"บางครั้งของดีราคาถูกก็มีนะ หากว่ามันตกอยู่ในสถานที่ที่คนเขาไม่นิยม"

           เคยได้ยินหลายคนพูดว่า "ของดีราคาถูกไม่มี  และของฟรีไม่มีในโลกนี้"  วันนี้มีเวลาว่างมาก  ก็เลยไปเที่ยวตลาดนัดที่สถานีรถไฟสวี หลังจากซื้อห่อหมกใบเหลียง เจ้าอร่อยแล้วก็เดินเอ้อระเหยชมโน่นชมนี่ พลันสายตาก็ไปปะกับ  เห็ดโคนที่ร่วงโรยเหลือเลือกแล้ว  ถามแม่ค้า เขาบอก ราคา กก.ละ ๙๐ บาท  ก็คิดซื้อเพียงเล็กน้อย คือ ๓๐ บาท จะนำมาแกงเลียงกับยอดย่านางที่เก็บไว้ที่บ้านและนำยอดผักหวานมาเพิ่มความหวาน 
 
          เมื่อได้ของครบตามต้องการ  ขณะจะเดินกลับสายตาเจ้ากรรมก็หันไปปะกับพ่อค้ากำลังเกลาดินก้านเห็ดโคนอวบ ๆ ถุงเบ้อเร่อ  ก็รี่เข้าไปถาม  พ่อค้าคนนี้บอกว่า เห็ดดอกที่บานแล้ว กก.ละ ๑๐๐ บาท  ส่วนที่ยังเด็ก ๆ กก.ละ ๑๕๐ บาท  คนชอบกินเห็ดก็ตาโตแต่ก็แข็งใจลองต่อราคาดู ๑๒๐ บาทได้มั้ยซื้อ ๒ กก. เมียพ่อค้าทำท่าอิดออดบ่นไปมาเล็กน้อยก่อนจะตกลงปล่อยของ   ขณะที่กำลังชั่ง กิโล  ก็มีลูกค้ารายอื่นๆ มามองด้วยความเสียดาย  หมดแล้วเหรอ แต่เมือชั่งก็ยังมีเหลือพอที่จะนำไปแกงได้ก็แบ่งปันกันไป

 

         ขณะที่ถือถุงหิ้วมา  ชาวสวีก็มองด้วยความแปลกใจ หลายคนบอก เห็นคนซื้อไปคนละ กก.บ้าง ๒ กก.บ้าง  แต่ตนไม่กล้า  อาจจะมีคนคิดว่า "ทำไมยายนี่ กล้าจัง"  

 

         ๔ ปีที่แล้วไปทานเห็ดโคนที่บ่อพลอย เมืองกาญจน์ กก.ละ ๔๐๐ บาท และทราบว่าช่วงหลังราคาขึ้นไป ถึง ๘๐๐ บาท  ดังนั้นพอซื้อราคา ๑๒๐ บาท มา ๒ กก. จึงเกิดความไม่มั่นใจว่า  นี่คือเห็ดโคน (เกรงว่าจะเป็นของก๊อปปี้จากจีน)   เมื่อแบ่งมาทำแกงเลียงตามความตั้งใจ  ขณะปรุงก็ยังมีความกังวลอยู่  จึงนำข้าวสวยใส่ลงไปในแกงเลียงด้วยเพื่อทดสอบ  หากว่าน้ำหรือข้าวมีสีดำก็จะทิ้ง   สุดท้ายข้าวและน้ำปกติ   เมื่อชิมรสชาติก็เห็ดโคนนี่ล่ะ  เป็นไปได้ว่าที่เห็ดโคนที่สวีราคาถูกเพราะคนที่นี่ไม่นิยมทาน  ถ้าคนที่นี่นิยม  ครูภาทิพก็ไม่ได้แอ้มหรอก  "บางครั้งของดีราคาถูกก็มีนะ   หากว่ามันตกอยู่ในสถานที่ที่คนเขาไม่นิยม"