ทะเลไม่เคยหลับฉันใด ระลอกคลื่นแห่งการพัฒนาระบบบริการสุขภาพไทย ก็ไม่เคยหยุดฉันนั้น นี่แหละครับ เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวงการสาธารณสุขไทย

คลื่นแห่งการพัฒนาสุขภาพไทย

ดูเหมือนว่า สปากับแพทย์แผนไทย  กำลังผุดที่โน่น ที่นี่มากขึ้นทุกที แม้แต่ในรพ.ของรัฐและเอกชน  เท่าที่รู้  ผมอยากให้เครดิตกับพญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ ผู้ก่อตั้งสถาบันการแพทย์แผนไทย กระทรวง สาธารณสุข  ด้วยเข้าใจว่า ท่านเป็นแม่แบบในการเผยแพร่ความรู้ทั้งโดยใช้ตนเองเป็นสื่อและใช้สถาบันฯเป็นกลไกสนับสนุน 

สมัยผมเป็นนักเรียนแพทย์เคยได้ยิน เกี่ยวกับแพทย์แผนไทย และได้สัมผัสในรูปของหมอน้ำมนต์  หมอรักษากระดูกหักด้วยฝ่าเท้า โดยที่ในสายตาของแพทย์แผนปัจจุบันเมื่อ 30 ปีก่อน มักมองแพทย์แผนไทยไปในทางไม่ศรัทธา หรือกระทั่งดูแคลน

วันนี้ลูกศิษย์ของผม ได้สัมผัสทั้งกลิ่น แสง สี เสียง อันประกอบกันเป็นบรรยากาศอันสงบ ร่มรื่น ของห้องหับที่จัดเตรียมเฉพาะสำหรับบริการแพทย์แผนไทย ในลักษณะของการนวด  สปา และยาสมุนไพร/ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ผมกำลังรำลึกถึง หน่วยบริการแพทย์แผนไทย  ที่รพ.แก่งคอย จ.สระบุรี  เมื่อครั้งนำนักศึกษาแพทย์ไปเยือนกิจการของรพ.แห่งนี้   ห้องอันอบอวลด้วยบรรยากาศดังกล่าวอยู่ติดกับห้องของหน่วยบริการกายภาพบำบัดครบวงจร

ทันทีที่ย่างเท้าเข้าไปภายในห้องแพทย์แผนไทย  กลิ่นสมุนไพรอันหอมหวนก็เข้ามาทักทาย จนได้ยินเสียงลอยลมมาจากกลุ่มนักศึกษาแพทย์ ว่า“เอ้ กลิ่นนี้มาจากไหน น้า”   ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ  ผสานความเงียบสงัดเสริมให้ความรู้สึกผ่อนคลายแผ่สร้านไปทั่วร่าง  เช่นเดียวกัน ความสะอาด เป็นระเบียบ แต่เรียบง่ายภายในห้อง รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้ใช้บริการที่กำลังทอดกายให้หมอ(สตรี)บรรจงกดเส้น บีบนวดอย่างค่อยเป็นค่อยไป ราวกับเวลาได้หน่วงช้าลงกว่าปกติ ก็ช่วยให้ใจหลายดวงทำท่าจะคล้อยตามคำชี้ชวนให้ลองใช้บริการของคุณวชิรา หัวหน้าหน่วยบริการแพทย์แผนไทย รพ.แก่งคอย  แต่โอกาสไม่เอื้ออำนวย ใจทุกดวงซึ่งกำลังจะลอยไปตามคำชวนต้องสะดุดระงับลงอย่างแสนเสียดาย

ความเสียดายกลับเพิ่มทวีสำหรับบางคนในคณะดูงาน เมื่อได้สบตากับอ่างจากุสซี่ สีขาวสดใสภายในห้องสปาที่ตกแต่งอย่างงดงามด้วยหินแกรนิตสีเทาน้ำตาลปูพื้นและผนัง บนผนังแสงนวลตาได้สาดส่องผ่านอิฐโปร่งใสที่วางเรียงเป็นช่องสี่เหลี่ยมทิ้งระยะพองาม  และแล้วเสียงใครบางคนก็เปล่งออกมาว่า บริการอาบน้ำแร่ แช่น้ำนม ผสมการนวด ครั้งละ 3 ชั่วโมงนี้ ราคาเท่าใด ค่ะ  คุณวชิราจึงตอบว่า 800 ค่ะ

