทุกวัน กลับกว้างใหญ่แห้งแล้งราวทะเลทราย
พลิกซ้ายมา พลิกขวาไป ไม่เห็นภรรยา และลูกชาย รู้สึกเหงาเงียบอ้างว้าง
ผมห่อตัวราวกับดักแด้ที่อยู่ในรังไหม ได้ยินเสียงแต่เสียงพัดลม นาฬิกา และแมลงร่ำร้อง
ที่ชัดเจนอย่างยิ่งก็ คือ เสียงเต้นของหัวใจผมเอง
ตื่นขึ้นยามเช้ามืดตี ๔ มองผ่านกระจกออกนอกบ้าน ท้องฟ้ายังมืดมัว และไม่ได้ยินเสียงใด ๆ
ในใจของผม พลันได้ยินบทเพลงแว่วผ่านละล่องเข้าในหูสองข้าง...
‘...ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ใหญ่ แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม
ขอบรั้วและริมทางเดิน ต้นหญ้าที่ในสนาม บ้านนี้จะงามอย่างไร ? ถ้าไม่มีเธอ…’
(เพลง ‘บ้าน’ บอย...โกสิยพงศ์)
โอย โอย...ความเงียบเหงายังคงติดตามผมทุกย่างก้าว
บ้านของผมไม่ได้ ‘ว่างเปล่า’ เพราะทุกสิ่งมีที่มาที่ไปให้คิดถึง
มีแต่ความ ‘กลวง’ เพื่อรอให้คนที่ผมคิดถึงกลับมาเท่านั้น
ลูกชาย คือ สิ่งเดียวที่ผมอยากมีชีวิตอยู่ ถ้าเกิดมีพรหนึ่งประการก่อนตาย
ผมขอเลือกที่จะไปหอมแก้ม และลูบศีรษะเขาเบาเบา เป็นสิ่งสุดท้าย
ภรรยา คือ ผู้หญิงธรรมดา แต่เป็นคนพิเศษที่สุดของชีวิตผม
เธอเป็นคนที่ผมอยู่ด้วยแล้วมีความสุข เพราะมุมที่มองชีวิตด้วยความปล่อยวาง
ความไม่เคร่งเครียด และความรักใน ‘สายน้ำ’ พลอยทำให้ผมมีความสดใสในชีวิตตามไปด้วย
แต่ถ้าวันไหน ผมมีความทุกข์ขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะมีบ่อยครั้ง ที่เกิดความทุกข์ปนสุข
เธอจะคอยปลอบประโลม ด้วยสโลแกนที่ติดปากเป็นประจำ
‘ ...ชีวิตเป็นเหมือนคลื่น จงปล่อยมันไปตามทะเล....’
ซึ่งบ่อยครั้งผมไม่เห็นด้วย เพราะเหมือนปล่อยชีวิตของเรา
ไปตามยถาธรรมอย่างไร้จุดหมายปลายทาง ทั้งที่เราสามารถควบคุมได้
แต่ก็มีหลายครั้งที่ผมเลือกที่ ‘ปล่อยมันไปตามทะเล’
ผมขอส่งคลื่นความคิดถึงไปถึงลูกชายและภรรยา
คงเหมือนคลื่นโทรศัพท์ แต่คลื่นของผมน่าส่งไปรวดเร็วกว่า และไม่ได้จ่ายเงิน
พวกเขาคงจะรับรู้ได้ผ่าน ‘สมองซีกขวา’ สำหรับคนถนัด ‘มือซ้าย’ ทั้งสองคน
ว่า คนถนัด ‘มือขวา’ คนนี้ คิดถึงมาก และรอคอยการกลับบ้านของเรา
เพราะ ‘บ้านนี้จะงามอย่างไร ? ถ้าไม่มีเธอ’
ผมรอคอยให้ทุกคนกลับมาบ้านของเรา ที่วันนี้มัน ‘กลวง’ ให้กลับมา ‘Full House’ อีกครั้ง....
€€€€€€€€€
อ่านแล้วรู้สึกดีๆ จัง บันทึกของคุณพ่อโรฯ .. ชอบจัง ‘ผ้าห่มพี่หมีเหม็น’ นึกถึงบรรดาลูกหมี พี่ลิง ของเจ้าหลานตาปั๋ง แสนเหม็น ยังกอด หอมกันได้ ๕ ๕ ขอให้คนแห่งความรัก กลับมาเติมเต็ม บ้านอบอุ่นเร็ววันนะคะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
เธอจะมาจากไหนไม่เคยคิด
แต่เธอมาสนิทแนบในใจฉัน
เธอจะเป็นใครนั้นไม่สำคัญ
เพราะทุกวันฉันมั่นรักแต่เธอ
สวัสดีค่ะ
อ่านบันทึกนี้แล้วน้ำตาซึมจริงๆ ความรักมันเป็นสายใยผูกพัน
ยากที่จะตัดขาดออกจากกัน ดีใจแทนผู้ญิงคนหนึ่งที่เจอผู้ชายที่แสนดี
รักลูกรักครอบครัว / ขอให้ครอบครัวน้องเต็มไปด้วยความรักความสุขตลอดกาล
สวัสดีค่ะ
เป็นความรักที่เรียบง่าย แต่ซาบซึ้ง อบอุ่น น่าชื่นชม บันทึกนี้นำความสุขมาแบ่งปันพร้อมข้อความที่เปี่ยมไปด้วยความหวังที่จะบอกกับโลกว่า.. ยังมีความงดามในความรักนั้นอยู่เสมอ
ขอร่วมฝากรอยยิ้มให้ครอบครัวนี้เรื่อยไปค่ะ
กราบขอบพระคุณทุกท่านครับ
ที่เข้ามาแวะชมบันทึกนี้ของผม
และกำลังใจทั้งหมดทั้งมวล
ที่ไม่อาจลืมเลือนได้จากทุก ๆ คน ครับ
แวะมาเยี่ยมคุณทิมดาบ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ อ่านบันทึกเรื่องนี้ของคุณทิมดาบแล้วอมยิ้มค่ะ รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันที เพลง HOME ของบอยด์ เพลงนี้ชอบมาก ฟังดูเป็นครอบครัวที่อบอุ่น คงเหมือนกับครอบครัวของคุณทิมดาบ ขอให้มีความสุขตลอดไป ในครอบครัวที่อบอุ่นค่ะ และขอชื่นชมผู้ชายที่แสน โรแมนติคอย่าง คุณทิมดาบค่ะ