บัณฑิตหนุ่มคนหนึ่งหลังจากเรียนจบวิชาที่ตนได้ไปศึกษา บัณฑิตคนนี้มีความภาคภูมิใจในตนเองอย่างยิ่ง ที่ตนเป็นผู้หนึ่งได้เรียนวิชาจนสำเร็จ และคิดในใจตลอดเวลาว่าตัวเองฉลาดหาผู้จะมาเทียบเท่านั้นคงยาก หลังจากจัดการเรื่องราวต่างเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงคิดว่าจากบ้านมานานแล้วถึงเวลาไปเยี่ยมบ้านสักครา คิดได้ดังนั้นจึงออกเดินทางกลับบ้าน เมื่่อเดินทางมาถึงที่ที่จะข้ามฟากผ่านแม่น้ำไปก่อนจะถึงบ้าน เขาจึงต้องว่าจ้างให้เรือส่งข้ามฟาก เมื่อจัดการตกลงเรื่องค่าลงเรือกับคนแจวเรือเรียบร้อยแล้ว คนแจวเรือจึงออกเรือจากฝั่งเพื่อข้ามไปอีกฟากของแม่น้ำ เมือเรือแล่นไปไกล้ถึงกลางแม่น้ำ บัณฑิตหนุ่มจึงเปิดฉากเอ่ยถามคนแจวเรือ
บัณฑิตหนุ่ม ; ท่านรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้ ประเทศไหนในโลกเป็นประเทศแรกที่ส่งดาวเทียมขึ้นบนอวกาศได้สำเร็จ
คนแจวเรือ ; ไม่รู้ครับ
บัณฑิตหนุ่ม ; กล่าวอย่างลำพอง ท่านไม่ติดตามสถานการณ์อะไรเลยหรือว่าโลกเขาไปถึงไหนกัน หากเป็นเช่่นนี้เท่ากับว่าชีวิตท่านเหลืออยู่แค่ 50 เปอร์เซนต์
คนแจวเรือ ตอบรับ เอ่อ และแจวเรือต่อไป สักครู่ บัณฑิตหนุ่มจึงเอ่ยคำถามขึ้นมาอีก
บัณฑิตหนุ่ม ; ท่านทราบไหมปีนี้ประเทศไทยมีค่า จีดีพี เป็นเท่าไร และกล่าวต่อ มันมีผลต่อเติบโตทางเศรษฐกิจ ค่า จีดีพี มันเกี่ยวข้องกับการส่งออกและจ้างงานซึ่งมันเกี่ยวข้องกับท่านโดยตรง
คนแจวเรือ ; ไม่ทราบครับ
บัณฑิตหนุ่ม พูดอย่างตำหนิคนแจวเรือ ท่านอยู่อย่างไม่รู้อะไรเลย อย่างนี้ชีวิตท่านก็เหลืออยู่แค่ 20 เปอร์เซนต์ ขณะนั้นมีลมฟายุม้วนตัวและกำลังพัดเข้ามาัยังเรือที่บัณฑิตนั่งอยู่ คนแจวเรือเห็นดังนั้นจึงเอ่ยถามบัณฑิต ท่านว่ายน้ำเป็นหรือเปล่า บัณฑิตตอบว่าว่ายน้ำไม่เป็นครับ คนแจวเรือพูดต่อ ถ้าอย่างนั้นชีวิตของท่านอาจจะเหลือเท่าักับ 0 พูดจบคนแจวเรือไม่รอช้ารีบกระโดดน้ำว่ายหนีเอาตัวรอดก่อนที่พายุจะพัดเอาชีวิตเขาไป