ยกเว้น สปา บริการนวดแผนไทยเป็นสวัสดิการสำหรับบุคลากรของรพ.แก่งคอย (เอ..แล้วปีหนึ่งใช้ได้กี่ครั้ง น้อ อยากรู้จัง)   สำหรับบุคคลภายนอก ค่าบริการนวด 1.5 ชั่วโมงเท่ากับ 200 บาท แบ่งกันครึ่งๆระหว่างรพ.กับหมอนวด  ซึ่งต้องจบหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขให้การรับรอง ได้ยินว่าทั่วประเทศมีที่ฝึกเข้ามาตรฐานเพียง 27 แห่ง  เดือนหนึ่ง หมอนวดแผนไทยที่นี่จะได้ค่าแรงระหว่าง 12,000-15,000 บาท  สัปดาห์หนึ่งทำงาน 5 วัน (บังคับ)พัก 2 วันเพื่อให้ฟื้นพละกำลัง

เท่าที่สังเกต ดูเหมือนหัวกระได ห้องบริการแพทย์แผนไทยจะไม่แห้งเอาเสียเลย รพ.แก่งคอยจึงต้องมีหมอนวด 15 คน หมุนเวียนกันทำงาน  อนาคตในไม่ช้า ได้ยินว่าเมื่ออาคารใหม่เสร็จ จะสามารถรองรับผู้ใช้บริการเพิ่มอีก 16 คนต่อรอบ  น่ายินดีว่า อาคารใหม่ได้รับเงิน 17 ล้านบาทสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี  อีกปีกหนึ่งของอาคารบริการผู้ป่วยนอกรพ.แก่งคอย(สาขา ศูนย์ราชการ) ในรั้วเดียวกัน เป็นที่ตั้งของห้องฟิตเนส ภายในเต็มไปด้วยอุปกรณ์เหมือนฟิตเนสเซนเตอร์ตามศูนย์การค้าในกทม.ไม่มีผิด  เช่นเดียวกัน ตัวอาคารและอุปกรณ์ได้มาด้วยเงินบริจาคจากภาคเอกชน...เห็นได้ชัดว่า นพ.ประสิทธิ์ชัย มั่งจิตร ผอ.รพ.แก่งคอย นี่ช่างเป็นมือบริหารที่ระดมทรัพยากรให้รพ.ได้เก่งมากคนหนึ่ง

ศิษย์เก่า แพทย์รามาฯรุ่น 22 คงอดภูมิใจ เพื่อนร่วมรุ่นคนนี้ไม่ได้สินะ 

นอกจากหาเงิน(ให้รพ.)เก่ง คุณหมอประสิทธิ์ชัย ยังใช้เงินเพื่อพัฒนากิจการของรพ.ได้อย่างน่าประทับใจ เช่น

-        พัฒนาเครือข่ายระบบสารสนเทศครอบคลุมทั้งอำเภอและกำลังขยายไปเชื่อมต่อกับอีก 3 อำเภอ ซึ่งในไม่ช้าก็จะคลุมทั้งจังหวัด ทำให้ประหยัดเวลาที่เคยหมดไปกับงานกระดาษเพียงเพื่อส่งรายงานให้กับหน่วยเหนือโดยไม่เกิดประโยชน์ต่อการปรับปรุงงานประจำของรพ.และสถานีอนามัย 

-        สนับสนุนความรู้ เวชภัณฑ์ ให้แก่สถานีอนามัยเพื่อให้สามารถดูแลคนไข้ เบาหวาน-ความดันได้เก่งขึ้น

-        ชี้จุดอันตรายบนถนน ให้หน่วยราชการที่รับผิดชอบเข้าไปแก้ไข ภาระการดูแลผู้บาดเจ็บจากภัยจราจรจะได้ลดลง

-        พัฒนาบริการผู้พิการครบวงจร โดยเริ่มจากการตั้งรับในรพ.ให้เข้มแข็ง และกำลังหาทางขยายบริการให้เข้าถึงบ้านผู้พิการในไม่ช้า

แนวทางการพัฒนาที่กล่าวมา ชวนให้ผมนึกถึง ตัวอย่างคล้ายกันที่ได้พบเห็นมาเมื่อไปตระเวนรพ.หลายแห่งในภาคอีสาน  ซึ่งคุณหมอประสิทธิ์ชัยก็ได้เอ่ยถึง เมื่อสมัยที่ท่านไปดูงานจากอีสานก่อนมาบุกเบิกงานที่รพ.แก่งคอย 

ทะเลไม่เคยหลับฉันใด  ระลอกคลื่นแห่งการพัฒนาระบบบริการสุขภาพไทย ก็ไม่เคยหยุดฉันนั้น   นี่แหละครับ เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวงการสาธารณสุขไทย