อย่าโทษคนอื่น...............เมื่อคุณทำกันเอง

ข้อเขียนต่อไปนี้ไม่ใช่เป็นการซ้ำเติมกันหรือว่าไม่รักชาติ แต่อยากเขียนเพื่อให้สติ หลังทีมชาติไทย ตกรอบแรกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ซูซูกิคัพ 2010 หลังจากแพ้ อินโดนีเซีย 1-2 รอบแบ่งกลุ่มของกลุ่ม เอ นัดที่ 3
เพราะเมื่อดูผลการแข่งที่ผ่านมา เมื่อผลการแข่งขันฟุตบอลชายกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 “กวางโจวเกมส์” รอบแรกนัดสุดท้าย ของกลุ่มเอฟ ที่สนามหวาง ปู เมืองกวางโจว ประเทศจีน ที่ทีมไทยเจอกับมัลดีฟส์(อ่านเรื่องเดิมได้ที่ "ฟุตบอลมัลดีฟส์ชนะไทยที่กวางโจวเกมส์”) คนไทยทั้งประเทศได้ให้อภัย เพราะการแข่งขันกีฬามีแพ้มีชนะ
เมื่อการแข่งฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ซูซูกิคัพ 2010 เริ่มขึ้น เมื่อมีการแบ่งกลุ่ม ไทยอยู่ในกลุ่ม เอ ซึ่งมีประเทศลาว มาเลเชีย และอินโดนีเชีย หลายคนบอกว่า "คงผ่านได้สบาย เมื่อนัดแรก เจอกับทีมจากประเทศลาว เราคงเก็บสามแต้มแรกได้อย่างสบาย เหมือนผู้บรรยายบอก แต่เหตุการณ์กับเป็นตรงกันข้ามเมื่อ ไทยต้องตามตีเสมอลาว และยังไปเสมอกับมาเลเชีย แบบไร้สกอร์ จึงทำให้ต้องมาลุ้นกับอินโดนีเชียประเทศเจ้าภาพในนัดสุดท้าย
ซึ่งก่อนการแข่งขัน หลายฝ่ายแอบหวังว่า อินโดนีเชียจะเอาตัวสำรองลงสนาม เพราะทีมเข้ารอบไปแล้ว แต่เหตุการณ์ไม่เช่นนั้น เมื่อทีมเจ้าภาพนำทีมชุดใหญ่ลงฟาดแข้งกับไทย
เมื่อผลการแข่งขันออกมาว่าไทยแพ้ 2 - 1 หลายคนออกมาพูดว่า ผิดหวังกับกรรมการที่เป่าให้ลูกโทษ อินโดนีเชียง่ายไปบ้าง ไทยต้องลงเล่นในสนามท่ามกลางเสียงเชียร์ของเจ้าภาพทำให้เกิดแรงกดดันบ้าง แม้แต่ผู้บริหารบางคนออกมาพูดว่า ที่ไทยแพ้และตกรอบเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองบ้าง โปรแกรมการแข่งขันไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก, ดิวิชั่น1, ดิวิชั่น2 แน่น จนนักฟุตบอลไม่มีเวลาพัก
นั่นน่ะสินักฟุตบอลมีตารางการแข่งขันมาก กรรมการตัดสินเข้าข้างทีมเจ้าภาพ ทำให้ทีมไทยแพ้ ทั้งๆที่นักกีฬาทุ่มเท เต็มที
อย่าโทษคนอื่น...............เมื่อพวกคุณทำกันเอง
รวมรักสามัคดี ไม่มีโทษกัน ..
ขอบคุณท่านอาจารย์ เพิ่งทราบว่าเป็นคนใต้ ค่ะ :)